แก้แขนลาย แขนลาย เตรีมดินสอพอง และ นำ้มะนาว

แก้แขนลาย แขนลาย เตรีมดินสอพอง และ นำ้มะนาว นำผสมให้เข้ากันพอหมาดๆ แล้วนำมาทาบริเวณขาที่มีรอยจุดด่างดำ หรือตามรอยต่างๆ หมั่นทาทุกคนก่อนนอนไม่นาน รอยด่างดำนั้นๆ จะค่อยๆ หายไปค่ะด้วยวิธีเพียงเท่านี้ ทั้งประหยัดและแสนง่าย คุณผู้หญิงก็หมดกังวลกับปัญหาขาลายได้แล้วใช่ไหมค่ะ ข้อควรจำคือต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจะให้หายทันใจภายในวันสองวันเป็นไปไม่ได้ค่ะ ยังไงหมั่นทำตามวิธีที่แนะนำดูนะคะ รับรองได้ผลแต่ต้องใช้เวลานิดนึงค่ะแก้แขนลาย.

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2
แก้แขนลาย วิธีแก้ขาลายจากยุงกัด แบบง่ายๆ และเป็น วิธีแก้ขาลายจากยุงกัด แบบธรรมชาติอีกต่างหากด้วยค่ะ หรือคุณสาวๆ บางคนที่มักแพ้ยุงจนขาลาย วิธีแก้ขาลายจากยุงกัด นี้ก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกันค่ะ วิธีแก้ขาลายจากยุงกัด “แบบธรรมชาติ” ไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเองค่ะนอกจากผิวใส น่าสวย หุ่นแป๊ะ แล้วไม่ใช่แค่ช่วงบนเท่านั้นที่สาวๆ ต้องใส่ใจ แก้แขนลาย
เชื่อไหมค่ะว่าขาก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สาวๆ จะให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะอะไรหน่ะหรอค่ะ ก็ ปัญหาขาลาย ที่เป็นปัญหาทำให้การแต่งตัวของผู้หญิงดูเบาลงไงหล่ะค่ะ แล้วยิ่งช่วงนี้เทรนด์แฟชั่นในแบบสั้นๆ ก็กำลังระบาดไปทั่วบ้านทั่วเมืองถ้าเจอกับ ปัญหาขาลาย นี้เข้าไปแก้แขนลาย
ปัญหาขาลาย” แก้ได้ด้วยสมุนไพรใกล้ตัวอย่างไรก็ตามแม้แผลเป็นหรือจุดด่างดำที่เกิดขึ้นบนเรียวขาของคุณสาวๆ นั้น จะสามารถลบเลือนจางหายไปได้เองตามธรรมชาติซึ่งอาจจะใช้เวลานานสักหน่อย แต่ก็มีสาวๆ หลายคนไม่สามารถทนเห็น หรือยอมให้ขาของตัวเองกลายเป็น “ลายจุด” แบบนี้ไปได้นานๆ (จริงมั้ย) วันนี้เราขอแนะนำเคล็ดลับรักษาอาการขาลาย ด้วยวิธีแบบธรรมชาติ แถมยังทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาออกไปกว้านหาซื้อครีมราคาแพงๆ ให้วุ่นวาย เพียงแค่เพื่อนๆ นำน้ำมะนาวมาผสมกับดินสอพอง คนให้มันเข้ากันพอหมาดๆ แล้วนำมาทาพอกขาบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ หรือรอยยุงกัด ทาทุกคืนก่อนนอน ไม่นานรอยด่างดำนั้นจะค่อยๆ จางหายไปเองค่ะ
โอ้วว้าว… ง่ายมากๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อนๆ ต้องจำไว้อย่างนึงว่าอาการขาลายเนี่ยมันเกิดขึ้นง่าย แต่จะให้มันหายไปแบบทันใจนั้นยากฉะนั้นอย่าไปรีบร้อน เพราะอาจต้องใช้เวลากับมันสักหน่อยค่อยๆ รักษาไปเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเองค่ะแก้แขนลาย.

ครีมทาแผลเป็น การบีบแคะแกะหรือกดสิว

ครีมทาแผลเป็น การบีบแคะแกะหรือกดสิว อาจทำให้สิวเกิดการอักเสบมากขึ้น เกิดรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวตามมา ดังนั้นคิดให้ดีก่อนบีบสิวนะคะครีมทาแผลเป็น.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ครีมทาแผลเป็น หลุมสิวทำให้ดีขึ้นได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ เลเซอร์กรอผิว หรือคลื่นความถี่วิทยุชนิดที่ทำให้เกิดแผล แต่ต้องทำหลายครั้งถึงจะดีขึ้นได้ 60-70%

หลุมสิวรักษายากที่สุดในบรรดารอยแผลเป็นสิวทั้งหลาย และไม่มีวันจะทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิมได้ 100%ครีมทาแผลเป็น

ไม่มียาทาหรือครีมชนิดไหนจะช่วยให้รอยแดงสิวดีขึ้นได้ โปรดอย่าหลงเชื่อคำโฆษณา

รอยแดงสิว หายได้เองในเวลา 6-9 เดือน แต่ถ้าอยากให้หายเร็วสามารถทำเลเซอร์เดือนละครั้ง 3-4 ครั้ง เลเซอร์ 1 ครั้งจะดีขึ้น 20-30%

