สลายไขมัน ปัญหาอย่างหนึ่งที่เจอบ่อยมากในคนที่ต้องการลดไขมัน

สลายไขมัน ปัญหาอย่างหนึ่งที่เจอบ่อยมากในคนที่ต้องการลดไขมัน ที่สะสมในร่างกายมักมีคว่มเชื่อผิดๆว่า กินให้น้อยเข้าไว้ถึงจะดี และ เกือบทั้งหมด ลดการทานอาหารมากจนเกินไป บางคนก็ทานเท่าแมวดม ที่หนักเลยก็คือคนที่ทานจำกัด 500 kcal ต่อวัน ทั้งๆที่ร่างกายตัวเองนั้น ต้องการพลังงานในอาหารมากกว่า 500 kcal (ผู้ชาย เฉลี่ย 2000 kcal และ ผู้หญิง 1600 kcal) หรือพวกสูตร 10 วัน 10 กก.นี่ตัวดีเลย เพราะไขมัน 1 กก. ให้พลังงาน 7700 แคลอรี สามารถใช้เป็นพลังงานได้ 4 วัน สลายไขมัน.

สลายไขมัน

สลายไขมัน ถ้าหากอดอาหารเลย 1 เดือน ร่างกายก็จะใช้ไขมันเป็นพลังงานได้ 7 กก. แต่ถ้าทานอาหารแค่แมวดม แล้วนน.ตัวลดลงเยอะ บอกเลยว่า ร่างกายคุณกำลังเสียมวลกล้ามเนื้อ แถมอัตราการเผาผลาญพลังงานก็ลดลงด้วยอีกด้วย และผลที่ตามมาก็คือน้ำหนักตัวจะลงเร็วมากในช่วงแรก ต่อมาก็น้ำหนักก็เริ่มนิ่งและอยู่ตัว แต่ข่าวร้ายคือ คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำหนักที่หายไปนั้น กลับไม่ใช่ไขมัน ดันเป็นกล้ามเนื้อแทน แถมได้โยโย่เอฟเฟคมาเป็นของแถมอีก

มือใหม่มักหาข้ออ้าง

มือใหม่หลายคนมักมีข้ออ้างต่างๆนานาเพื่อปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงตารางชีวิตของตัวเอง หลายๆคนก็มักจะอ้างว่า “ไม่มีเวลา ด้วยภาระการทำงาน และสิ่งต่างๆมกมายต้องทำไม่มีเวลามาออกกำลังกายหรอก” ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ว่ากัน เพราะแต่ละคนก็ทำงานไม่เหมือนกัน แต่ฉันก็อยากที่จะหุ่นดีนะ แล้วจะทำยังไงดี งั้นถ้าอยากจะไดเอตเองโดยที่ไม่อยากศึกษาข้อมูลอะไรมากนัก ไม่ต้องไปชั่งตวงวัดอาหาร คุณกระทิงเมืองช้างก็แนะนำเทคนิคง่ายๆอย่างนี้

เลือกอ้างโน่นอ้างนี้แล้วลงมือทำ ทำให้เต็มที่เท่าที่ร้างกายทำไหว ยังไม่จำเป็นต้องผลักดันให้เครียดจนเกินไปสลายไขมัน
เน้นออกกำลังแบบใช้ไขมันตอนเช้า เช่น เดิน ปั่นจักรยาน หรือ เต้นแอโรบิค ครั้งละ 45-60 นาที สัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง โดยเมื่อตื่นนอนแล้ว ดื่มน้ำซัก 1-2 แก้ว แล้วก็ไปออกกำลังกายเลย งดทานพวกแป้ง กล้วย ขนมปัง เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เพราะร่างกายจะใช้อาหารพวกนี้ไปเป็นพลังงานแทนไขมันได้
เดือนแรก อย่าพึ่งลดอาหารที่ทาน แนะนำให้ทานตามปกติไปก่อน เพราะร่างกายอยู่ในช่วงปรับตัวและหัดใช้ไขมันเป็นพลังงานมากขึ้นเดือนต่อมา ทานอาหารแค่ 3/4 ของที่ทานตามปกติ และลดได้เต็มที่คือ ทานแค่ครึ่งเดียว และควรกลับมาทานอาหารตามปกติสัปดาห์ละครั้ง เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน
ถ้าทานอาหารตามสั่ง บอกแม่ครัวไปเลยว่า น้ำมันน้อย หรือ ใช้น้ำมันไม่เกิน 1 ช้อน แรกๆ อาจจะแปลกๆหน่อย ถ้าแม่ครัวทำหน้าแปลกๆใจก็บอกไปเลยว่า กำลังคุมน้ำหนักตัว สำหรับผู้หญิงทานน้ำมันพืชไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผู้ชายทานไม่เกิน 3 ช้อนโต๊ะสลายไขมัน
ถ้าเป็นไปได้ เปลี่ยนมาทานข้าวกล้องดีกว่าข้าวขาว
อย่าให้ร่างกายขาดโปรตีน ทุกมื้อควรทานเนื้อสัตว์ด้วย โดยผู้หญิงทานให้ได้มื้อละ 100 กรัม (เนื้อสัตว์100กรัมกะด้วยสายตาจะมีขนาดเท่า1สำรับไพ่) ส่วนผู้ชายทาน 150-200 กรัม ในจุดนี้คุณอาจจะต้องเข้าห้างเล็กๆ ที่มีเนื้อสัตว์ขาย แล้วก็ซื้อเอามาต้มและพกไปด้วยก้ได้
เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทราย ซูโครส และ ฟรุกโตส โดยเฉพาะน้ำอัดลม และชาเขียวเครื่องดื่มพวกนี้ตัวทำให้อ้วนดีๆนี่เอง
อย่าไปสนใจตัวเลขบนตาชั่งให้มากนัก เพราะน้ำหนักตัวของเราก็ขึ้นลงวันละ 2-3 กก.อยู่แล้ว
ให้ดูที่ความหนาของหนังบริเวณพุง ลองดึงออกมาแล้วก็บีบดูว่ามีความหนาเท่าไหร่ ความหนาลดลงหรือไม่ ถ้าลดลงก็หมายความว่าร่างกายเอาไขมันไปใช้เป็นพลังงานได้มาก เพราะไขมันจะสะสมที่ใต้ผิวหนัง และเยอะที่สุดก็ตรงพุงของเรานี่แหละ สลายไขมัน.

วิธีลดหน้าท้อง วิธีลดพุง ให้ได้ผลคุณผู้หญิงหลายๆ

วิธีลดหน้าท้อง วิธีลดพุง ให้ได้ผลคุณผู้หญิงหลายๆ คนคงอยากจะทราบกันล่ะซี้ วันนี้จึงอยากจะชวนคุณผู้หญิงที่มีปัญหากับพุงยื่นๆ มากำจัด “พุง” ให้ออกไปจากชีวิตซะ! แต่ด้วยวิธีไหนล่ะก็ ต่องติดตามค่ะ วิธีลดหน้าท้อง.

