ดั้งโด่ง การดูแล ในช่วง 2สัปดาห์ ถึง 1 เดือน ถือว่าสำคัญที่สุด

คือการใช้ยาฆ่าเชื้อแบบทา ระหว่างผ่าตัดด้วย ดั้งโด่ง

ต่อมาเมื่อทำเสร็จ ตรงส่วนแผลยังมีแผล และไหมค้างอยู่ ก็ตอ้งระวัง เพราะถ้าเกิดมีน้ำมูก มันก็สามารถวิ่งเช้าทางนี้ได้เหมือนกัน , การป้องกัน …. ห้ามเอามือ เข้าไปแคะแกะเกา หรือน้ำมูก ก็มีเชื้อโรค ซึ่งตอ้งป้องกันโดยใช้ยาป้ายแผล และเช็ดทำความสะอาดบ่อยๆ โดยใช้น้ำสะอาด หรือน้ำเกลือก็ได้ ดั้งโด่ง.

ดั้งโด่ง

ระยะยาว คือหลังจากที่แผลหายแล้ว ก็ต้องดูแล ไม่ควรแคะแกะเกาในรูจมูกมากนัก เพราะผิวหนังด้านในถือว่าเป็นผิวอ่อน (mucosa)ซึ่งการแคะ ทำให้เกิดแผลถลอก และเป็นทางที่เชื้อโรคเข้าไปได้เช่นเดียวกัน

อาการ : จะเริ่มจากมี ปวด บวม แดง ร้อน ทั้งๆที่ทั้งหมดยุบลงหมดแล้ว

ซึ่งการรักษา จริงๆที่ดีสุด คือการป้องกัน ปัจจัยที่ว่ามา แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้ว อันดับแรกต้องรีบทานยาแก้อักเสบ(ชนิดแรง) หรือแม้แต่การฉีดยา และดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยถ้าอาการค่อยยุบลงภายใน 3-4 วัน ก็ถือว่าสามารถดูอาการต่อไปได้

บวมเชียวบริเวณจมูก และใต้ตา : พบได้ โดยเฉพาะใน3-4 วันแรก และจากนั้นอาจจะค่อยๆยุบลง การที่มีเลือดออกใต้ตาด้วย แม้ว่าจะทำแค่จมูก เพราะการที่มีเลือดซึมในโพรงซิลิโคนในช่วงแรก ก็จะซึมไปด้านข้างได้ เพราะตอนนอนเลือดก็จะค่อยๆซึมตามแรงโน้มถ่วง ดั้งโด่ง แต่พวกนี้ไม่ได้มีปัญหามาก เพราะเลือดที่ออกมา ร่างกายจะค่อยๆดูดซึมได้เอง

แกนจมูกเอียง

ถือว่าเป็นอีกปัญหาที่สามารถพบได้ ซึ่งอันดับแรกต้องดูก่อนว่า แกนจมูกเดิมเป็นอย่างไร ถ้าปกติ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ามีปัญหาเช่นเคยมีประวัติอุบัติเหตุมาก่อน จมูกเคยแตก หรือยุบมาก่อน ก็ตอ้งดูแล้วว่าส่วนที่เคยมีปัญหานั้น หลังผ่าตัดเสริมจมูก

จะมีปัญหาหรือไม่ เช่นทำให้ดูแกนเอียงขึ้น หรืออาจจะช่วยให้เห็นแกนเอียงน้อยลงได้ ขึ้นกับโครงสร้างจมูกดั่งเดิม

ต่อมาคือ แกนจมูกปกติดี หลังเสริมแล้วมีจมูกเอียง ก็ต้องแยกก่อนว่า เอียงตั้งแต่แรก หรือ ค่อยๆมาดูเอียงขึ้นหลังจากใส่มาเกิน 3-6 เดือน

ซึ่งโดยปกติระหว่างการเสริม ก็จะมีการเช็คกันระดับหนึ่งแล้ว เพื่อให้แกนตั้งตรง

ช่วงหลังผ่าตัด 2 สัปดาห์แรก การเช็คว่าแกนเอียงหรือไม่ อาจจะค่อนข้างยาก เพราะการที่ฉีดยาชา รวมถึงห้อเลือดในโพรง อาจจะทำให้ดูหลอกตาได้ ซึ่งการดูต้องดูที่แกนซิลิโคนเป็นหลัก เช่นเงยหน้า แล้วดูเงากึ่งกลางซิลิโคนว่าตรงหรือไม่

แต่ส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้มีการดัดอะไรในช่วงแรกนี้ เพราะอาจจะทำให้ซิลิโคนเกิดไม่ยึดติดแน่นด้านบน และทำให้ขยับได้ทั้งอัน

การดูแล ในช่วง 2สัปดาห์ ถึง 1 เดือน ถือว่าสำคัญที่สุด คือการไม่นอนตะแคง หรือนอนทับจมูก เพราะในช่วงแรก ยังไม่ได้แข็งแรงมากนัก การนอนทับ อาจจะทำให้ซิลิโคนเอียงได้ การป้องกัน โดยเฉพาะช่วงหลับซึ่งเราอาจจะไม่รู้ตัว แต่แนะนำให้ใช้หมอนประคองไว้สองข้างของศรีษะ หรือใช้หมอนล็อคคอ ก็ได้

การกระแทก หรือการปัดโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ตอ้งระวัง เพราะบางคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหลังเสริมจมูกไปใหม่ๆ อาจจะทำให้ปวด และแกนเคลื่อนที่ได้

ระยะท้ายๆ คือช่วงแรกปกติ แต่หลัง 3-6 เดือน แล้วอาจจะดูมีเอียงบ้าง พวกนี้อาจจะเกิดจากพังพืดในโพรงจมูก ซึ่งพบได้ไม่บ่อย แต่อาจจะแก้ไขโดยการนวดได้ แต่ยังไงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเองนะคะ

ทำตาสองชั้น ก่อนผ่าตัดคนไข้ควรทำความสะอาดใบหน้า

ทำตาสองชั้น ก่อนผ่าตัดคนไข้ควรทำความสะอาดใบหน้า
2. ไม่ควรแต่งหน้าและควรเลือกเสื้อผ้า
3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไป
4. ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การทำตาสองชั้น, การผ่าตัดตาบน, ตาล่าง

– เมื่อผ่าตัดเสร็จสามารถกลับบ้านได้ แต่ไม่แนะนำให้ขับรถเอง เนื่องจากอาจมีน้ำตาไหลตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมงหลังผ่าตัด โดยเฉพาะเวลาที่โดนลม แต่อาการจะหายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์
– ในช่วง 2 วันแรก นอนยกศีรษะสูง (หนุนหมอน 2 ใบ) เพื่อลดอาการบวม ทำตาสองชั้น.