ถ้าอยากให้รอยดำสิวหายเร็วขึ้น ให้ทายาที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ arbutin licorice kojic acid vit c ทำ treatment ด้วยกรดผลไม้ หรือฉายแสง LED

รอยดำสิวหายได้เองในเวลา 3-6 เดือน ขึ้นกับสีผิว ถ้าผิวสีเข้มจะหายช้ากว่าผิวสีอ่อน

ถ้าการอักเสบของสิวลงลึกถึงชั้นหนังแท้ และมีการอักเสบนานเกิน 1 เดือน อาจหายเป็นรอยแผลเป็นหลุมสิว

ถ้าสิวอักเสบอยู่นานเกิน 14 วัน จะหายเป็นรอยดำ แต่ถ้าอักเสบอยู่นานเกิน 1 เดือน จะเกิดรอยแดงสิวขึ้นมาได้

สิวอักเสบโดยทั่วไป ถ้าไม่ไปยุ่งกับมัน จะหายได้เองในเวลา 7 วัน

ขอจบการทวิตเรื่องการดูแลผิวด้วยตนเองอย่างง่ายๆ แค่นี้ก่อนนะคะ ใจความสำคัญคือ ล้างหน้าให้สะอาด ทา moisturizer ตามสภาพผิว และกันแดดค่ะ
จากทวีตวิชาการของคุณหมอครีมทาแผลเป็น
ถ้าอยากให้รอยดำสิวหายเร็วก็ทายาที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้หรือไม่ก็ทำทรีทเม้นท์ ฉายแสง บลาๆ

แต่ถ้าเป็นหลุมสิวก็ต้องฉีดฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์ ซึ่งตังค์? … ยังไม่มีไง

เมย์ก็เลยจะเน้นการดูแลผิวหน้าให้สะอาด สิวจะได้ไม่มาเยือน

ถ้ามีสิวก็อย่าไป บีบ แคะ แกะ เกา (ซึ่งเอาจริงๆ มันยากนะ กว่าจะห้ามใจ มือก็ไปแล้ว)

แล้วก็ทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดด ในปริมาณที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ

หลบแดดเท่าที่ทำได้ … นานๆ ทีมีเข้าคลีนิคทำทรีทเม้นท์บ้างครีมทาแผลเป็น.

แก้ท้องลาย คุณแม่จะมีปัญหาต่างๆเข้ามากวนใจหลายเรื่อง

แก้ท้องลาย คุณแม่จะมีปัญหาต่างๆเข้ามากวนใจหลายเรื่อง เช่น เรื่องการเลี้ยงลูก เรื่องน้ำหนักตัว เรื่องไขมันส่วนเกิน และเรื่องปัญหาหน้าท้องต่างๆ ปกติแล้วคุณแม่จะมีปัญหาเรื่องหน้าท้องโดยหลักๆ ด้วยกันอยู่ 3 เรื่องคือ ท้องลาย ท้องหนา ท้องย้อยหย่อนยาน ซึ่งเรามีวิธีดูแลรักษาหน้าท้องของคุณแม่มาแนะนำดังนี้ค่ะแก้ท้องลาย.

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

แก้ท้องลาย 3 วิธีแก้ปัญหาท้องลาย หนา ย้อย ของคุณแม่

1.ปัญหาท้องลาย

ปกติแล้วคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทุกคนจะมีอาการท้องลายเนื่องจากผิวหนังหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น บางคนก็มีมาก บางคนก็แค่จางๆ สีของลายก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสีผิวของคุณแม่ ช่วงที่ท้องจะลายมากที่สุดคือตั้งแต่ 28-32 สัปดาห์เพราะเป็นช่วงที่ท้องขยายตัวอย่างรวดเร็วดังนั้นในช่วงนี้ควรดูแลหน้าท้องให้ดีที่สุดเช่น อย่าให้หน้าท้องขยายเร็วเกินไปโดยการกินอาหารที่มีประโยชน์จริงๆเท่านั้น ทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว เพื่อที่ผิวจะได้ไม่แห้งและแตกลายมากเกินไป ถ้าต้องการทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นสามารถทาได้แต่ไม่ควรทาแป้งทับเพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้ง การทาครีมเพื่อให้ความชุ่มชื่นต่อผิวสามารถช่วยลดอาการท้องลายได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ค่ะ

2.ปัญหาท้องหนาแก้ท้องลาย

เกิดจากการสะสมไขมันจากการกินมากเกินไปตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนมากจะรู้ว่าตัวเองหน้าท้องหนาก็ตอนหลังคลอดนั่นแหละค่ะ ตอนนี้เราก็ได้รู้กันแล้วว่าปัญหาหน้าท้องหนาเกิดตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น แป้งหรือไขมันที่ไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง ถ้ากินโปรตีนมากก็จะไปลงลูก แต่ถ้ากินแป้งมากเกินไปลงพุงแม่แน่นอนค่ะ