วิธีลดหน้าท้อง

วิธีลดหน้าท้อง สาวๆ คนไหนที่มีชีวิตอยู่คู่กับพุงยื่นๆ มาอย่างยาวนาน เวลาจะใส่เสื้อผ้าแต่ละที ก็ต้องเลือกที่มันอำพราง หรือปดปิด ไม่ให้เห็นเจ้าก้อนยื่นๆ ตรงพุง ลำบากไปมั้ยคะ? มาทำตาม

1. การออกกำลังกายเฉพาะส่วน ซึ่งมีอยู่หลายวิธี เช่น การซิทอัพ คาร์ดิโอ วิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน โดยออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 30 นาที ต่อวัน ทำให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อเป็นการเผาผลาญไขมันในร่างกายออกไป

2. การออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน เป็นการออกกำลังกายที่สามารถทำได้โดยง่าย เช่น การทำงานบ้าน ทำสวน หรือในขณะที่นอนดูโทรทัศน์ให้ลองยกขา โดยวางขาไว้บนเก้าอี้แล้วเกร็งท้อง พร้อมกับยกศีรษะค้างเอาไว้สัก 5 วินาที ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้งวิธีลดหน้าท้อง

นอกจากนี้ ในที่ทำงานก็สามารถออกกำลังกายได้นะคะ โดยการฝึกเกร็งหน้าท้อง ในขณะที่นั่งทำงาน ก็จะช่วยทำให้หน้าท้องของคุณกระชับขึ้นได้ ฝึกทำวันละ 10-15 ครั้ง และการนวดบริเวณหน้าท้อง โดยการวางมือลงบนหน้าท้องแล้วนวดทวนเข็มนาฬิกาค่ะวิธีลดหน้าท้อง

3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีเส้นใย และกากอาหารสูงๆ อีกทั้งควรรับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นประจำ เพราะจะช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในกลุ่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมัน อาหารที่มีรสเค็ม อาหารหมักดอง น้ำอัดลม เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพุง!

5. ดื่มน้ำเปล่ามากๆ ในแต่ละวัน ควรที่จะดื่มน้ำเปล่าให้ได้จำนวน 8-10 แก้วต่อวัน เพราะจะช่วยในการเผาผลาญแคลอรี่

6. พักผ่อนให้เพียงพอ ควรเข้านอนไม่ให้เกิน 4 ทุ่ม เพราะการเข้านอนเร็วจะทำให้ร่างกายได้หลั่งฮอโมนที่ช่วยเผาผลาญพลังงานออกมาค่ะ

แค่ทำตาม วิธีลดพุง เพียงเท่านี้คุณผู้หญิงทั้งหลายก็จะไม่มีปัญหาพุงยื่นๆ มาคอยกวนใจแล้ว และจงจำไว้อีกอย่างนะคะสาวๆ ถ้าอยากสวยอย่าได้ขี้เกียจเป็นอันขาดค่ะ วิธีลดหน้าท้อง.

วิตามินบํารุงผิว อาหารเสริมที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย

วิตามินบํารุงผิว อาหารเสริมที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย ทำงานไห้ดีขึ้น ซึ่งวิตามินบางตัวทานประจำอยู่แล้ว บางตัวศึกษาจากเพื่อนที่ทานอยู่ และศึกษาจากแหล่งข้อมูลทาง Internet สรุปมาเพื่อให้คุณสาวๆ เลือกทานวิตามินให้เกิดผลดีที่สุดค่ะ วิตามินบํารุงผิว.

วิตามินบํารุงผิว

วิตามินบํารุงผิว
1. วิตามินซี (Vitamin C)
วิตามินซีเป็นอาหารเสริมตัวแรกๆที่สาวๆนึกถึงเลยก็ว่าได้ สำหรับการบำรุงผิวให้ขาวใสวิตามินซีนี่แร่ะถือว่าเป็นพระเอกของผลลัพธ์นี้

ประโยชน์ของวิตามินซี ดีกับผิวอย่างไร

วิตามินซีมีสร้างต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ชอลอความแก่ก่อนวัยและริ้วรอยแห่วย้นแห่งวัย
วิตามินซีกระตุ้นการสร้างคอลลอเจน ทำให้ผิวอ่อนเยาว์ ดูมีน้ำมีนวล เต่งตึงกระชับ เปล่งปลั่ง ไร้จุดด่างดำ ผิวสุขภาพดีและเรียบเนียน
วิตามินซีช่วยซ่อมแซมและรักษาส่วนที่สึกหรอของร่างการเสริมสร้างผนังเซลล์ จึงทำให้แผลสดหายได้เร็วขึ้น และทำให้เหงือกและฟันแข็งแรงขึ้นด้วย
การทานวิตามินซีเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคหวัดได้
ช่วยรักษาและสร้างภูมิต้านทานโรคได้ดี
คนที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ควรทานวิตามินซีจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้

2. วิตามินอี (Vitamin E)
ราคา วิตามินอี 40mg 30Tab 265 บาท (7-ELEVEN)

ประโยชน์ของวิตามินอี ดีกับผิวอย่างไร

วิตามินอีเป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) และอนุมูลอิสระซึ่งมีผลในการป้องกันการทำลายเซลล์ หรือการเสื่อมสภาพของอวัยวะต่างๆของร่างกายจึงช่วยชะลอความแก่ก่อนวัยได้
วิตามินอีช่วยให้ความชื่มชื่นกับผิว ทำให้รอยสิว จุดด่างดำต่างๆ จางลง จึงทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และเนียบใสนั่นเองค่ะ
วิตามินอีช่วยรักษารอยแผล สมานแผล ลดการอักเสบ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
การทานวิตามินอียังช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดดหรือแสงอุลตร้าไวโอเล็ต (UV) ที่ทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก เป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำ ส่งผลให้ผิวแก่ก่อนวัยอันควรวิตามินบํารุงผิว
วิตามินอีสามารถพบได้ใน โปรตีน ไขมัน พืชผัก ผลไม้ บรอกโคลี ข้าวสาลี เมล็ดทานตะวัน ถั่ว ธัญพืช ฯลฯ หากช่วงในไหนไม่มีเวลาทานอาหารจำพวกนี้ควรหาวิตามินอีติดบ้านไว้ทานเพื่อป้องกันการขาดวิตามินอีนะค่ะ

3. Vistra Acerola cherry คือวิตามินซีอีกยี่ห้อหนึ่งซึ่งประกอบด้วย

เซโรลา เชอร์รี่ สกัด 1000 มก.
ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยส์ 80 มก.
สารสกัดจากทับทิม 60 มก.
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 40 มก.
เบต้า แคโรทีน 10% 30 มก.
ไลโคพีน 10% 30 มก.