ทำตาสองชั้น
– ช่วง 3 วันแรกประคบเย็นที่ตาทั้ง 2 ข้าง วันละ 3-4 ครั้ง หลังจากนั้นประคบอุ่นเพื่อลดอาการบวม
– ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือล้างแผล เช็ดคราบเลือดและสิ่งสกปรก โดยเช็ดอย่างเบามือ วันละ 2-3 ครั้ง และสามารถเช็ดได้บ่อยหากมีคราบเลือดออกมา
– งดการเคลื่อนไหวที่ต้องออกแรงมาก ประมาณ 1 สัปดาห์
– งดทานอาหารหมักดอง อาหารทะเล อาหารเค็มจัดหรือรสจัด จนกว่าแผลจะหาย
– งดดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด ทำตาสองชั้น
– รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดการแพ้ยา เช่น คัน มีผื่นแดง คลื่นไส้-อาเจียน แน่นหน้าอก ให้หยุดรับประทานทันที และรีบมาพบแพทย์
– หลังการผ่าตัด 1 สัปดาห์ ให้มาพบแพทย์และมาพบอีกหลังจากนั้น 1 เดือน เพื่อตรวจดูอาการ

แทบไม่ต้องบรรยายถึงความงามของ ดวงตาว่าสำคัญเพียงใด ไม่ว่าบทเพลง บทกลอน รูปถ่าย ภาพวาดของนางงาม นางแบบทั้งหลายก็พุ่งเน้นที่ดวงตา ของผู้หญิงทั้งนั้น ดวงตาแทบจะมีความสำคัญเหนือกว่าส่วนอื่นๆ ของใบหน้าทั้งหมด จนคนมักจะพูดว่า ไหนดูหน้าดูตา หน่อยสิว่าสวยไหม? หน้าตาดีไหม ดวงตาคือหน้าต่างของดวงใจ ฯลฯ


ในดวงตา 1 คู่นั้นจะสวยงามหรือไม่ขึ้นกับส่วนประกอบ หลายอย่าง เช่น ขนาดของตา ขนตา และชั้นตา ปัจจัยเหล่านี้ล่ะครับ ที่ทำให้คนเราพอใจหรือไม่พอใจในดวงตาที่พ่อแม่ให้มาต่างกัน คนที่ไม่พอใจก็หันเข้าหาการทำศัลยกรรมตกแต่งความงามให้ช่วยแก้ไขให้สวยถูกใจยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการทำตาสองชั้น


ผลแห่งความงามจากการทำตาสองชั้น เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ไม่เรียนมาก็ทำได้ไม่สวยแน่ แม้เรียนมาก็ใช่ว่าจะทำได้สวยทุกคน ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวแต่อย่างไร โดยปกติคนที่ไม่มีชั้นตาเลยจะดูเป็นคนตาดุกว่าคนที่มีชั้นตาซึ่งจะดูหวานกว่า ปัจจุบันนิยมคนตาสองชั้นว่าสวยกว่า แต่ก็ย่อมยังมีคนอีกมากที่นิยมชมชอบคนตาชั้นเดียวแบบตาหมวยๆ ไม่มีเล่าเต๊งอยู่ดี

 

ทั้งนี้เพราะศัลยกรรมทำตาสองชั้น เป็นหนึ่งในงานประณีตศิลป์อันดับต้นๆ เลย เพราะต้องประกอบด้วย
ขั้นแรก หมอต้องมีความรู้ที่ถ่องแท้เกี่ยวกับกายภาพ ธรรมชาติของตา วิธีการผ่าตัด
ขั้นที่สอง หมอคนนั้นต้องเป็นคนใจเย็น ไม่เร่งรีบ มีความละเอียดประณีต มีสมาธิ และความตั้งใจทำงานอย่างดีเยี่ยม
ขั้นที่สาม หมอต้องมีสายตาที่ดี มือไม่สั่นเทา ร่างกายแข็งแรง เพราะต้องนั่งทำอย่างมีสมาธิตลอดการผ่าตัด
ขั้นที่สี่ เครื่องไม้เครื่องมือต้องละเอียดครบครัน เลเซอร์อาจมีความจำเป็นไม่มากเท่าความละเอียดของหมอ.

ทำจมูกจะบวมประมาณ 2-3 วัน ในวันที่ 4 ก็จะเริ่มยุบ

ทำจมูกจะบวมประมาณ 2-3 วัน ในวันที่ 4 ก็จะเริ่มยุบ

4. ทานอาหารตามปกติ ยกเว้นอาหารรสจัด ให้งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ในช่วง 2 อาทิตย์แรก

5. ให้มาพบแพทย์หลังการผ่าตัดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ตามที่แพทย์นัด

โดยทั่วไปจมูกจะยุบบวม และเข้าที่ประมาณ 1 เดือน ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังพอสมควรเรื่องการโดน กระแทก และควรอยู่ห่างเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ เพราะรอเวลาเพื่อให้แท่งซิลิโคนถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มให้แน่นมากๆ ก่อน (ประมาณ 1-3 เดือน) จึงจะสามาระทนแรงกระทบได้มาก แล้วคุณสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติพร้อมกับมีจมูกที่โด่งสวยอีกด้วย ทำจมูก

ทำจมูก

ทำจมูก ทรงจมูก เสริมจมูกที่ไหนดี
คุณหมอขา ช่วยหนูด้วยค่ะ หนูไปทำจมูกมาแล้วเป็นอย่างนี้ คุณหมอช่วยหนูได้มั้ยคะ? ว่าแล้วเธอก็เปิดจมูกอันคดเอียงให้ดู

แก้ได้ครับ… อย่างที่หมอเคยบอก การเสริมจมูกที่ให้ผลดี มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสวยอย่างที่คุณต้องการนั้น ต้องได้รับการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือที่ทันสมัย และความเข้าใจตรงกันระหว่างคุณกับแพทย์ด้วย เพราะถ้าเข้าใจไม่ตรงกัน พอเกิดปัญหาตามมาก็ต้องแก้ไขกันอีก

จริงๆ แล้วราคาค่าผ่าตัดเสริมจมูก จะแตกต่างกันไปในแต่ละโรงพยาบาล ขึ้นอยู่กับเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ รวมถึงตัวยาด้วย ดังนั้นคุณที่คิดว่าจะเสริมจมูก ต้องเน้นว่า จะต้องปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะผ่าตัดกับโรงพยาบาลที่ดีเท่านั้น จะได้ไม่มีปัญหาตามมา ทำจมูก