3.ปัญหาท้องย้อย หย่อนยานแก้ท้องลาย

ปัญหานี้มักเกิดกับคุณแม่หลังคลอด โดยเฉพาะคุณแม่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนท้องจะยืดออกไปทั้งข้างหน้าและด้านข้างเมื่อคลอดลูกแล้ว เนื้อและไขมันบริเวณที่เคยยืดออกก็จะหย่อนคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งปัญหานี้จะหนักมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด ดังนั้นในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอดคุณแม่ควรรีบลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุดเพราะในช่วง 3 เดือนนี้น้ำหนักของคุณแม่จะลดเร็วที่สุด และทางที่ดีคุณแม่ควรให้ลูกดูดนมบ่อยๆเพราะไขมันส่วนกินที่อยู่ตรงหน้าท้องหรือหน้าขาคุณแม่จะถูกส่งไปช่วยผลิตน้ำนมแม่ ซึ่งเป็นการเผาผลาญไขมันที่ดีมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด และควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสร้างน้ำนมแม่เท่านั้น ลดอาหารที่เป็นไขมันและแป้งให้มากที่สุด การใช้ผ้าพยุงหน้าท้องก็ช่วยเรื่องท้องย้อยได้ดี หรือ ควรซิทอัพทุกวัน วันละ 30 นาที เป็นอย่างน้อยในช่วงที่ร่างกายกลับมาแข็งแรงปกติแล้วค่ะแก้ท้องลาย.

ขาแตกลาย ขาลาย เป็นอีกหนึ่งความวิตกกังวล

ขาแตกลาย ขาลาย เป็นอีกหนึ่งความวิตกกังวล เกี่ยวกับการที่สาวๆ อยากมีผิวขาวใสเรียบเนียน เพี่ออวดผิวสวย ให้กับคนอื่นได้พบเห็นขาแตกลาย.

%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

ขาแตกลาย ในหลายๆ คนมักจะมีความกังวล เกี่ยวกับเรื่องของความสวยความงาม ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว

การมีผิวพรรณที่เนียนเรียบ กระชับ โดยปราศจาก รอยดำจากแมลงกัด หรือ ขาลายเป็นรอยจากการเกา เป็นสิ่งที่สาวๆ พึงปรารถนา

นั่นเพราะ รอยดำที่เกิดจากยุงกัดนั้น ถ้าเกิดคนนั้นมีอาการแพ้แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็น รอยดำ ขาลาย ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กแล้ว รักษาไม่หาย

แต่บางคนที่เพิ่งเจอกับปัญหา รอยดำ เพราะยุงหรือแมลงกัด เพราะหน้าฝนที่ผ่านมายุงเยอะเกินไป

ทำให้ต้องหาวิธีรักษารอยดำ หรือขาที่ลายจากรอยยุงกัด ส่วนจะมีวิธีไหนช่วยได้นั้น เรามีมาฝากกันค่ะขาแตกลาย

ขาลายน่องลายเป็นรอยดำจากยุงกัด ทำไงถึงหาย?

น่องลายจากยุงกัดรักษายังไงขาแตกลาย

ผัก ผลไม้ เสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ รอยดำ จางลง

เพราะการรับประทานอาหารประเภท ผัก ผลไม้ ที่ให้ประโยชน์เพราะมี วิตามินอี วิตามินซี ที่สามารถช่วยในเรื่องของการปรับฮอร์โมน

รวมถึง ระบบการไหลเวียนของโลหิต ซึ่งผลไม้ และผักใบเขียว จะช่วยบำรุงผิวพรรณไปพร้อมๆ กันกับ การเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนัง ซึ่งจะทำให้รอยดำ บริเวณที่ถูกยุงกัด ค่อยๆ จางลง พร้อมเผยผิวใหม่กระจ่างใสให้คุณได้

หลีกเลี่ยงแหล่งที่มียุงเยอะๆ เพื่อป้องกันการเกิด รอยดำ จากยุงกัดเพราะการเกาผิวหนังอย่างรุนแรง ในบริเวณที่โดนยุง หรือแมลงกัดต่อย จะทำให้รอยต่างๆ เกิดเป็นรอยดำและสีคล้ำในที่สุด

การรักษาด้วยการใช้ครีมทาต่างๆ หรือวิธีธรรมชาติ อาจจะเห็นผลอยู่บ้าง แต่คงจะต้องใช้เวลานาน ที่กว่ารอยต่างๆ อย่าง รอยดำจะจางหายไป

การป้องกันที่ต้นแหตุ อย่างการหลีกเลี่ยงแหล่งที่เป็นป่า หรือยุงชุม หรือมีการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุง จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณถูกยุงกัด

ถือเป็นการป้องกันไม่ให้เกิด รอยดำ จากต้นเหตุอีกด้วย
รอยดำ เกิดจาก การแกะ การเกา

เพราะโดนยุงกัด ทำให้เกิดอาการคัน การเกาตามรอยยุงกัดต่างๆ ทำให้บริเวณที่โดนยุงกัดนั้น มีความช้ำเพราะการเกาที่รุนแรง

บางคนเกาจนเลือดไหลก็มี ซึ่งเมื่อผิวหนังมีความช้ำ จึงเป็นสาเหตุแรกของการฝาก รอยดำ ไว้ให้ดูต่างหน้า

ซึ่งการแก้ไขเบื้องต้น หลังจากที่โดนยุงกัด แล้วเผลอไปเกาก็คือ การใช้คารามาย (Calamine) ทาบริเวณที่โดนยุงกัดอย่างโดยเร็ว

หรือหากหาอะไรมาทาไม่ได้ หากมีน้ำแข็งอยู่ใกล้ ก็สามารถนำมาถูๆ บริเวณที่โดนยุงกัดได้ จะได้ไม่ทำให้เกิดรอยดำจากการเกา

การทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ จะช่วยให้คุณ มีผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้นขึ้น ประกอบกับ หากบริเวณน่องหรือขา มีรอยดำที่เกิดจากรอยยุงกัดแล้ว

การใช้ครีม ที่รักษารอยแผลเป็น จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ซึ่งควรได้รับการแนะนำจากเภสัช หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญขาแตกลาย.