ราคา Vistra Acerola cherry 1000mg 45Tab 335 บาท (7-ELEVEN)

Vistra Acerola cherry เป็นสารสกัดวิตามินซีจากธรรมชาติ เพราะร่างกายจะสามารถดูดซึมวิตามินซีจากธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่า จึงเหมาะกับการบำรุงผิวพรรณเป็นอย่างดี อีกทั้งสารสกัดจากเมล็ดองุ่นยังมีสาร “OPC(oligomeric proanthocyanidin)” เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจน และอิลาสตินในผิวหนังที่มีประสิทธิภาพสูง เห็นอย่างงี้สารสกัดหลายตัวเลยนะเนี้ย ดังนั้นจึงช่วยรักษาสุขภาพได้ดี ป้องกันริ้วรอย ฝ้า กระ ช่วยฟื้นฟูผิวและสภาพผิวที่เสื่อมสภาพให้ขาวใส ดูอ่อนก่อนวัยนั่นเองค่ะ
Grape Seed วิตามินช่วยผิวขาว

4. Grape Seedวิตามินบํารุงผิว
ราคา Vistra Grape Seed 60mg 30Tab 269 บาท (7-ELEVEN)

Grape Seed คือสารสกัดเข้มขันจากเมล็ดองุ่น สกัดจากธรรมชาติแท้100% เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง จนถูกเรียกว่า “Super Antioxidant” ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งมีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินซี 20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอี 50 เท่า นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี จึงได้รับความนิยมในการนำมาบำรุงผิวพรรณ โดยมีสาร OPC ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนัง อันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยก่อนวัย ป้องกันริ้วรอย ฝ้า กระ นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากรังสี UV ลดอาการผิวไหม้จากแสงแดดที่ทำร้ายผิว ดังนั้นการทาน Grape Seed จึงช่วยให้ผิวพรรณขาวใสและสุขภาพดีอย่างแน่นอนค่ะ
โคเอนไซม์ คิวเทน (Q10) ผิวขาว

5. โคเอนไซม์ คิวเทน (Q10)วิตามินบํารุงผิว

ราคา Vistra Coenzyme Q10 30mg 45Tab 240 บาท (7-ELEVEN)

โคเอนไซม์ คิวเทน หรือ โคคิว 10 หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ยูบิควิโนน (Ubiquinone) เป็นสารคล้ายวิตามินที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ ส่งผลให้เซลล์ และกล้ามเนื้อในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ

Q10 สังเคราะห์มาจากรดอะมิโน ไทโรซีน (Tyrosine) ช่วยทำให้เซลล์แก่ช้า และ ฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วยการทำงานของต่อมธัยรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย ดังนั้นจึงนิยม Q10 มาบำรุงผิว

ประโยชน์ของQ10 ดีกับผิวอย่างไร

Q10 เป็นสารต้านการเกิดออกซิเดชั่นและอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง
Q10 สามารถริ้วรอยร่องลึกให้ริ้วตอยนั้นตื้นขึ้นมาได้นั่นเอง
Q10 ช่วยป้องกันรังสีอุลตราไวโอเลต อันได้แก่ UVA และ UVB ตัวการทำร้ายผิวถึงชั้นหนังแท้ ทีทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึก
“วิตามินไม่ใช่ขนม” อย่าตะบี้ตะบันกินทุกสิ่งอย่าง มันจะส่งผลเสียต่อใตได้ กินบ้างพักบ้างตามสมควรนะค่ะ ผิวพรรณจะได้สวย ขาวใสอย่างถาวรค่ะ วิตามินบางอย่างมีอยู่แล้วในธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ อยู่ที่ใครจะเลือกทานแบบไหน ส่วนในรูปแบบอาหารเสริม วิตามินก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี สะดวก สบาย หาซื้อได้ง่าย อย่างไรก็ดีการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่สำคัญยิ่งกว่า การทานแต่สิ่งดีๆย่อมทำให้สุขภาพและผิวพรรณดีได้เอง วิตามินบํารุงผิว.

ครีมเกาหลี สเต็ปผิวสวยเด้งแบบสาวเกาหลี

ครีมเกาหลี สเต็ปผิวสวยเด้งแบบสาวเกาหลี หลังจากนั่งดูซีรีย์เกาหลีกันจนน้ำตาไหลพราก นอกจากจะอินกับเรื่องราวของซีรี่ย์แล้ว สาวๆ ก็มีอันต้องเคลิบเคลิ้มกับผิวหน้าที่แลดูเปล่งปลั่ง ฉ่ำวาวของหนุ่มหล่อสาวสวยในเรื่องกันอีกด้วย ซึ่งเทรนด์การแต่งหน้าของซีรี่ย์เกาหลีจะเน้นการเปลือยผิว เมคอัพโทนธรรมชาติ เผยให้เห็นถึงผิวสวยสดใส ไร้ริ้วรอยและจุดด่างดำ สำหรับสาวสไตล์ไทยอย่างเราๆ ถ้าอยากมีผิวสวยใสแบบสาวเกาหลีก็ดูจะไม่ใช่เรื่องยาก มีเคล็ด (ไม่) ลับของการดูแลผิวหน้าแบบสาวเกาหลีมาฝากกัน ครีมเกาหลี.