แต่สำหรับผู้ที่ทำไปแล้ว และเกิดเป็นปัญหาก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะแพทย์สามารถแก้ไขให้คุณได้ครับ มาดูกันว่าโดยส่วนใหญ่มีปัญหาอะไรและแพทย์จะแก้ไขได้อย่างไรกันบ้าง เริ่มจากจมูกคุณคดก่อนเลยก็แล้วกันนะครับ

จมูกคดเอียง เนื่องจากแท่งซิลิโคน แพทย์จะแก้ไขโดยเอาแท่งซิลิโคนเก่าออก และปรับช่องว่าง (Pocket) ใหม่ให้ตรงแนวกลางของจมูก แล้วใส่แท่งซิลิโคนใหม่ให้ เป็นอันเรียบร้อย หลังผ่าตัดแก้ไขจมูกคดเอียงควรใส่เฝือกจมูกไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ จะได้ไม่คดเอียงอีก

จมูกสูง หรือต่ำเกินไป ปัญหานี้แพทย์จะแก้ไขโดยการผ่าตัด เพื่อปรับแต่งซิลิโคนใหม่ ทำให้ได้รูปและขนาดตามที่คุณต้องการ

ปลายจมูกบางแต่ยังไม่ทะลุ ปัญหานี้แกไขได้โดยแพทย์จะใช้เนื้อเยื่อบริเวณหลังใบหูด้านใดด้านหนึ่ง (Dermal-fat graft) หรืออาจจะมีส่วนกระดูกอ่อนของใบหู (Cartilageneus graft) แล้วแต่กรณีมาเสริมบริเวณเนื้อเยื่อปลายจมูก เมื่อเนื้อเยื่อใหม่อยู่ตัวแล้ว ปลายจมูกจะมีผิวหนังที่แข็งแรงขึ้น สำหรับแท่งซิลิโคนควรปรับเปลี่ยนใหม่ให้แรงกดไม่อยู่บริเวณปลายจมูกมากนัก

จมูกที่มีแท่งซิลิโคนทะลุ กรณีนี้ต้องเอาแท่งซิลิโคนออก ปลายจมูกจะยุบตัวลงและมีรอยแผลเป็น

จมูกมีการติดเชื้ออักเสบ มัดจะพบในช่วง 1-2 อาทิตย์ หลักจากการเสริมจมูก จมูกจะมีอาการปวดบวม แดง ร้อน กรณีนี้ต้องเอาแท่งซิลิโคนออกก่อน เมื่ออาการอักเสบหายหมดจึงจะใส่แท่งซิลิโคนใหม่ได้
โดยทั่วไปแล้ว การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน เป็นวิธีที่ทำกันแพร่หลายและได้ผลดีมาก คุณไม่ต้องเป็นกังวลใดๆ เพียงคุณเลือกทำในโรงพยาบาลที่พร้อม มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และทำตามที่หมอแนะนำข้างต้น ที่สำคัญคือ อย่าพยายามเสริมจมูกสูงหรือเลือกทรงจมูกที่ฝืนธรรมชาติมากเกินไป คุณก็จะได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้โดดเด่นสวยเก๋มีจมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้าแน่นอน

“การเสริมจมูก”นั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทยร้อยละ 80 นิยมเสริมจมูกและกำลังบูมมากในปัจจุบันใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับจมูกไม่ใช่เรื่องยากเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไปการทำไม่นาน รักษาตัวเพียงไม่กี่วันก็สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ จึงทำให้การเสริมจมูกนั้นเป็นเรื่องง่ายๆ ใครๆก็ทำได้อีกทั้งการเสริมจมูกสมัยนี้ราคาไม่แพงเหมือนสมัยก่อน โดยวิธีการเสริมจมูกของเรานั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

การเสริมจมูก

ในอันดับแรกก่อนที่เราจะทำการเสริมจมูกนั้นเราต้องรู้ถึงปัญหาของจมูกของท่านก่อนว่ามีปัญหาเป็นอย่างไร จมูกเบี้ยว ดั้งไม่มี ใหญ่ไป เล็กไป ปลายไม่สวย และที่สำคัญที่สุดคือ ท่านต้องการแบบไหน เพราะทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่านเป็นหลักเราเพียงเป็นคนทำให้ท่านสวยอย่างที่ท่านต้องการ โดยปกติจมูกคนเราจะแบ่งได้ออกมาเป็น 3 ส่วน ใน ส่วนแรกคือ ดั้ง ในส่วนของดั้งนั้นคนไทยส่วนมากไม่ค่อยมีดั้งจึงทำให้เกิดการเสริมดั้งมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ ส่วนที่สอง คือบริเวณก่อนถึงปลายจมูก บางคนมีเนื้อตรงส่วนนั้นเยอะทำให้จมูกดูไม่เป็นมิติ ไม่สวยงามก็ต้องทำการตัดปีกจมูกออกแต่งให้เข้ารูปให้ดูเป็นมิติมากยิ่งขึ้นเพิ่มความสวยงามให้กับจมูก ส่วนที่สาม คือปลายจมูก ในส่วนนี้ก็ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน จะเห็นดารา นักแสดงต่างๆ นิยมไปแต่งปลายจมูกทรงหยดน้ำ เป็นทรงยอดฮิตที่ใครๆก็อยากจะทำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูที่ความต้องการของท่านเป็นหลักว่าอยากจะทำส่วนไหนหรือต้องการเสริมจมูกปรับแต่งทั้งหมดก็ทำได้.

แก้ท้องลายทายาดังกล่าววันละครั้ง ถูกับผิวจนกว่าตัวยาจะซึมลงไป

แก้ท้องลาย วิธีแก้ท้องลายและวิธีรักษาท้องลายแบบแจ่มๆ  1. ครีมบำรุงผิว
เป็นสิ่งจำเป็นในการรักษารอยแตกลายได้เป็นอย่างดี โดยเลือกครีมบำรุงผิวที่มีวิตามินอี รวมทั้งให้ความชุ่มชื่นกับผิวสูง และหมั่นทาบริเวณหน้าท้องเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ วันละหลายๆ รอบ จะช่วยลดเลือนรอยแตกได้เป็นอย่างดี
2. ขัดผิวบ่อยๆ
การขัดผิวเป็นประจำจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเผยเซลล์ผิวใหม่ โดยควรหมั่นขัดผิวเป็นประจำอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จะช่วยให้รอยแตกลายค่อยๆ จางลงได้ แก้ท้องลาย.