ยาแผลเป็น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ยาแผลเป็น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างวิธีรักษาแผลเป็น ได้แก่ การใช้ยาทาแก้แผลเป็นการใช้แผ่นเจลซิลิโคนการใช้ยาสเตียรอยด์ การฉีดฟิลเลอร์ เลเซอร์ และการผ่าตัด เป็นต้นยาแผลเป็น.

%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ยาแผลเป็น จากการศึกษาพบว่าการรักษาแผลเป็นเพื่อให้ดีขึ้นนั้นควรใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน เช่นใช้การทำเลเซอร์ การผ่าตัด ร่วมกับการใช้ยาสเตียรอยด์หรือแผ่นเจลซิลิโคน เป็นต้น สำหรับการใช้ยาทาแก้รอยแผลเป็นเพียงอย่างเดียวไม่มีรายงานการศึกษาทางการแพทย์ว่าได้ผลแต่อาจช่วยให้แผลเป็นมีสีจางลงได้ยาแผลเป็น

ยาทาลบรอยแผลเป็นใช้ได้ผลหรือไม่?ยาแผลเป็น
การใช้ยาทาลบรอยแผลเป็นเพียงวิธีเดียวยังไม่มีรายงานการศึกษาทางการแพทย์ว่าได้ผล แต่อาจทำให้แผลเป็นมีสีจางลงได้ ยาทาลบรอยแผลเป็นมีจำหน่ายในรูปแบบครีมและเจล การเลือกใช้แบบใดขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล กล่าวคือ ยาทาแบบครีม เป็นยาทาที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่าน้ำ จึงทำให้เนื้อครีมมีความเข้มข้นสูง ยาทาประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง ส่วนยาทาแบบเจล มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลัก มีส่วนผสมของน้ำมันในปริมาณน้อยหรือไม่มีเลย ทำให้ซึมลงสู่ผิวได้ง่ายและรวดเร็วกว่ายาทาแบบครีม เหมาะสำหรับคนที่ผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายแต่ไม่เหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง การทายาควรทาในขณะที่ผิวกำลังเปียกชื้น เช่น หลังล้างหน้า หรือหลังอาบน้ำเพื่อให้ยาซึมสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว อาจทายาวันละ 2 ครั้งหลังอาบน้ำเช้า เย็น การทายาบ่อยเกินไปไม่สามารถรักษารอยแผลเป็นให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หากรอยแผลเป็นจางลงแล้วสามารถหยุดใช้ยาได้ยาแผลเป็น.

แก้แขนลาย วิธีป้องกันปัญหาแขนลาย

แก้แขนลาย วิธีป้องกันปัญหาแขนลาย สำหรับคนที่ไม่อยากให้เกิดปัญหาแขนลายขึ้นกับตัวเองนั้น ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้ให้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอแก้แขนลาย.

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

แก้แขนลาย

1. รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิว เช่น ผัก ผลไม้ ที่มีวิตามินซี วิตามินอี ซึ่งจะช่วยในการปรับฮอร์โมน ระบบเลือด และน้ำเหลือง ให้มีการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยบำรุงผิวพรรณ และเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนังอีกด้วยแก้แขนลาย

2. ระวังอย่าให้แมลงหรือยุงกัด ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องไปในสถานที่ที่มียุงหรือแมลงมากๆ ควรทำการทางโลชั่นกันยุงและแมลงเอาไว้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะคนที่ต่อมน้ำเหลืองทำงานไม่เป็นปกติ หรือแพ้น้ำลายยุง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาแขนลายขึ้นภายหลังจากที่ถูกกัด

3. เมื่อรู้สึกระคายเคืองผิวหนังหรือคันอย่าเกาหรือแกะ เมื่อรู้สึกคันคนเรามักที่จะทำการเกาทันที ซึ่งมักที่จะทำให้มักเกิดแผลถลอกขึ้น สำรับคนที่ต่อมน้ำเหลืองไม่ดี เมื่อเกิดแผลถลอกขึ้นแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็มีโอกาสจะลุกลามจนกลายเป็นแผลใหญ่ หรือเน่าได้ง่าย เมื่อแผลเกิดการตกสะเก็ดแล้วหลุดออกจะทำให้เกิดรอยดำเป็นจุดทั่วไปหมด ควรใช้โลชั่นคารามาย ทาในบริเวณดังกล่าวเพื่อรักษาอาการคันจะดีที่สุดแก้แขนลาย
4. ในขณะที่นอนควรสวมชุดนอนที่มีแขนขายาว เพราะในขณะที่นอนหลับ เมื่อรู้สึกคันขึ้นร่างกายอาจจะเกิดการเกาไปเอง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดรอยแผล หรืออาจจะถูกแมลงกัดในขณะที่ไม่ทันรู้ตัว การสวมชุดนอนทีมีแขนยาวจึงเป็นการช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ในระดับหนึ่ง

5. สำหรับคนที่ผิวแห้งไม่ควรอาบน้ำอุ่น เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดรอยแตกแขนลายเพิ่มมากขึ้น