ครีมเกาหลี

ครีมเกาหลี 5 ขั้นตอนบำรุงผิวให้สวยใสสไตล์เกาหลี
การดูแลผิวแบบสาวเกาหลี ค่อนข้างได้รับความสนใจจากสาวๆ ทั่วโลก แต่ทิปส์การบำรุงผิวไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดค่ะ เพียงแค่ 5 ขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณก็สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อบำรุงผิวให้สวยกระจ่างใสได้
1.ความสะอาดนั้นสำคัญ
สำหรับสาวๆ ที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำ การเช็ดเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าให้หมดจด เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ของการล้างหน้า ขั้นตอนนี้สาวๆ หลายคนอาจกำลังทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า การเช็ดเครื่องสำอางให้หมดจด ไม่จำเป็นต้องเช็ดแรงๆ เพราะคิดว่าจะสะอาดกว่าในความเป็นจริง แล้วควรเช็ดทำความสะอาดอย่างเบามือ เพราะผิวหน้าเป็นส่วนของผิวหนังที่ค่อนข้างบอบบางและแพ้ง่าย การใช้มือถูหรือขัดแรงๆ จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองสำหรับสาวๆ ในประเทศเกาหลี การดูแลและการทำความสะอาดผิวหน้าทุกขั้นตอน ต้องทำด้วยความอ่อนโยน ซึ่งการเช็ดล้างทำความสะอาดผิวหน้า ประกอบด้วย 2 ปัจจัยสำคัญดังนี้
1.เลือกผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดเครื่องสำอาง ที่มีคุณภาพที่จะช่วยเช็ดล้างเครื่องสำอาง ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้อย่างหมดจดได้ตามต้องการ โดยไม่เช็ดหรือขัดผิวหน้าแรงๆ
2.เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า ใช้แล้วผิวไม่แห้งตึง และสามารถขจัดความมันส่วนเกินออกได้อย่างหมดจด โดยยังคงความชุ่มชื้นให้กับผิว
2.โทนเนอร์ ตัวช่วยสุดเจ๋งให้ผิวหน้าสุดคลีน
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มักจะถูกมองข้ามไป ว่าอะไรคือประเด็นสำคัญในการใช้โทนเนอร์ โทนเนอร์จะช่วยลดรอยผิวที่หยาบกร้าน และเป็นรอยแดงที่เกิดจากสิวได้จริงหรือไม่ครีมเกาหลี
แต่สำหรับสาวๆ ในประเทศเกาหลีทุกคนรู้ว่าขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญ การเช็ดทำความสะอาดด้วยโทนเนอร์จะเป็นการกระชับผิวหลังทำความสะอาด และช่วยคืนความสมดุลค่า pH บาลานซ์ให้กับผิว ช่วยให้เตรียมผิวให้พร้อม สำหรับการแต่งหน้าพร้อมฟื้นบำรุงผิวในครั้งต่อไป อีกทั้งการเติมอาหารผิว เช่น การบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นกระจ่างใส สิ่งสำคัญควรเลือกใช้โทนเนอร์ชนิดปราศจากแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวยิ่งแห้งและตกสะเก็ดมากขึ้นครีมเกาหลี
เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่คนส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนๆ กันก็คือ อะไรคือความแตกต่างระหว่างครีมบำรุงผิว และเซรั่ม จริงๆ แล้วผิวต้องการอะไร และสามารถรู้ได้อย่างไรว่า ควรนำไปใช้แบบไหน และอย่างไรคือสิ่งที่ผิวต้องการ เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากและซับซ้อน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ประเทศเกาหลี จะรวมเอา 3 ปัญหาไว้ในขวดเดียว การบำรุงผิวด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นอันดับแรกๆ ที่ควรทำ อีกทั้งยังลดการเกิดจุดกระสีน้ำตาลและริ้วรอยต่างๆ การบำรุงด้วยเซรั่มเป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงผิวหน้า หลังจากการทำความสะอาดผิว โดยคุณสามารถเลือกแต้มเซรั่มบริเวณเฉพาะจุดที่มีปัญหาหรือต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ หรืออาจผสมเซรั่มกับครีมบำรุงผิว และนำมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้าและลำคอ หรือบริเวณเฉพาะในการบำรุง คุณสามารถบีบครีมบำรุงลงบนฝ่ามือละเลงครีมผสมกัน และนำมาทาผิวในจุดที่ต้องการได้เช่นเดียวกัน เป็นการบำรุงผิวที่รู้สึกได้ถึงความประทับใจ
4.เติมอาหารผิวด้วย “มาส์ก”
เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันมานาน กับเจ้ามาส์กแผ่นสีเขียวๆ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เคยลอง และอาจอยากลองเอาเจ้าแผ่นมาส์กสีเขียวๆ แบบนี้มาลองแปะบนหน้าดูบ้าง เพราะอยากรู้ว่าจะช่วยบำรุงผิวได้จริงมากน้อยแค่ไหน
แต่เชื่อไหมคะสำหรับที่ประเทศเกาหลี สาวๆ เกาหลีถือว่าการมาส์กหน้าแบบนี้ ถือเป็นขั้นตอนการบำรุงผิวหน้า และการดูแลผิวตามปกติของพวกเขา และบ่อยครั้งที่ไม่ได้มาส์กแค่แผ่นเดียว แต่เพิ่มแผ่น มาส์กอีกแผ่นเพื่อการบำรุงที่ล้ำลึกยิ่งขึ้น ก่อนจะตามด้วยโทนเนอร์และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มขั้นตอนในการดูแลผิว สำหรับผิวที่ต้องการความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ ซึ่งใช้เวลาไม่นานในหนึ่งสัปดาห์เพียงแค่หาเวลาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อมาส์กหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างที่เรานอนหลับ การมาส์กก็จะทำให้ผิวหน้าได้รับการบำรุงที่ล้ำลึกมากยิ่งขึ้น
การบำรุงผิวด้วยการมาส์กหน้าเป็นขั้นตอนสุดท้าย โดยคุณจะประทับใจกับผิวของคุณภายหลังการใช้มาส์ก และจะทำให้คุณรู้สึกดีกับผิวของคุณมากขึ้น
5.ปกปิด + ปกป้อง ด้วยครีมกันแดด/บีบีครัม
สำหรับประเทศเกาหลี สาวๆ เกาหลีค่อนข้างให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิวสวยใสจากแสงแดด อาจต้องยอมลงทุนกับการเลือกซื้อครีมกันแดด และเพิ่มเวลาในการทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน เพื่อเป็นการปกป้องไม่ให้ผิวหมองคล้ำเสีย ที่จะเกิดจากรังสียูวีเอ ยูวีบี จากแสงแดด
การเลือกครีมกันแดด ควรเลือกครีมกันแดดที่มีคุณภาพ และมีค่าเอฟพีเอฟที่เหมาะสม เพราะสำหรับสาวๆ เกาหลีส่วนใหญ่ จะเลือกใช้ครีมกันแดดหรือบีบีครีม ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด เพื่อช่วยปกป้องผิวอย่างเหนือชั้นจากแสงแดด และทำให้ผิวสดชื่นสวยท้าแดดสมบูรณ์แบบไปตลอดวัน
หากสาวๆ สามารถดูแลผิวได้แบบนี้เป็นประจำ ปัญหาผิวพรรณก็จะกลายเป็นเรื่องผิวๆ ที่ไม่ใช่ปัญหาหนักอกหนักใจสาวๆ ยุคใหม่อีกต่อไป และคุณก็อาจมีผิวสวยใสเฉกเช่นซุปตาร์เกาหลีได้เช่นกัน ครีมเกาหลี.

เพิ่มความสูง วิธีเพิ่มความสูงของผู้หญิง

เพิ่มความสูง วิธีเพิ่มความสูงของผู้หญิง สำหรับคุณสาว ๆ ที่อยู่ในช่วงกำลังเจริญเติบโต หรือแม้แต่อยู่ในวัยที่โตเต็มที่แล้ว วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีเพิ่มความสูงแบบงัดทุกเคล็ดลับมาฝากกันแล้ว งานนี้ใครอยากสูง รีบตามมาดูกันเลย เพิ่มความสูง.

เพิ่มความสูง

เพิ่มความสูง ร้อยทั้งร้อย เชื่อว่าสาว ๆ คนไหนก็อยากสูง เพราะความสูงทำให้บุคลิกภาพของคนเราดูดี แถมใส่ชุดอะไรก็ดูสวยไปหมด แต่จะสูงได้แค่ไหน อยากสูงต้องทำยังไง วันนี้กระปุกดอทคอมมีข้อมูลดี ๆ จาก นิตยสาร Lisa รวมทั้งได้รวบรวมทุกกลเม็ดเด็ด ๆ ที่จะช่วยเพิ่มความสูงให้กับสาว ๆ มาฝากกันแล้ว เอ้า ! ตามมาดูกันเลย

ตามธรรมชาติแล้วความสูงเป็นเรื่องที่มีลิมิต พญ.ปิยะรัตน์ เลิศบรรณพงษ์ กุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิส จาก รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ชี้ว่า ความสูงของแต่ละคนนั้นถูกกำหนดโดยพันธุกรรม อาหาร การเจ็บป่วย และฮอร์โมน แต่แม้จะดูแลปัจจัยที่ควบคุมได้ทั้ง 3 อย่างหลังนี้มากแต่ไหน แต่พันธุกรรมก็ยังคงเป็นสาเหตุหลักที่จะบ่งบอกว่าเด็กแต่ละคนจะมีความสูงสุดท้ายเท่าไหร่ เด็กส่วนใหญ่จึงมีความสูงใกล้เคียงกับพ่อแม่เพิ่มความสูง

จะสูง/เตี้ย…ใส่ใจก่อนเป็นสาว !