แก้ท้องลาย
3. รับประทานทานวิตามินเสริม
เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถลดเลือนรอยแตกลายได้อย่างเห็นผล โดยการทานวิตามินอีเสริม จะช่วยซ่อมแซมรวมทั้งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนัง แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีควรทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
4. ดื่มน้ำมากๆ  แก้ท้องลาย
เนื่องจากน้ำเปล่าจะช่วยคืนความชุ่มชื่นให้กับผิวหนังได้เป็นอย่างดี ดังนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 7 แก้วขึ้นไป
สำหรับคุณแม่หรือสาวๆคนไหนที่มีปัญหาท้องลาย ลองนำวิธีแก้ท้องลายและวิธีรักษาท้องลายทั้ง 4 ข้อไปปฏิบัติดู จะช่วยให้รอยแตกลายค่อยๆจางลง เผยผิวใหม่ที่สวยเนียนใส แก้ท้องลาย ไร้ริ้วรอยได้อย่างแน่นอน ^ ^

รอยแตกหรืออาการผิวแตกลาย จะเกิดขึ้นเวลาที่ผิวหนังของคุณจำเป็นต้องยืดตัว มากกว่าอัตราการขยายของมันตามธรรมชาติ อย่างกะทันหัน ทำให้ผิวชั้นกลางแตกออกเป็นทาง ส่งผลให้ผิวชั้นล่างเผยออกมาให้เห็น รอยแตกที่ “ยังใหม่” มักจะเป็นสีแดงหรือสีม่วง และค่อยค่อยจางไปเป็นสีขาวเงินตามกาลเวลา แม้ว่าจะขึ้นอยู่กับสีผิวของคุณด้วย[1] ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มากกว่า 90% จะมีอาการท้องลายระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งรอยแตกเหล่านี้ยังอาจจะเกิดขึ้นได้ เวลาที่คุณเติมโตแบบก้าวกระโดดในช่วงวัยรุ่น ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือมีการเล่นกล้ามให้ใหญ่ขึ้นเร็วกว่าปกติด้วย ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ต่างเห็นตรงกันว่า เวลาจะเป็น “เครื่องเยียวยา” ที่ดีที่สุดสำหรับอาการดังกล่าว เพราะมันจะค่อยๆ จางหายไปเอง ส่วนรอยแตกที่ยังใหม่อยู่ ก็สามารถรักษาได้หลายวิธี แต่จำไว้ว่า ประสิทธิภาพของการรักษาย่อมมีจำกัด แก้ท้องลาย

ทาว่านหางจระเข้. ว่านหางจระเข้หากเป็นยารักษาที่บ้าน ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับรักษาท้องลาย พืชชนิดนี้รู้จักสรรพคุณกันดีว่า มันช่วยบรรเทาและเยียวยาเราได้ หลายคนใช้มันรักษาอาการผิวไหม้จากแสงแดด ลองเด็ดก้านใบว่านหางจระเข้มาทาในบริเวณพื้นผิวที่มีรอยแตก ผ่านไปสัก 2-3 นาที จึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น นอกจากนี้ คุณยังอาจลองพิจารณาทำยาทาที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ เก็บไว้พร้อมทาก็ได้
ผสมเนื้อว่านหางจระเข้ประมาณ 1 ใน 4 ถ้วย (60 มล.) และน้ำมันจากแคปซูลวิตามินอี 10 แคปซูล บวกกับน้ำมันจากวิตามินเอ 5 แคปซูล
ทายาดังกล่าววันละครั้ง ถูกับผิวจนกว่าตัวยาจะซึมลงไปแก้ท้องลาย.

วิธีแก้ไขสำหรับผู้ที่มีปัญหาขาแตกลายอยู่แล้ว

วิธีแก้ไขสำหรับผู้ที่มีปัญหาขาแตกลายอยู่แล้ว

สำหรับสาวๆ คนไหนที่ผ่านการลดน้ำหนักมาหลายครั้งแล้ว มักจะมีปัญหาในเรื่องของขาแตกลาย ไม่มากก็น้อย แต่ที่สำคัญ สาวๆ เหล่านี้เวลาใส่ชุดว่ายน้ำ มักจะไม่กล้าใส่ชุดที่โชว์ขา หรือแขน มากเท่าไรนัก เพราะกลัวว่าคนอื่นจะเห็น ขาแตกลาย ซึ่งมักจะเห็นขาที่ไม่สวยเลย คนที่เห็นเราก็มักจะวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ว่าทำไมหุ่นสวย แต่ขาแตกลายมาก ซึ่งมันคงไม่ดีแน่ถ้าเราจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นต่อไปขาแตกลาย.

ขาแตกลาย

วิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ การทาครีมที่มีสรรพคุณช่วยในเรื่องของผิวแตกลายนั้น มักจะไม่ช่วยอะไรแล้ว หรือไม่สามารถแก้ไขปัญหา ในจุดนี้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะครีมเหล่านี้จะช่วยในเรื่องของลดเลือนรอยแตกเท่านั้น วิธีเดียวที่เราสามารถทำให้รอยแตกลายนั้น หายไปจากขาของเราได้อย่างสนิทใจ นั่นก็คือ การเข้ารับบริการ ยิงเลเซอร์ตามรอยของขาแตกลาย จากที่เคยไปสอบถามราคามา การเข้ารับบริการ ยิงเลเซอร์ลักษณะเช่นนี้ จะตกอยู่จุดละ 5,000.00 บาท หรือมากกว่านั้น แต่ไม่เกินหมื่นบาท ขาแตกลาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เพื่อนๆ จะเข้ารับการบริการด้วย

เคล็ดลับไม่ให้ ขาแตกลาย

ในเรื่องของขาแตกลายนั้น วิธีแก้เราก็บอกไปแล้ว แต่มันจะไม่ได้ผลเลย ถ้าเพื่อนๆ ยังตามใจปากอยู่เหมือนเดิม และอดอาหารเพื่อให้ได้มาซึ่งความผอมแบบฉับพลัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวเร่งให้ผิวหนังของเราแตกลายง่ายมาก เพราะฉะนั้น สิ่งที่เพื่อนๆ จะต้องทำนั้นก็คือ การควบคุมน้ำหนักให้คงที่มากที่สุด ไม่อ้วนเร็วเกินไป หรือผอมอย่างรวดเร็วโดยใช้ระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ควรหมั่นบำรุงผิว ด้วยการทาครีมอย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำทุกวัน เช้า – เย็น และก่อนนอน การกระทำเช่นนี้ จะส่งผลให้ผิวหนังของเราที่ได้รับการบำรุง นุ่มชุ่มชื่น และเรียบเนียน น่าสัมผัสยิ่งนัก