6. พยายามดื่มน้ำมากๆ และอย่าลืมทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งหลังการอาบน้ำ โดยการทาเบบี้ออย หรือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง จะช่วยทำให้รอยแตกลายดูจางลง และช่วยชดเชยน้ำที่ขาดหายไปของผิวหนัง

7. ห้ามทาแป้งที่แขนหลังจากการอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เนื่องจากหลังการอาบรุมขนจะมีการเปิดตัว หากทำการทาแป้งลงไปจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขน จนอาจทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นและเหลือริ้วรอยด่างดำเอาไว้บนแขนในที่สุด
8. พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด ซึ่งจะทำให้ผิวคล้ำมากขึ้น และทำให้รอยแผลเป็นด่างดำในบริเวณแขนมีความเด่นชัดมากขึ้นตามไปด้วย และยังทำให้รักษาได้ยากยิ่งขึ้นอีกด้วย

9. ควบคุมน้ำหนักให้คง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวหนังเกิดการยืดหรือหดตัวเร็วมากจนเกินไป เนื่องจากเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดแขนลายขึ้นแก้แขนลาย.

 

ครีมทาแผลเป็น เมื่อเป็นแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าตัด

ครีมทาแผลเป็น เมื่อเป็นแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าตัด แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเปิดบนผิวหนังจากอุบัติเหตุ สิว หรือรับการปลูกฝีเมื่อแผลหายเรามักจะเห็นผิวหนังบริเวณนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม โดยจะมีคอลลาเจนเข้ามาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไปเกิดแผลเป็นขึ้นเราจะสามารถจัดการกับแผลเป็นเหล่านี้ได้หรือไม่ครีมทาแผลเป็น.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ครีมทาแผลเป็น แผลเป็นมีลักษณะอย่างไร?
แผลเป็นมีได้หลายลักษณะ กล่าวคือ
• แผลเป็นที่แบนราบแต่มีสีที่อ่อนกว่าหรือเข้มกว่าสีผิวปกติที่อยู่รอบๆ

• แผลเป็นที่มีการดึงรั้งของผิวหนัง ทำให้ผิวมีความบิดเบี้ยวตามแรงดึงรั้งของแผลเป็น เกิดเป็นพังผืด

• แผลเป็นที่มีความนูนหนา มีขอบเขตชัดเจนอยู่บนตัวแผล ไม่ขยายขอบออกจากแผล แผลอาจมีขนาดเล็กลงได้เอง

• แผลเป็นชนิดคีลอยด์มีความนูนหนาที่ลุกลามออกนอกตัวแผลมีลักษณะนูนแข็งเห็นชัดเจนจากผิวหนังปกติและลามออกไปยังผิวหนังบริเวณข้างเคียงตัวแผลมักนูนเหนือผิวหนังปกติตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป แผลเป็นจะไม่ยุบหายไปเองมักพบแผลเป็นคีลอยด์ บริเวณต้นแขน หู หัวไหล่ผิวบริเวณหน้าอก

จะรักษาแผลเป็นได้อย่างไร?
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถทำให้แผลเป็นดีขึ้นได้บ้าง การรักษามักจะใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน ได้แก่

• การใช้ยาทาแก้แผลเป็น เป็นวิธีที่ใช้กันมากในปัจจุบัน เช่น ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ ยาทาที่เป็นซิลิโคนเจล ยาทาที่ผสมวิตามินอี ยาทาที่ผสมวิตามินเอ ยาทาผสมมิวโคโพลีแซคคาไรด์ เป็นต้น การทายาจะช่วยให้แผลมีสีจางลงหรือบางลงได้ แต่ต้องใช้เวลานาน

• การใช้แผ่นเจลซิลิโคนปิดบนแผลเป็น แผ่นเจลซิลิโคนสามารถยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของผิวหนังได้ดี ช่วยลดการขยายตัวของแผล ลดการสูญเสียน้ำออกจากบริเวณรอยแผล มักใช้กับแผลเป็นที่เป็นใหม่ๆ โดยปิดทับแผลมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน อาจใช้ระยะเวลานาน 4 – 6 เดือน ไม่ควรใช้ในขณะเป็นแผลเปิดครีมทาแผลเป็น

• การฉีดยาสเตียรอยด์ วิธีนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เนื่องจากต้องฉีดยาเข้าใต้แผลเป็นเพื่อให้แผลเป็นยุบตัวลง โดยจะต้องฉีดยาหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 0.5 – 1 ซีซี ห่างกันประมาณ 1 เดือน จะทำให้แผลเป็นแบนราบ ซึ่งใช้เวลาไม่เท่ากันขึ้นกับขนาดแผลเป็น หากมีแผลเป็นขนาดใหญ่จะใช้เวลานานครีมทาแผลเป็น

• การฉีดฟิลเลอร์ ใช้สำหรับแผลเป็นที่เป็นรอยบุ๋มแพทย์จะฉีดสารสังเคราะห์เข้าไปในรอยบุ๋ม เพื่อทำให้ผิวดูเต็มขึ้น ซึ่งจะเห็นผลคงอยู่ประมาณ 6 – 8 เดือนแล้วต้องฉีดยาเติมใหม่ เนื่องจากสารสังเคราะห์ที่ฉีดเข้าไปในรอยบุ๋มจะยุบตัวลงเอง สารสังเคราะห์ที่ฉีด ได้แก่ คอลลาเจน และสาร HA (hyaluronic acid)