อีกข้อกำหนดหนึ่งของความสูงก็คือระยะเวลา เมื่อเริ่มมีสัญญาณเข้าสู่วัยหนุ่มสาว คือเริ่มมีหน้าอกในเด็กผู้หญิง และมีขนาดอัณฑะใหญ่ขึ้นในเด็กผู้ชาย เด็กจะเริ่มมีความสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่เป็นวัยรุ่น และจะหยุดสูงเมื่อเด็กผู้หญิงมีประจำเดือนอย่างสม่ำเสมอแล้ว 3 ปี หรือเด็กผู้ชายเสียงแตกมาแล้ว 4 ปี แม้จะพยายามแค่ไหนยังไง้-ยังไงก็ไม่สูงแล้ว ซึ่งในปัจจุบันนี้ ช่วงเวลาเป็นหนุ่มเป็นสาวของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน และไม่อาจระบุได้แน่ชัดว่าสิ่งใดเป็นตัวกำหนดการเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาว เด็กบางคนอาจเข้าสู่วัยสาวตั้งแต่แปดขวบด้วยซ้ำ ! เมื่อเป็นสาวเร็ว ความสูงก็จะหยุดลงเร็วไปด้วย เรื่องราวของการเพิ่มความสูงจึงเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจดูแลตั้งแต่ช่วงที่การเจริญเติบโตยังไม่หยุดลง

ดูแล 3 ปัจจัยที่ทำได้ให้เต็มที่ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงหยุดสูง สิ่งที่ทำได้เพื่อเพิ่มความสูงให้ได้มากที่สุดเท่าที่พันธุกรรมจะอำนวยก็คือ 3 ปัจจัยที่กล่าวถึงไปตั้งแต่ต้น

อาหาร ไม่จำเป็นต้องสรรหาอาหารเสริมที่โฆษณาว่าช่วยเพิ่มความสูง แต่ไม่รู้ว่าส่วนประกอบคืออะไรมาใช้ให้วุ่นวาย เพียงแค่ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มนมสักวันละ 3 แก้ว และดูแลน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์ก็พอแล้ว

การเจ็บป่วย หากเด็กมีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ หอบหืด ร่างกายก็จะต้องนำสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอจากอาการป่วย ก่อนที่จะนำไปใช้เพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้น ก็ต้องระวังไม่ให้โรคกำเริบและพบแพทย์เพื่อดูแลรักษาอาการป่วยนั้น ๆ

ฮอร์โมน ฮอร์โมนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของความสูงมีหลายตัว ที่สำคัญคือ Growth Hormone และ Thyroid Hormone เด็กที่มีฮอร์โมนเหล่านี้ผิดปกติจะมีความสูงเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 4 ซม. ต่อปีจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม

ส่วนวิธีง่าย ๆ ในการดูแลการหลั่งของ Growth Hormone ให้เป็นไปได้ปกติ ก็คือการพักผ่อนที่เพียงพอในเวลาที่เหมาะสม โดยควรเข้านอนก่อน 3 ทุ่ม และนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง
วิธีทำให้สูง
เตี้ย…รักษาได้

เตี้ยเพราะความสูงไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็น กับเตี้ยเพราะสูงไม่เท่าที่หวังนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งในกรณีแรกนั้นเป็นอะไรที่สามารถแก้ไขได้ เพราะเด็กอาจจะเตี้ยเนื่องจากปัจจัยที่ควบคุมได้ สังเกตได้จากปกติแล้วก่อนจะเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ความสูงจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 4 ซม. หากน้อยกว่านี้ แสดงว่าต้องมีสิ่งที่ผิดปกติ สามารถแก้ไขและเพิ่มความสูงได้ เช่น หากตรวจเลือดพบว่าเป็นเพราะขาด Growth Hormone การให้ฮอร์โมนตัวนี้ก็จะช่วยเพิ่มความสูงได้ แต่ถ้าไม่ขาดก็อย่าไปฉีดเพื่อหวังผลเดียวกัน เพราะอาจจะกลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเสียมากกว่า

ช่วงสุดท้าย…เร่งสปีดเพื่อความสูง

โอกาสสุดท้ายที่สำหรับเด็กสาวที่อยากสูงก็คือช่วงที่เริ่มมีหน้าอก ก่อนประจำเดือนจะมา ในช่วงนี้ความสูงจะเพิ่มขึ้นอยากรวดเร็ว อาหารการกินและการพักผ่อนต้องดูแลให้เต็มที่ รวมไปถึงเรื่องการออกกำลังกายด้วย โดยตามทฤษฎีแล้ว การออกกำลังการที่มีแรงกระแทก อย่างเช่นการกระโดดจะทำให้กระดูกยืดหยุ่นได้ดีและน่าจะมีผลในเรื่องของความสูงด้วยเช่นกัน
ดื่มนม

ยิ่งดื่มนมยิ่งสูง…จริงเหรอ?

คำกล่าวที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ทำนองว่าอยากสูงให้กินนมนี้ เป็นเพราะนมมีแคลเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันสูง แต่ก็ไม่ใช่ว่ายิ่งดื่มมากยิ่งสูงมาก เพราะอย่างที่บอกว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับพันธุกรรม และปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการก็มีจำกัด ต่อให้ดื่มมากเท่าไหร่ ส่วนที่เกินความต้องการก็จะถูกขับออกไปทางปัสสาวะอยู่ดี ดังนั้น แค่ 3 แก้วต่อวันก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ดื่มมากเกินไปแทนที่จะสูง อาจจะอ้วนเพราะได้รับพลังงานมากเกินไป

ฝังเข็มเพิ่มความสูง…ช่วยได้จริงปะ?

การฝังเข็มตามหลักการของแพทย์แผนจีนช่วยเพิ่มความสูงได้จริง แต่ข้อจำกัดก็มีอยู่ !

นพ.ธเนศ อมรพิทักษ์กูล แพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน สมุนไพรและการฝังเข็ม เจ้าของเฮิร์บพลัสคลินิก กล่าวว่า การฝังเข็มจะช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ และอาจจะเพิ่มความสูงได้เป็นสิบเซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม การฝังเข็มจะช่วยได้ก็ในกรณีที่ร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่ เมื่อ X-Ray ดูแล้วพบว่ากระดูกยังไม่ปิดสนิทเท่านั้น โดยผู้หญิงจะอยู่ในช่วงอายุไม่เกิน 18 ปี ส่วนผู้ชายก็ไม่เกิน 21 ปี แต่ถ้าจะให้เห็นผลชัดเจนก็ต้องฝังเข็มตั้งแต่ช่วงประมาณ 10-14 ปี โดยจะต้องทำการฝังเข็มสัปดาห์ละประมาณ 2-3 ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 3 เดือนขึ้นไป และมีการกินสมุนไพรควบคู่ไปด้วย
วิธีเพิ่มความสูง
โตแล้วยังอยากสูง…ศัลยกรรมเพิ่มความสูง !!!

ในเมื่อความสวยยังมีศัลยกรรมทำให้สวย ความสูงก็มีศัลยกรรมทำให้สูงเหมือนกัน แต่ นพ.พรเอนก ตาดทอง ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ร.พ.เวชธานี เตือนไว้ก่อนเลยว่า คิดให้ดีก่อนตัดสินใจทำ !