เคล็ดลับ กระชับต้นขา ขาแตกลาย

เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า การกระชับต้นขานั้นเราสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายเฉพาะสัดส่วน การเล่นเวทโดยเน้นท่ากระชับต้นขาแล้ว ยังมีวิธีกระชับตนขาแบบไม่ต้องออกแรง เพียงแค่ใส่กางเกงกระชับสัดส่วนต้นขา เพียงเท่านี้ ต้นขาของเราก็จะเกิดขาแตกลายได้ยาก หรืออาจจะไม่เกิดรอยแตกลายขึ้นเลย

เห็นไหมว่า วิธีการแก้ไขปัญหา ไม่ให้เกิด ขาแตกลายนั้น ไม่ได้อยากเย็นอย่างที่คิดเลย เพียงแค่เพื่อนๆ มีความตั้งใจแก้ไขปัญหาเท่านั้น ปัญหาต่างๆที่มากวนใจก็จะหมดไป และครั้งหน้าเราจะมีสาระน่ารู้อะไรมาฝากเพื่อนๆ อีกต้องคอยติดตามกันต่อไปนะค่ะ

เรามีรอยแตกลายที่ขาเยอะมากมีทั้งที่สะโพก ต้นขา น่อง แล้วแบบเห็นได้ชัดมากเป็นลายทางเส้นสีขาวๆ

ทุกวันนี้ไม่กล้าใส่กางเกงขาสั้นเลย ทีแรกว่าจะทนทำงานเก็บเงินไปเลเซอร์แต่ก็ทนต่อสายตาของผู้คนไม่ไหว อึดอัดมาก

เพื่อนๆมีวิธีอย่างไรแนะนำเราที ตอนนี้อยากเรียนต่อก็ไม่กล้าใส่ชุดนักศึกษา เครียดมากๆๆ ขาแตกลาย

นร้ายของผู้หญิงก็คือ ผิวแตกลาย เพราะถ้ามันเกิดขึ้นกับคุณแล้วก็ยากที่จะจางหายไป คุณแม่ทั้งหลายต้องประสบปัญหานี้อย่างแน่นอน ปัญหาผิวลาย หน้าท้องลาย ขาลาย แล้วเจ้าร่องรอยนี้ใช่ว่าจะหายได้ง่ายๆ แม้แต่วัยรุ่นผู้หญิงก็ประสบปัญหานี้เหมือนกัน ใครที่อ้วนแล้วกลับมาผอมอย่างรวดเร็ว สภาพผิวก็จะแตกลาย น่าเกลียดแบบนี้ เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบากยิ่งนัก T_T

จนเกิดแฮชแท็ก #LoveYourLines เพื่อให้ทุกคนมาอวดผิวแตกลาย แบบไม่ต้องอายอีกต่อไป เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย ไม่เห็นต้องแคร์เลย แค่ยอมรับมันก็เท่านั้นเอง!!!

แม้ว่าชาวอเมริกันร้อยละ 80 จะมีผิวแตกลาย ทั้งท้องลายและต้นขาด้านในลาย ส่วนฉันมีผิวแตกลายตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นและหลายปีหลังจากนั้นฉันก็ได้ไปพบ “ผู้เชี่ยวชาญ” ด้านผิวแตกลายมาหลายคนพวกเขาให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีกำจัดผิวแตกลายแบบธรรมชาติ รวมทั้งสาเหตุที่ทำให้เกิดผิวแตกลาย ฉันว่าทุกคนน่าจะสนใจหากได้ฟังความคิดเห็นของคนอื่นเกี่ยวกับวิธี “แก้ไข” ร่างกายของเราเอง

อะไรคือปัญหาในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องผิวแตกลายของคนอื่น? คุณกำลังทำตัวจู้จี้จุกจิกและจู่โจมเข้าไปในอาณาเขตของคนอื่น ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังพยายามชี้จุด “แก้ไข” สิ่งที่เราเห็นบนร่างกายของคนอื่นไม่ว่าจะเป็นรอยแผลเป็นจากสิว เซลลูไลท์ ฝ้า กระ หรือผิวแตกลาย เพียงเพราะคุณแอบเห็นผิวแตกลายของคนอื่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะสามารถใช้ครีมลบเลือนริ้วรอยแก้ไขได้ทันท่วงที หรือด่วนสรุปว่าผิวแตกลายนั้นมาจากไหน ข้อบกพร่องไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ควรให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ดังนั้นเราต่างคนต่างอยู่และหยุดพูดสิ่งเหล่านี้กับผู้หญิงที่มีผิวแตกลายได้ไหมจ๊ะตัวเธอ?

ผิวของคุณแตกลายเพราะมีลูกใช่ไหม

อันนี้น่าจะเป็นการเข้าใจผิดที่น่าปรี๊ดที่สุด ผิวแตกลายไม่ใช่เพียงผลที่มาจากการตั้งครรภ์และไม่ได้เกิดกับผู้หญิงเท่านั้น สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวแตกลายนอกจากการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีการที่น้ำหนักเพิ่ม การใช้ยา (โดยเฉพาะที่มีสารสเตียรอยด์) และโรคบางชนิด (เช่น โรคคุชชิงและโรคต่อมหมวกไต) ส่วนสาเหตุที่พบได้บ่อยคือการขยายตัวของผิวหนังอย่างรวดเร็ว เช่น การขยายจากคัพ A ไปคัพ D ในช่วงวัยรุ่น หรืออาการอกหักแล้วกินแหลกจนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมารวดเดียว 20 ปอนด์ หรือตั้งครรภ์ลูกแฝด ผิวแตกลายยังเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ หากคุณเคยยกเวทคุณอาจสังเกตเห็นผิวแตกลายบริเวณกล้ามเนื้อแขนท่อนบน ขาแตกลาย น่องขา หรือส่วนอื่นๆที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

2. แย่มากเลยนะผิวแตกลายทำร้ายตัวเธอ

เราเลิกพูดถึงสิ่งที่มันทำร้ายร่างกายของเราได้ไหม? ไม่มีใครรู้สึกว่าร่างกายจะพังเพียงเพราะมีริ้วรอยปรากฏอยู่บนผิวหนังหรอกหากไม่ได้สังเกต ถ้าคุณส่องกระจกพร้อมกับคิดว่าร่างกายได้รับความเสียหาย นั่นเป็นเพราะความคิดในแง่ลบอาจไปทำลายความเชื่อมั่นของคุณ แม้ว่าบางครั้งจะรู้สึกผสมปนเปกันไปก็เถอะ แต่โดยปกติแล้วผิวแตกลายก็ไม่ได้น่าเกลียดหรือน่าอับอายหรอก ที่สำคัญไม่ควรไปคิดแทนคนอื่นว่ามันกำลังทำร้ายร่างกายอยู่

3. ทำไมถึงมีผิวแตกลายได้ล่ะ?