• การสักสีผิว ใช้กรณีที่สีผิวของแผลเป็นเปลี่ยนแปลงชัดเจน ทั้งที่เข้มกว่าและอ่อนกว่าสีผิวปกติ โดยแพทย์จะสักสีเข้าไปในแผลเป็น ถ้าผู้ป่วยผิวสีขาวจะใช้สีขาวในการสักถ้าผิวสีแทนจะใช้สีแทนในการสัก เป็นต้น

• การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ วิธีนี้เหมาะกับแผลเป็นลักษณะตื้นมากๆ

• การเลเซอร์แผลเป็น การเลเซอร์จะทำลายเนื้อเยื่อผิวที่นูนให้เรียบขึ้น

• การฉายรังสี เป็นการทำเพื่อไม่ให้แผลเป็นนูนมากขึ้น

• การทำ IPL (intense pulse light) เป็นการใช้พลังงานของแสงไปทำให้เนื้อเยื่อที่เป็นพังผืดเกิดการเรียงตัวได้เป็นระเบียบ ทำให้แผลมีขนาดเล็กลงการรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องและใช้เวลานาน

• การใช้ความเย็น (cryotherapy) ซึ่งอาจเป็นไนโตรเจนเหลวจี้บริเวณแผลเป็น เหมาะกับแผลเป็นที่นูนหนา ความเย็นจะทำให้เกิดภาวะถุงน้ำและเกิดการแตกสลายไป

• การผ่าตัดเอาแผลเป็นเก่าออก แล้วเย็บแผลใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง การผ่าตัดแก้ไขจะทำเมื่อแผลเป็นนั้นสมบูรณ์เต็มที่แล้วอาจต้องผ่าตัดนำผิวหนังส่วนใดส่วนหนึ่งมาปิดแก้ไขแผลเป็นเดิมการผ่าตัดจะต้องทำโดยศัลยแพทย์

จากวิธีที่กล่าวมาข้างต้นนี้ The International Clinical Guidelines for Scar Management 2002 ได้ให้แนวทางการดูแลรอยแผลเป็นไว้ว่า การรักษาที่มีผลทางการแพทย์น่าเชื่อถือเพียงพอ ได้แก่การใช้แผ่นเจลซิลิโคนและการฉีดยาสเตียรอยด์ ต่อมาในปี ค.ศ. 2014 มีการศึกษาเพิ่มเติม สรุปว่า การรักษาแผลเป็นควรใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน ตามแต่ชนิดของรอยแผลเป็น เช่น การเลเซอร์แผลเป็น การผ่าตัด ร่วมกับการใช้แผ่นเจลซิลิโคน หรือ การเลเซอร์แผลเป็น การผ่าตัด การใช้ยาสเตียรอยด์ เป็นต้นครีมทาแผลเป็น.

 

ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน วันนี้ ไปเจอสูตรลดน้ำหนัก

ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน วันนี้ ไปเจอสูตรลดน้ำหนัก เอามาฝากสาวๆกันอีกแล้วคร่า สูตรนี้จากที่หลายคนลองกันมาแล้ว ก็บอกอร่อย และสามารถลดน้ำหนักได้จริง เพื่อนๆคนไหนหาสูตรที่เหมาะกับตัวเองอยู่แนะนำสูตร “น้ำยามรัก” ได้ทั้งสุขภาพดี และหุ่นเป๊ะอีกด้วยลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99

ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน

อดอาหารทุกชนิด กินแต่น้ำผัก (หรือจะกินผักต้มด้วยก็ไม่ผิด) 3 วัน จะช่วยลดน้ำหนักได้ 1-3 กิโลกรัม 7 วัน ลดน้ำหนักได้อย่างต่ำ 4-5 กิโลกรัม เรื่องแบบนี้ต้องลองกับตัวเองค่ะ

ส่วนผสม
กะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ แครอท หัวไชเท้า (จะใส่เห็ดฟางด้วยก็ได้)

วิธีทำลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน
ผ่ากะหล่ำปลีเป็น 4 แฉกไม่ต้องแยกออกจากกัน หั่นแครอท หอมใหญ่ หัวไชเท้า เป็นชิ้นๆ นำผักทั้งหมดใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำสะอาดพอท่วมผัก ต้มในน้ำจนเดือด เคี่ยวให้ได้กลิ่นน้ำหอมโชยกรุ่นๆ ให้ผักทุกอย่างสุกจนนิ่มทั้งหมด

วิธีกิน
ตักกินแต่น้ำร้อนๆ อร่อยชื่นใจมาก สำหรับผู้จัดคอร์สอดอาหารให้ตนเองที่บ้าน น้ำผักเป็นแหล่งเพิ่มพลังที่ดีมาๆ หากกินไม่หมด เก็บน้ำใส่ตู้เย็นไว้อุ่นกินได้ กินน้ำผักก่อนอาหารทุกมื้อ จะช่วยทำให้อิ่มเร็วยิ่งขึ้น ช่วยลดน้ำหนักได้ดี

ผักต้มที่เหลือเอาไปไหนลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน

หากไม่เคร่งครัดอดอาหารมากนัก นำผักมาจิ้มน้ำพริกกินกับข้าว หรือไม่กินข้าวกินแต่ผักต้มจิ้มน้ำพริกเพื่อควบคุมน้ำหนักทุกมื้อก็ดีนะคะ หากไม่อยากกินผักต้ม จะนำไปประยุกต์เป็นอาหารอื่นๆ เช่น จับฉ่าย หรือจะทิ้งก็ได้