ยืดกระดูกอย่างเป็นธรรมชาติ

การผ่าตัดเพิ่มความสูงก็คือการทำให้กระดูกช่วงขาของเราที่ยังดี ๆ อยู่หักลง โดยอาจจะเป็นขาท่อนบนหรือท่อนล่างก็ได้ จากนั้นจึงใส่เหล็กและลวดซึ่งเป็นเครื่องมือยึดกระดูกเข้าไป เมื่อกระดูกของเรามีการสร้างขึ้นมาใหม่ ก็หมุนเครื่องมือให้ยืดออกไปทุกวัน เพิ่มความยาวไปเรื่อย ๆ กระดูกที่สร้างขึ้นใหม่ก็จะยาวขึ้น แต่ยังมีความแข็งแรงเหมือนกับกระดูกปกติ เมื่อการรักษาเสร็จสิ้น กระดูกก็กลับมาแข็งแรงเหมือนปกติ คุณยังคงวิ่ง กระโดด เล่นกีฬาได้ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ได้ความสูงถาวรเพิ่มขึ้นเท่านั้น

อยากสูงเท่าไหร่ก็ได้

การผ่าตัดเพิ่มความสูงนี้จะทำให้คุณสูงขึ้นวันละ 1 มิลลิเมตร และจะสูงเท่าไหร่ก็ได้ไม่มีข้อจำกัด แต่ก่อนทำ แพทย์จะทำการถ่ายภาพและปรับภาพให้คุณดูก่อนว่า หากเพิ่มความสูงตามที่ต้องการแล้ว รูปร่างของคุณจะดูเป็นอย่างไร ดูผิดสัดส่วนหรือไม่ เพราะสัดส่วนของแต่ละคนก็ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว

แค่อยากสวย…ยังไม่พอเพิ่มความสูง

เหตุผลในการอยากเพิ่มความสูงของคุณต้องเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และสำคัญจริง ๆ ถึงจะดึงให้คุณไปถึงจุดหมายปลายทาง ไม่ถอดใจเลิกกลางคันเสียก่อน เพราะทุกวันตลอดระยะเวลาในการเพิ่มความสูงคือความเจ็บปวดและทรมานมาก สิ่งที่ถูกยืดออกไม่ได้มีเพียงกระดูกที่ถูกทำให้หักเท่านั้น แต่ยังมีกล้ามเนื้อ เส้นเลือด เส้นเอ็น ผิวหนัง ที่ต้องถูกยืดไปพร้อม ๆ กัน และเมื่อต้องทำการหมุนเครื่องมือเพื่อยืดกระดูกออกทุกวัน ก็เหมือนกับร่างกายต้องบาดเจ็บซ้ำซากจนกว่าคุณจะไปถึงความสูงที่ต้องการ

ต้องว่างจริง ๆ และมีคนคอยดูแลตลอด

จริงอยู่ที่หลังจากผ่าตัดติดเครื่องมือเสร็จ คุณไม่จำเป็นต้องนอนนิ่งอยู่โรงพยาบาล แต่ก็ควรมีคนคอยดูแล เผื่อเกิดปัญหาอะไรจะได้มาพบแพทย์ได้ตลอด และก็ต้องมีเวลาว่างเต็มที่ เพราะความยาวนานของช่วงเวลาที่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากสูงเท่าไหร่ และยังต้องมีช่วงเวลาพักฟื้นเพื่อให้กระดูกแข็งแรงเต็มที่อีกด้วย และในระหว่างที่ยืดกระดูกก็ต้องมีการบริหารกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องทุกวัน ไม่เช่นนั้นอาจจะมีปัญหากล้ามเนื้อและเอ็นติดได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว

วิธีเพิ่มความสูง

ออกกำลังกายก็ช่วยให้สูงได้

การออกกำลังกายสามารถช่วยกระตุ้นให้สาว ๆ ในวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตสามารถสูงได้ดั่งใจง่าย ๆ โดยวิธีออกกำลังกายสำหรับในช่วงนี้ ให้เน้นการออกกำลังกายที่จะกระตุ้นการเพิ่มความสูง อย่างเช่น บาสเกตบอล กระโดดสูง โหนราว ว่ายน้ำ กระโดดเชือก เป็นต้น เพียงออกกำลังกายวันละประมาณ 30 นาที ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างโกรทฮอร์โมน ทำให้สูงขึ้นได้ง่าย ๆ

แต่สำหรับคุณสาว ๆ คนไหนที่หมดวัยเจริญเติบโตแล้วการออกกำลังกายด้วยวิธีที่กล่าวไปข้างต้นอาจจะทำให้ไม่ได้ผล แต่กระปุกดอทคอมก็มีวิธีออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงในช่วงที่หยุดเจริญเติบโตมาฝากกันแล้ว ดังนี้ค่ะ

ออกกำลังกายยืดตัวเป็นประจำ วิธีนี้จะสามารถช่วยยืดกระดูกที่คดงอให้ตรงขึ้น และจะช่วยเพิ่มความสูงได้มากถึง 1 เซนติเมตร ภายใน 1 เดือนเลยทีเดียว โดยทุก ๆ วันก่อนนอน ให้นั่งคุกเข่าให้ขาและเท้าราบไปกับพื้น โดยให้นั่งทับส้นเท้าไว้ จากนั้นนอนหงายลงไปให้ติดกับพื้น ทำค้างไว้ประมาณ 1-2 นาที รับรองภายใน 1 เดือนได้ผลชัวร์

โยคะเพิ่มความสูง นอกจากนี้การออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะก็สามารถช่วยกระตุ้นให้สูงขึ้นได้เช่นกัน โดยท่าโยคะที่ว่านี้ก็คือ โยคะท่างูเห่า เริ่มจากนอนคว่ำกับพื้น แล้วค่อย ๆ ยกหน้าอกขึ้นด้านบน โดยใช้แขนทั้งสองข้างยันพื้นไว้ พร้อม ๆ เชิดหน้าขึ้น เกร็งค้างไว้ประมาณ 1-2 นาที แล้วค่อยผ่อนกลับมาในท่าเดิม ทำเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้ความสูงเพิ่มได้ เพราะโยคะท่านี้จะช่วยกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรง และยืดตรงไม่ให้คดงอนั่นเอง

วิธีเพิ่มความสูง

รองเท้าส้นสูงช่วยได้

สำหรับวิธีสุดท้าย หากสาว ๆ ลองทำทุกวิธีแล้วยังไม่สูงขึ้นสักที หรือสูงไม่ทันใจ วิธีที่ง่ายที่สุดก็แค่หารองเท้าส้นสูงมาใส่สักคู่ เพียงเท่านี้คุณสาว ๆ ก็จะสูงได้ดั่งใจภายในพริบตาแล้วค่ะ ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่สาว ๆ นิยมกันมาก เพราะนอกจากจะไม่เจ็บตัว ไม่ต้องเสียเวลาแล้ว ยังช่วยให้สูงได้มากถึง 3-6 นิ้วเลยทีเดียว เพิ่มความสูง.

วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว ในที่นี้จะขอกล่าวถึงวิตามินสำคัญที่ป้องกันความชราภาพ

วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว ในที่นี้จะขอกล่าวถึงวิตามินสำคัญที่ป้องกันความชราภาพ เพื่อให้คุณได้เป็นสาวสองพันปีโดยวิธีธรรมชาติ วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว.

health.haijai.com/food/

วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว วิตามิน ซี พบได้ในผลไม้รสเปรี้ยวและผักใบเขียว สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ช่วยการหายของแผลต่างๆ ช่วยลด
รอยดำบริเวณผิว วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว
วิตามิน อี พบได้ในผัก น้ำมันพืช เมล็ดพืช ข้าวโพด ถั่ว แป้งสาลี เนยเทียม หากอยู่ในรูปของการรับประทาน สามารถเร่งการหาย
ของแผล ลดการเกิดมะเร็งผิวหนัง และลดอาการแพ้แดด
วิตามิน เอ (Retinoids) พบได้ในพืชที่มีสีเขียวและเหลือง ไข่แดง เนย ตับ และน้ำมันปลา ช่วยลดริ้วรอยตื้นๆ ได้ ทำให้สีของ
กระแดดแบบตื้นจางลงได้บ้าง
เบต้า-คาโรทีน (Beta-Carotene) พบในผักใบเขียว แครอท แคนตาลูป เนื้อ เนย ช่วยลดอาการแพ้แดด และลดการทำลายของ
เซลล์จากอนุมูลอิสระวิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว
โคเอนไซม์ คิว 10 พบได้ในอวัยวะที่มีเมตาบอลิซึมสูงๆ เช่น หัวใจ ไต ตับ ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาภายในเซลล์ เพิ่มพลังงานให้กับเซลล์ ในรูปแบบของการนำมาทาผิวหนัง พบว่า สามารถลดรอยตื้นๆได้บ้าง
ถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านคงสับสนว่า แล้วเราควรจะรับประทานอาหารอะไรดี จึงจะได้คุณค่าของสารอาหารตามต้องการ ขอแนะนำว่า
ควรเลือกทางสายกลางจะดีที่สุด นั่นคือ รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ แต่เน้นผักและผลไม้สด นอกจากนั้นควรออกกำลังกาย รวมทั้ง
ใช้ครีมกันแดด และพักผ่อนให้เพียงพอด้วยค่ะ

แต่ถ้าทำทุกวิถีทางแล้วยังรู้สึกว่า ผิวพรรณเสื่อมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น อย่างนี้คงต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาแล้วล่ะค่ะ อย่าไปเที่ยวซื้อหายามาทาหรือรับประทานเอง เพราะอาจจะเกิดผลเสียต่อผิวพรรณได้ วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว.

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซี กินตอนไหน ถึงจะเป็นผลดีมากที่สุด การได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายนั้นควรเป็นเวลาหลังอาหารเช้า เนื่องจากช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ในช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมง และควรรับประทานวิตามินซีหลังอาหาร เพราะวิตามินซีที่ร่างกายดึงไปใช้ได้นั้นจะต้องมีตัวนำพา เช่น อาหาร ผักใบเขียว ผลไม้ต่างๆที่ให้วิตามินซีสูง หากได้รับวิตามินซีขณะที่ท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีตัวนำพาหรือตัวให้ดูดซึม สุดท้ายน้ำที่เราดื่มเข้าไปก็จะไปละลายวิตามินซี และโดนขับออกเป็นปัสสาวะ วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี
วิธีกินวิตามินซี อีกเหตุผลสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง วิธีกินวิตามินซี เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรารับมันเข้าสู่ร่างกายตอนท้องว่าง และไม่ควรรับประทานวิตามินซีก่อนนอน เพราะจากค้นคว้าวิจัยพบว่า วิตามินซีอาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับต่อวัน
นอกจากจะทราบกันไปแล้วว่าวิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันต่อไปก็คือปริมาณวิตามินซีที่ควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้วิตามินซี โดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามิน ซี ในปริมาณที่เหมาะสม คืออย่างน้อย 60 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ ดังนั้น จึงควรบริโภคอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
นอกจากนี้ วิตามินซียังมีบทบาทในเป็นตัวช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ โดยที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว้างขวาง ในบางรายอาจจะจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่สูงขึ้น อย่างผู้ที่มีอาการเป็นหวัด โรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัมวิธีกินวิตามินซี
ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ และต้องอยู่กับความเครียด เช่น การทำงานหนัก ต้องใช้ความคิดมากๆ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม ขณะเดียวกันคนที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรได้รับวิตามันซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป

โดยสรุปแล้ววิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด คำตอบคือหลังอาหารเช้า เพราะมีอาหารที่รับประทานเข้าไปเป็นตัวนำพาให้ร่างกายนำวิตามินซีไปใช้ และเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายดูดซึมได้ดี ทั้งนี้ ในเรื่องของการรับประทานวิตามินซีเป็นอาหารเสริมก็เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและเป็นวิตามินที่ละลายน้ำ ถูกขับออกได้ทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป วิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซีช่วยคุณได้

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซีช่วยคุณได้ วิตามินซีเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องความสวยความงามของผิวพรรณอย่างได้ผล ทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อวิตามินซีมาทานกันได้โดยง่าย และที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย มีประโยชน์มากมายในเรื่องของความสวยความงามสำหรับสาวๆ วิตามินซีนอกจากรับประทานจากอาหารเสริมแล้ว เรายังสามารถรับประทานวิตามินซีได้จากธรรมชาติอีกด้วย วิตามินซีพบมากใน ฝรั่งไร้เมล็ด ส้ม มะละกอ สตรอเบอรี่ มะขามเทศ พุทรา แอปเปิ้ล และมะเขือ เป็นต้น มาดูกันดีกว่าว่าวิตามินซีมีดีอะไรสำหรับผิวพรรณของเรากันบ้างค่ะ วิตามินซี ผิวขาว.

วิตามินซี ผิวขาว

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซีช่วยในการลบเลือนจุดด่างดำ เพราะเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มแอนตี้ออกซิแดนท์ มีคุณสมบัติในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำ ช่วยทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอวิตามินซี ผิวขาว สามารถละลายในน้ำได้ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดจึงมักมีวิตามินซีเป็นส่วนผสม เพื่อช่วยในการปรับสภาพผิวหน้าให้กระจ่างใส ลบเลือนจุดด่างดำ เราสามารถใช้วิตามินซี เพื่อช่วยในการทำให้ผิวใสไร้ริ้วรอย ทั้งในรูปแบบการทานและการทา แต่ถ้าอยากให้ได้ผลดีควรใช้ทั้งวิธีทานและวิธีทาควบคู่กันไป เพราะการทานวิตามินซีจะเป็นการช่วยส่งเสริมวิตามินอี ที่เป็นวิตามินอีกตัวที่สามารถช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้วิตามินอีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้ดียิ่งขึ้นวิตามินซี ผิวขาว
วิตามินซีช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ วิตามินซีมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายดูดซึมกลูต้าไธโอนทั้งจากตามธรรมชาติและแบบทานเสริมเข้าไปได้ดียิ่งขึ้น และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำไมผลิตภัณฑ์เสริมกลูต้าต่างๆ จึงมักแนะนำให้ทานวิตามินซีควบคู่กันไปด้วย สำหรับในคนที่ขาดวิตามินซีมักมีใบหน้าที่หมองคล้ำไม่สดใส การที่เราทานวิตามินซีเพิ่มขึ้นตามที่ร่างกายต้องการ จึงช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้ แต่จะให้ได้ผลดีและมีผิวขาวได้ตามต้องการควรทานไปสักระยะหนึ่ง ผิวของคุณก็จะค่อยๆ ขาวขึ้นได้
วิตามินซีช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง เพราะวิตามินซีมีความสามารถในการช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ คลอลาเจนมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึงไร้ริ้วรอย ถ้าผิวขาดคอลลาเจนผิวพรรณจะเหี่ยวย่นเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นการทานวิตามินซีให้พอเพียงต่อความต้องการของร่างกายจะสามารถช่วยให้เราดูแลรักษาชั้นคอลลาเจนให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราทานคอลลาเจนควบคู่กับการทานวิตามินซี ร่างกายก็จะสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยทำให้ผิวพรรณกระชับแต่งตึงมากขึ้นอีกด้วย วิตามินซี ผิวขาว.