ถ้ามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคำสาบแช่งของนางฟ้าหรือการแย่งชิงเพื่อความอยู่รอดเข้ามาเอี่ยวในเรื่องนี้คงจะทำให้เรื่องผิวแตกลายดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ส่วนใหญ่จุดกำเนิดของเรื่องนี้มักมาจากการที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ น้ำหนักขึ้น น้ำหนักลด หรือเข้ายิมอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามผิวแตกลายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ควรปฏิบัติต่อมันราวกับว่าเป็นสิ่งลึกลับซึ่งออกมาโจมตีทุกๆ 100 ปี ความอยากรู้อยากเห็นควรเป็นไปอย่างสุภาพ แต่การทำเป็นผวาและรังเกียจนี่ไม่ไหวจะเคลียร์เลยนะคะ พูดเลย!

4. ฉันก็เคยมีผิวแตกลายน่าสะพรึงแบบนี้เหมือนกันแต่โชคดีที่มันจางไปแล้ว

ข่าวดีคือผิวแตกลายจะจางลงไปเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นเราไม่ควรกังวลเกี่ยวกับผิวแตกลายมากนัก ผิวแตกลายก็คือผิวแตกลาย คนอื่นมองไม่เห็นหรอกถ้าเราไม่ชี้ช่องให้เห็นและใส่ใจกับมัน อย่าให้ราคากับผิวแตกลายและเลิกแคร์ความคิดของคนอื่นสักที

5. การมีผิวแตกลายเป็นความน่

คนส่วนใหญ่เหมารวมว่าผิวแตกลายคือการมีลูก แต่ก่อนที่ฉันจะคิดว่าร่างกายของตัวเองเปลี่ยนแปลงเพราะการตั้งครรภ์ จริงๆฉันเริ่มมีผิวแตกลายที่ต้นขาและหน้าอกตั้งแต่ตอนอายุ 13 บางทีการอยู่กับผิวแตกลายมาค่อนศตวรรษทำให้ฉันไม่ค่อยตกใจเมื่อมันปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แต่ฉันก็รู้สึกรำคาญใจเล็กน้อยเมื่อคนอื่นเอาแต่พูดถึงผิวแตกลายราวกับมันเป็นสัตว์ประหลาดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังเพียงรอวันที่จะก่อวินาศกรรมบนหน้าท้อง แม้ว่าการตั้งครรภ์จะทำให้ร่างกายของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงไป แต่ถ้าคุณมองไปจนถึงวันที่คุณได้คลอดลูกน้อยออกมาแล้วคุณจะพบว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเจริญเติบโตของชีวิตน้อยๆ 1 ชีวิตกับการเปลี่ยนแปลงที่สวยงามและน่าประทับใจเป็นอย่างมาก

คิดว่าหลายคนที่มีผิวแตกลายคงเคยอธิษฐานอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งว่า “ขอให้ริ้วรอยเหล่านี้จงหายไปเพื่อที่จะได้กลับไปอวดผิวสวยได้อีก” การซื้อพวกครีมบำรุงสูตรพิเศษหรือการอาบวิตามินอีอาจช่วยเยียวยาได้บ้าง แต่ฉันคิดว่าเราควรยอมรับและรักในสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่ ไม่ใช่เรื่องน่ายกย่องหรอกนะกับการไปถามคนอื่นว่าทำไมไม่พยายามเอาสิ่งเหล่านี้ออกจากร่างกาย เพราะมันดูเสียมารยาทสิ้นดี!

7. คุณรู้วิธีปกปิดมันใช่ไหม?

ฉันแน่ใจว่าหากใช้ทั้งคอนซีลเลอร์และรองพื้นมันจะสามารถซ่อนผิวแตกลายได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างแน่นอน แต่ทำไปเพื่ออะไรล่ะ? การยอมรับในผิวแตกลายอาจต้องใช้เวลาแต่เราคงรู้สึกไม่ดีแน่หากต้องคอยฟังคำแนะนำจากคนอื่นในการซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างบนร่างกายของเราเอง ดังนั้นการตัดสินใจว่าจะปกปิดหรือเปลือยส่วนไหนมันเป็นเรื่องที่คุณต้องตัดสินใจเอาเองขาแตกลาย.

สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ การดูแลผิวหน้าดังที่กล่าวมาเป็นการดูแลผิวจากภายนอก

สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ การดูแลผิวหน้าดังที่กล่าวมาเป็นการดูแลผิวจากภายนอก นอกจากนี้อย่าลืมดูแลผิวจากภายใน คือ การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ ซี อี เพราะวิตามินกลุ่มนี้จะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากชั้นใต้ผิวหนังทำให้ผิวยืดหยุ่นและต้านรังสียูวีได้ดี.

Woman

การดูแลผิวที่ดีจากทั้งภายนอกและภายในจะช่วยให้เรามีผิวหน้าที่สดใส เปล่งปลั่ง อ่อนกว่าวัยไปอีกนาน สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ
อบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้สำหรับผู้หญิงแล้วส่วนใหญ่แต่งหน้าไปเรียนหรือทำงานจึงต้องทำการเช็ดหน้าด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับเช็ดเครื่องสำอางเพื่อเอาคราบเครื่องสำอางออกก่อน ส่วนผู้ชายอาจข้ามขั้นตอนนี้ไป ขั้นตอนการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกให้หมดก่อนขั้นตอนการล้างหน้าเป็นสิ่งสำคัญเพราะการล้างหน้าปกติไม่อาจทำความสะอาดเครื่องสำอางได้หมดเพราะส่วนผสมในเครื่องสำอางบางอย่างติดแน่นไม่ละลายในน้ำครีมบำรุงผิวหน้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครีม โลชั่น อิมัลชั่น เจล ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว เช่น ผู้ที่มีผิวมัน ผิวผสมให้หลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อาจมีคำถามว่าทำไมเราต้องทาครีมทั้งๆ ที่เราทาซีรั่มซึ่งบำรุงผิวได้ลึกกว่า นั่นเพราะในซีรั่มเป็นสารที่ซึมลงสู่ผิวได้ลึกจึงมีส่วนประกอบของน้ำมันน้อยกว่าครีม ซีรั่มปกป้องผิวจากผิวส่วนลึกแต่ครีมจะช่วยปกป้องผิวจากภายนอกไม่ให้ผิวหน้าแห้งกร้านครีมลดจุดด่างดำ ผู้หญิงเมื่อย่างเข้าสู่วัยสามสิบ ฮอร์โมนจะมีการเปลี่ยนแปลงทำให้ผิวหน้าเกิดรอยด่างดำจากอนุมูลอิสระได้ง่ายทั้งกระ ฝ้า ซึ่งล้วนเกิดจากรังสียูวี การใช้ครีมทาเพื่อลดรอยดำ สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ.