สรรพคุณน้ำต้มผักช่วยปรับระบบการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ดีขึ้น ช่วยขับสารพิษในร่างกาย ทำให้ผิวพรรณสดใสแก้มแดงเปล่งปลั่งได้ด้วยนะคะ

ยี้! บางคนนึกเถียงในใจ ผักทุกวันนี้มีแต่สารเคมี ไม่เป็นไรค่ะ ก่อนนำผักทุกอย่างไปต้ม (ยกเว้นเห็ดฟาง) ควรล้างให้สะอาด แช่ในน้ำผสมเบกกิ้งโซดา 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ สามารถกำจัดสารเคมีตกค้างได้ดีที่สุดลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน.

วิธีลดน้ำหนัก ความอ้วนหรือน้ำหนักเกินเป็นภาวะที่ไม่พึงปรารถนา

วิธีลดน้ำหนัก ความอ้วนหรือน้ำหนักเกินเป็นภาวะที่ไม่พึงปรารถนา ของบุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ เพราะภาพพจน์ที่ปรากฏออกมานั้นนอกจากจะสร้างความอึดอัด อุ้ยอ้าย เทอะทะไม่คล่องตัวแล้ว ยังทำให้อวัยวะภายในร่างกายต้องทำงานหนัก เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน แรงดันเลือดสูง เส้นเลือดขอด ไขมันอุดตันหลอดเลือด ส่วนภาพพจน์ในสายตาผู้อื่นจะสะท้อนให้เห็นว่า บุคคลนั้นขาดความเอาใจใส่ดูแลสุขภาพและบุคลิกภาพ ขาดความมั่นใจ จึงไม่สามารถควบคุมน้ำหนักและทรวดทรงให้น่าดูได้วิธีลดน้ำหนัก.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81

วิธีลดน้ำหนัก คนอ้วนเกือบจะเรียกได้ว่าทุกคนถ้าถามว่าอยากลดความอ้วนหรือไม่ มักจะตอบได้ทันทีว่าต้องการลด และหลายคนก็ได้พยายามลดน้ำหนักมาแล้ว แต่ลดได้ชั่วระยะหนึ่ง พอเผลอตามใจปากขาดการควบคุมอารมณ์ก็มักจะเรียกน้ำหนักกลับคืนมาในเวลาไม่นานนัก คนอ้วนจึงพยายามแสวงหาวิธีลดน้ำหนักด้วยวิธีการต่างต่าง นานา

การลดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องไม่ยาก ท่านสามารถลดน้ำหนักภายในเวลา 1-3 เดือนอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะควบคุมน้ำหนักให้พอเหมาะตลอดไป หรือที่เรียกว่าเป็นการลดน้ำหนักอย่างถาวรตลอดชีวิต คำตอบก็ไม่ยากเช่นกัน แต่จุดที่ยากที่สุดคือ เวลาปฏิบัติจะทำได้หรือไม่ จะทำได้จริง ทำต่อเนื่อง ทำจนเป็นนิสัย ทำอย่างมีเหตุผล และทำอย่างมีหลักการได้อย่างไร

หลักในการลดความอ้วนนั้นก็มีอยู่ง่าย ๆ ดังนี้วิธีลดน้ำหนัก

1. การลดน้ำหนักควรใช้วิธีควบคุมน้ำหนักอย่างมีเหตุผล รู้จักวิเคราะห์ วินิจฉัย ประเมินสาเหตุและผลลัพธ์ เข้าใจว่าความอ้วนเกิดขึ้นได้อย่างไร จะควบคุมด้วยวิธีไหน และจะเลือกวิธีใดที่เหมาะกับตัวเองวิธีลดน้ำหนัก

2. ในการลดน้ำหนักควรเข้าใจว่าเรื่องของน้ำหนักเป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน การลดจึงควรใช้รูปแบบผสมผสานตั้งแต่การควบคุมทางโภชนาการ การออกกำลังกาย การสร้างกำลังใจ และการระบายความเครียดที่ถูกต้อง

3. การลดควรตั้งเป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลดในอัตราสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือเดือนละสองกิโลกรัม การลดแบบค่อย ๆ ทำไปนี้จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวตามไป ไม่ทุรนทุรายจนหมดความอดทนจนต้องหวนกลับไปอ้วนอีก

4. ถ้าไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยตนเอง หรือลองมาหลายวิธีแล้วไม่ได้ผลดี ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะวิธีลดน้ำหนักอย่างถาวรนั้นคือ การเปลี่ยนรูปแบบของวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวันด้วยการกินที่พอเหมาะ การออกกำลังกายอย่างเพียงพอ และความตั้งใจกำลังใจที่กลายเป็นวินัยควบคุมตนเองจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

5. การบันทึกแสดงสัดส่วนของร่างกายเป็นระยะ เช่น บันทึกน้ำหนัก ส่วนรอบของอก-เอว ตะโพก ไว้เป็นรายเดือนหรือทุกสามเดือน ถ้าสามารถแสดงเป็นกราฟหรือถ่ายภาพเปรียบเทียบไว้ ก็จะช่วยให้ท่านมองเห็นผลสำเร็จหรือล้มเหลวของการควบคุมน้ำหนัก

6. การดูแลสุขภาพและสุขภาพจิตขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลดน้ำหนัก เพราะร่างกายและจิตใจสัมพันธ์กัน ถ้าสุขภาพโดยทั่วไปของท่านสุขกายสบายใจจะช่วยให้ภาวะการควบคุมน้ำหนักเป็นไปด้วยดี อารมณ์มั่นคง การควบคุมวินัยของตนเองจะทำได้ดีกว่าในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอหรืออารมณ์หงุดหงิดวิธีลดน้ำหนัก.