วิตามินซี ช่วยอะไร วิตามินซีเป็นวิตามินที่มีความสำคัญ

วิตามินซี ช่วยอะไร วิตามินซีเป็นวิตามินที่มีความสำคัญ ต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีขึ้นเองได้และร่างกายยังไม่สามารถเก็บสะสมวิตามินซีได้เนื่องจากวิตามินซีนั้นเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น วิตามินซี ช่วยอะไร.
วิตามินซี ช่วยอะไร
วิตามินซี ช่วยอะไร วิตามินซีเม็ด
ประโยชน์ของวิตามินซี
– มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อของผิวหนัง เส้นเอ็น เส้นเลือด ซึ่งวิตามินซีนั้นจะช่วยให้อวัยวะเหล่านี้ไม่เปราะ ยืดหยุ่น และแข็งแรง
– ช่วยรักษาแผลเป็น และแผลต่างๆให้หายเร็วขึ้น เช่น แผลสด แผลไฟไม้
– สามารถช่วยชลอความเสื่อมของร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นตัวสร้างคอลลาเจน
– มีสารต่อต้านโรคภูมิแพ้ สามารถบรรเทาอาการหอบหืดให้ดีขึ้นได้ บรรเทาอาการแพ้วิตามินซี ช่วยอะไร
– หากทานวิตามินซีร่วมกับ กรดแพนโทเธนิค (Pantothenic Acid) จะช่วยป้องกันอาการปวดไมเกรนได้
– ช่วยป้องกันและรักษา เลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด หรือแม้กระทั่งสามารถป้องกันหวัดได้
– ลดการอักเสบจากการติดเชื้อ
– หากรับประทานวิตามินซีร่วมกับวิตามินอี จะช่วยลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังเส้นเลือดได้วิตามินซี ช่วยอะไร
– ป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ
โทษของวิตามินซี
– ถึงแม้วิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถเก็บกักไว้ใช้งานได้และหากได้รับวิตามินซีมากเกินไปก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะก็ตาม แต่หากรับประทานวิตามินซีจำนวนมากติดต่อกันหลายวัน ก็อาจจะทำให้มีอาการท้องเสีย กระเพาะอาหารระคายเคืองได้
– หากร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณมากจนเกินไป อาจนำไปสู่โรคเกาต์ได้ เนื่องจากวิตามินซีทำหน้าที่เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการดูดซึมธาตุเหล็กตามข้อกระดูก
– มีอัตราความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในไตมากขึ้น วิตามินซี ช่วยอะไร.

 

ขาลาย อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆ

ขาลาย อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆ เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทิ้งริ้วรอยเป็นจุดด่างดำเต็มขาแล้ว ยังส่งผลให้ความมั่นใจถดถอย แถมยังไม่สามารถแต่งตัวตามแฟชั่นโชว์เรียวขาสวยงามได้อีกด้วย โดยสาเหตุของปัญหาขาลายนั้นมีด้วยกันหลากหลายสาเหตุ วันนี้เราจะมานำเสนอทั้งสาเหตุ พร้อมทั้งวิธีแก้ขาลายและวิธีรักษาขาลายอย่างได้ผลมาให้เพื่อนๆได้ทราบกัน ขาลาย.

ขาลาย

ขาลาย สาเหตุของปัญหาขาลาย
– การทำงานของต่อมน้ำเหลืองผิดปกติ ส่งผลให้แผลเป็น หรือริ้วรอย หายช้ากว่าปกติ
– รอยแผลเป็น
– การระคายเคืองต่างๆ ได้แก่ ผดผื่นคันที่เมื่อเกาแล้วจะทำให้เกิดแผลเป็น และทิ้งริ้วรอยจุดด่างดำเอาไว้
– ขนคุด เมื่อทำการถอนขนคุด สิ่งที่จะตามมาก็คือ จุดด่างดำนั่นเอง
– ไวรัสผิวหนัง เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่ส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ
– น้ำหนักตัว ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสภาพผิวปรับตัวไม่ทัน จึงทำให้เกิดเป็นริ้วรอยแตกลายได้
วิธีแก้ขาลาย
ดังนั้นวิธีการรักษาปัญหาขาลายนั้น จึงต้องใช้เวลา เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป แต่ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้ เพราะถึงแม้ต้องใช้เวลาในการรักษา แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะนอกจากจะได้ขาสวยเนียนใสกลับมาแล้ว ยังได้ผิวสุขภาพดีเป็นของแถมอีกด้วย เรามาดูกันเลยดีกว่าวิธีการรักษาปัญหาขาลายนั้น มีอะไรกันบ้าง…?
วิธีแก้ขาลายและวิธีรักษาขาลาย
1. น้ำมะนาวผสมดินสอพอง
มะนาวเป็นผลไม้ที่มีกรด AHA ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดเลือนจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี เพียงนำน้ำมะนาวผสมกับดินสอพอง จากนั้นนำไปพอกไว้บริเวณขาเป็นเวลา 15 – 20 นาที หลังจากนั้นขัดออกด้วยใยบวบ
2. ขมิ้นผงขาลาย
เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ขึ้นชื่อเรื่องประโยชน์ในการบำรุงผิวให้เนียนใส โดยนำขมิ้นผงผสมกับน้ำเล็กน้อย จากนั้นทาทิ้งไว้บริเวณขา เป็นเวลา 15 – 20 นาที หลังจากนั้นขัดออกด้วยใยบวบ
3. น้ำมะขามเปียก
มะขามเปียกเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการลบเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้ผิวเนียนใสอีกด้วย เพียงนำน้ำมะขามเปียกมาทาทิ้งไว้บริเวณขา เป็นเวลา 15 – 20 นาที หลังจากนั้นขัดออกด้วยใยบวบ
4. ว่านหางจระเข้
เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณเลื่องลือในเรื่องการบำรุงผิว และรักษาริ้วรอย แผลเป็นต่างๆ เป็นอย่างมาก เพียงนำวุ้นจากว่านหางจระเข้มาทาให้ทั่วบริเวณริ้วรอยจุดด่างดำ หรือแผลเป็น
5. หินขัดตัว
เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป และเผยผิวใหม่ที่เนียนใสไร้ริ้วรอย เพียงแค่ใช้หินขัดทั่วบริเวณที่มีริ้วรอย จุดด่างดำ หรือแผลเป็นอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งทุกวิธีที่กล่าวมานี้ เป็นวิธีแก้ขาลายและวิธีรักษาขาลายที่รับรองได้ว่าเห็นผลแน่นอน 100 % แต่สาวๆ ต้องขยันหมั่นทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง เพื่อทวงคืนขาเนียนใสไร้ริ้วรอยให้กลับ ขาลาย.