เคล็ดลับหน้าใส สูตรลับลดความมันผู้ที่มีผิวหน้ามันสามารถมีผิวหน้าที่นุ่มชุ่มชื้น

เคล็ดลับหน้าใส สูตรลับลดความมันผู้ที่มีผิวหน้ามันสามารถมีผิวหน้าที่นุ่มชุ่มชื้นและไม่มันได้โดยการใช้สับปะรดประมาณ 1 ถ้วย คั้นน้ำและแยกกากออก ใช้สำลีก้อนชุบน้ำสับปะรดมาทาที่ใบหน้าโดยให้เว้นที่บริเวณรอบดวงตาและรอบปาก ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น คุณจะรู้สึกเลยว่าหน้าไม่มันแต่กลับนุ่มชุ่มชื้น.

%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%aa

 

ควรใช้สับปะรดที่มีความเปรี้ยวจะดีกว่าที่มีความหวาน เพราะจะมีประสิทธิภาพในการลดความมันได้มากกว่า เคล็ดลับหน้าใส
สูตรแก้ไขหน้าแห้งกร้านสูตรนี้จะช่วยทำให้หน้าที่แห้งกร้านกลับนุ่มชุ่มชื้นและยังช่วยลดความมันอีกด้วย โดยนำน้ำอุ่นประมาณ 1 ถ้วยมาผสมให้เข้ากันดีกับเกลือป่น 2 ช้อนชาจากนั้นนำมาใส่ในขวดสเปรย์แล้วฉีดพรมที่ใบหน้า ทิ้งไว้สักครู่ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด
สูตรหน้าสะอาดหมดจดสูตรนี้จะเป็นการกำจัดสิ่งสกปรกบนผิวของคุณออกไปอย่างหมดจด นอกจากผิวจะสะอาดแล้วยังนุ่มนวลและชุ่มชื้นอีกด้วย โดยใช้นมสดสัก 3 ช้อนโต๊ะผสมกับผงชาเขียวป่นที่หาซื้อได้ตามร้านทำขนมมอบทั้งหลาย ผงชาเขียวนี้ใช้เพียงแค่ 1 ช้อนชาเท่านั้น เมื่อผสมกันดีแล้วก็ให้ใช้สำลีก้อนชุบส่วนผสมทั้งสองนี้แล้วนำมาถูให้ทั่วใบหน้าเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น
สูตรหน้าใสไร้ฝ้าสูตรนี้นอกจากจะสามารถลอกฝ้าได้แล้วังมีผลในการช่วยบรรเทาสิวอักเสบและลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้าได้ด้วย วิธีการก็ง่ายๆ คือตัดว่านหางจระเข้มาสัก 1 กาบไม่ต้องใหญ่มาก ปอกเปลือกออกให้หมดเอาแต่ส่วนของเนื้อใสมาใช้ นำเนื้อใสหรือวุ้นที่ได้มาปั่นเนียนละเอียดแล้วทาให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น มีข้อควรระวังคือหากเป้นผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้ เคล็ดลับหน้าใส.

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ สูตรพอกหน้า ยอดตำลึง น้ำผึ้ง สูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพร

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ สูตรพอกหน้า ยอดตำลึง น้ำผึ้ง สูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพรสูตรนี้ใช้ยอดตำลึงที่ล้างสะอาดและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆครึ่งถ้วย ปั่นรวมกับน้ำผึ้งอีกครึ่งถ้วยจนได้ครีมเหนียวข้น ใช้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 15-20 นาที ทำซ้ำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ จะรู้สึกได้ถึงผิวหน้าที่ชุ่มชื่นสดใสและเต่งตึง ไร้ร่องรอยตีนกา.

%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4
สูตรพอกหน้า ส้ม + น้ำผึ้ง + ดินสอพองสูตรพอกหน้าขาวด้วยน้ำผึ้งสูตรนี้ใช้ส้ม 1 ผล สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ

(เอาแต่น้ำ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะและดินสอพอง 3 เม็ด นำมาปั่นรวมกันจนเป็นครีมข้นเนื้อเดียวกัน ใช้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 20 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ในเวลา 2 สัปดาห์จะได้ผิวหน้าที่สวยสดใส นวลเนียนและขาวสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สูตรพอกหน้า แอปเปิ้ล + ไข่ไก่ + นมสดสูตรพอกหน้ากระชับรูขุมขนสูตรนี้ใช้แอปเปิ้ลหั่นแล้วครึ่งถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟองและนมสด 2 ช้อนโต๊ะ ปั่นรวมกันจนได้ครีมเหนียวข้มเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้พอกก่อนเข้านอนครั้งละ 20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะได้ผิวหน้าที่ชุ่มชื่นนวลเนียน ยกกระชับ และรูขุมขนลดลง
สูตรพอกหน้า เร่ว + น้ำผึ้ง + ไข่ไก่ + นมสดสุตรพอกหน้าด้วยสมุนไพรสูตรนี้ใช้สมุนไพรเร่ว (มีมากทางภาคตะวันออก) ที่หั่นแล้ว 1 ใบ ไข่ไก่ 1 ฟอง นมสดและน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อน ปั่นให้ละเอียดจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว สามารถพอกหน้าได้ทุกเวลา ครั้งละ 20 นาที พอกหน้า 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพียง 2-3 สัปดาห์ จะพบว่าผิวหน้าจะสวยใสมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสูตรพอกหน้า มันฝรั่ง + แครอท + ไข่ไก่ สูตรพอกหน้าใสสูตรนี้ใช้มันฝรั่งหัวขนาดกลางที่ล้างสะอาดและหั่นเป็นชื้นเล็กแล้วครึ่งหัว แครอท 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง นำมาปั่นรวมกันให้ละเอียดจนได้ครีมข้นเหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ครีมที่ได้พอกก่อนนอนครั้งละ 15-20 นาที ทำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 1 เดือนจะได้ผิวหน้าที่สวยสดใสโดดเด่น เด้งดึ๋ง อย่างคาดไม่ถึง สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ.