วิธีลดน้ำหนัก 3 วัน วันนี้ ไปเจอสูตรลดน้ำหนักแบบเด็ดๆจากเพจ ชีวอโรคยา

วิธีลดน้ำหนัก 3 วัน วันนี้ ไปเจอสูตรลดน้ำหนักแบบเด็ดๆจากเพจ ชีวอโรคยา เลยเอามาฝากสาวๆกันอีกแล้วคร่า สูตรนี้จากที่หลายคนลองกันมาแล้ว ก็บอกอร่อย และสามารถลดน้ำหนักได้จริง เพื่อนๆคนไหนหาสูตรที่เหมาะกับตัวเองอยู่แนะนำสูตร “น้ำยามรัก” ได้ทั้งสุขภาพดี และหุ่นเป๊ะอีกด้วย วิธีลดน้ำหนัก 3 วัน.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-3-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99

วิธีลดน้ำหนัก 3 วัน น้ำยามรัก น้ำผัก เพิ่มพลัง ดื่มทดแทนน้ำหวาน-น้ำอัดลม หรือดื่มแทนอาหารช่วยลดน้ำหนักได้ 3 วันจะช่วยลดน้ำหนักได้ 1-3 กิโลกรัม 7 วัน ลดได้ 4-5 กิโลกรัม “น้ำผัก” ชาวชีวอโรคยาเรามักเรียกกันเล่นๆ ว่า “น้ำยามรัก” เพราะใช้เป็นน้ำผักต้มล้วนๆ ไม่เติมอะไรแต่ก็มีกลิ่นหอมรสชาติหวานชื่นใจ ดื่มร้อนๆ แก้กระหาย แก้หิว เพิ่มพลัง หรือคุณจะใช้ทดแทนอาหารบางมื้อช่วยในการลดน้ำหนักก็ยังได้

อดอาหารทุกชนิด กินแต่น้ำผัก (หรือจะกินผักต้มด้วยก็ไม่ผิด) 3 วัน จะช่วยลดน้ำหนักได้ 1-3 กิโลกรัม 7 วัน ลดน้ำหนักได้อย่างต่ำ 4-5 กิโลกรัม เรื่องแบบนี้ต้องลองกับตัวเองค่ะ

ส่วนผสม
กะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ แครอท หัวไชเท้า (จะใส่เห็ดฟางด้วยก็ได้)

วิธีทำ
ผ่ากะหล่ำปลีเป็น 4 แฉกไม่ต้องแยกออกจากกัน หั่นแครอท หอมใหญ่ หัวไชเท้า เป็นชิ้นๆ นำผักทั้งหมดใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำสะอาดพอท่วมผัก ต้มในน้ำจนเดือด เคี่ยวให้ได้กลิ่นน้ำหอมโชยกรุ่นๆ ให้ผักทุกอย่างสุกจนนิ่มทั้งหมด

วิธีกินวิธีลดน้ำหนัก 3 วัน
ตักกินแต่น้ำร้อนๆ อร่อยชื่นใจมาก สำหรับผู้จัดคอร์สอดอาหารให้ตนเองที่บ้าน น้ำผักเป็นแหล่งเพิ่มพลังที่ดีมาๆ หากกินไม่หมด เก็บน้ำใส่ตู้เย็นไว้อุ่นกินได้ กินน้ำผักก่อนอาหารทุกมื้อ จะช่วยทำให้อิ่มเร็วยิ่งขึ้น ช่วยลดน้ำหนักได้ดี

ผักต้มที่เหลือเอาไปไหนวิธีลดน้ำหนัก 3 วัน

หากไม่เคร่งครัดอดอาหารมากนัก นำผักมาจิ้มน้ำพริกกินกับข้าว หรือไม่กินข้าวกินแต่ผักต้มจิ้มน้ำพริกเพื่อควบคุมน้ำหนักทุกมื้อก็ดีนะคะ หากไม่อยากกินผักต้ม จะนำไปประยุกต์เป็นอาหารอื่นๆ เช่น จับฉ่าย หรือจะทิ้งก็ได้

สรรพคุณน้ำต้มผักช่วยปรับระบบการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ดีขึ้น ช่วยขับสารพิษในร่างกาย ทำให้ผิวพรรณสดใสแก้มแดงเปล่งปลั่งได้ด้วยนะคะ

ยี้! บางคนนึกเถียงในใจ ผักทุกวันนี้มีแต่สารเคมี ไม่เป็นไรค่ะ ก่อนนำผักทุกอย่างไปต้ม (ยกเว้นเห็ดฟาง) ควรล้างให้สะอาด แช่ในน้ำผสมเบกกิ้งโซดา 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ สามารถกำจัดสารเคมีตกค้างได้ดีที่สุดวิธีลดน้ำหนัก 3 วัน.