การพอกหน้า ผิวขาวกระจ่างใสมีออร่า เปล่งประกายดุจไข่มุกสีน้ำนม

การพอกหน้า ผิวขาวกระจ่างใสมีออร่า เปล่งประกายดุจไข่มุกสีน้ำนม คือ สุดยอดแห่งผิวหน้าที่คุณสาวๆ ใฝ่ฝันอยากที่จะครอบครอง เพราะสุขภาพผิวที่ดีและสวยงาม ช่วยให้คุณสาวๆ สามารถที่จะพิชิตใจหนุ่มๆ ที่ตัวเองปลื้มได้อย่างไม่ยาก อีกทั้งยังเป็นการช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับตัวคุณสาวๆ ให้รู้สึกมั่นใจเวลาที่ต้องไปเข้าสังคมอีกด้วย เรียกได้ว่าใบหน้าที่ขาวสวยใสนั้น.

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2

 

ช่วยให้คุณสาวๆ มีชัยในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ยากเย็น การพอกหน้า
แต่ก่อนที่จะได้มาซึ่งผิวที่ขาวดังไข่มุกนั้น คุณสาวๆ ก็ต้องหมั่นดูแลรักษา พร้อมกับบำรุงผิวพรรณของตัวเองให้ดี “การพอกหน้าใส” ก็เป็นอีกหนึ่งในวิธีการที่จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณสาวๆ ขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังเป็นวิธีการที่สามารถทำได้อย่างง่ายๆ ที่บ้านอีกต่างหาก
เมื่อรู้แบบนี้แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม วันนี้เรารีบไปรู้จักกับวิธีการพอกหน้าใสจากสูตรธรรมชาติกันเลยดีกว่า ว่ามีสูตรอะไรกันบ้าง…!?
สูตรพอกหน้าใสจากวิธีธรรมชาติสูตรพอกหน้าใส ที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นส่วนผสมที่เรียบง่าย แต่การที่จะพอกหน้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คุณสาวๆ ก็ควรที่จะทำตามเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และอย่าพึ่งใจร้อน เพราะอยากสวยก็ต้องใช้เวลาและความอดทน เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง คุณสาวๆ จะสามารถสัมผัสได้ว่า ผิวของตัวเองใบหน้ามีความขาวเนียนใสมากขึ้น อีกทั้งส่วนผสมเหล่านี้ยังมาจากธรรมชาติ เพราะฉะนั้นจึงหมดห่วงในเรื่องผลกระทบจากสารเคมี หรืออันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอนสำหรับสูตรพอกหน้าใสที่ได้รับความนิยม ซึ่งได้ทำการรวบรวมมา มีดังต่อไปนี้สูตรน้ำผึ้ง+โยเกิร์ต นำน้ำผึ้งและโยเกิร์ตมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาพอกลงบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด การพอกหน้า.

เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น ศัลยกรรมหน้าเรียว เมื่อตอนนี้กระแสการมีใบหน้าเรียว

เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น ศัลยกรรมหน้าเรียว เมื่อตอนนี้กระแสการมีใบหน้าเรียว ทรงวี เชฟ ในบ้านเรามาแรงซะเหลือเกินในสังคมไทยปัจจุบัน และเชื่อว่าก็คงจะมีสาวๆไทยส่วนใหญ่หลายๆคน ที่คิดอยากจะมีใบหน้าที่เรียวสวย เหมือนกับดารา ไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบหลายๆคน และด้วยความต้องการเหล่านี้เอง ที่ได้ทำให้ธุรกิจสถานเสริมความงามต่างๆ.

%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99

 

ได้สนองตอบโจทย์คุณลูกค้าที่อยากมีใบหน้าเรียวสวยด้วยการนำเสนอวิธีการต่างๆมากมาย เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น

ที่จะช่วยในการทำให้ใบหน้าของคุณสาวๆ ได้มีความเรียวสวย โดยเริ่มตั้งแต่ราคาที่แสนถูกหลักสิบหลักร้อย ไปจนถึงราคาแพงมหาโหดหลักแสนหลักล้าน ซึ่งเราก็คงไม่สามารถแนะนำได้อีกว่า วิธีการใดดีที่สุด หรือวิธีการใดมีความคุ้มค่าที่สุด เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณสาวๆมากกว่า ว่าคุณสาวๆต้องการที่จะได้เห็นผลที่รวดเร็ว ในราคาที่แสนแพงมาโหด หรือเห็นผลเร็วไม่เท่าแต่ในราคาที่ประหยัดกว่าหลายเท่า
ศัลยกรรมหน้าเรียว ราคา มาดูกันว่าศัลยกรรมหน้าเรียวราคาเท่าไหร่ และสำหรับวันนี้ เราก็จะขอพาสาวๆ ให้ได้ไปทำความรู้จักกับศัลยกรรมหน้าเรียว และ วิธีทำให้หน้าเรียวแบบต่างๆ ที่จะสามารถช่วยให้ใบหน้าของคุณสาวๆเรียวขึ้น รวมถึงมาดูกันว่าศัลยกรรมหน้าเรียว ราคาเท่าไหร่ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีราคาแตกต่างกันไปตามรูปแบบและผลลัพธ์
การผ่าตัดกรามการทำวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาช่วงกรามใหญ่จนเกินไป จนทำให้ใบหน้านั้น ดูไม่ได้สัดส่วนที่สวยงามตามที่เราต้องการ ซึ่งการผ่าตัดกรามนั้นมีราคาค่าใช้จ่าย ขั้นต้นนั้นอยู่ที่ประมาณ 55,000 บาท ขึ้นไป
การฉีดโบท็อก วิธีนี้ศัลยกรรมหน้าเรียววิธีนี้ เป็นการที่ต้องฉีดสาร BOTOX ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโปรตีนที่มีความบริสุทธิ์ ไปตรงส่วนบริเวณกราม เพื่อให้สารตัวนี้เข้าไป ช่วยลดกราม เพื่อทำการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวและสวยมากขึ้น ซึ่งการฉีดโบท็อกนั้นมีค่าใช้จ่าย ราคาขั้นต่ำเริ่มที่ประมาณครั้งละ 4500 บาทขึ้นไป และการฉีดโบท็อกนั้น จะต้องมีการฉีดอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมออีกด้วย ประมาณ 5-7 เดือน ครั้ง ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสารโบท็อกที่ใช้ฉีด เคล็ดลับทำไงให้สวยขึ้น.