รักษาสิวอักเสบ ถ้าพูดถึงศัตรูอันดับ 1 ที่ทำร้ายใบหน้าของเรา

รักษาสิวอักเสบ ถ้าพูดถึงศัตรูอันดับ 1 ที่ทำร้ายใบหน้าของเรา ทำให้เราดูขี้เหร่ไปได้ในทันที นั่นก็คือ “สิว” นั่นเอง เพราะนอกจากจะเป็นจุดเด่นบนใบหน้าแล้ว เมื่อสิวจากไปก็อาจจะทิ้งรอยดำ รอยแดง ฝากเอาไว้ให้เราดูเป็นของต่างหน้าอีกต่างหาก และที่แย่ไปกว่านั้น รักษาสิวอักเสบ.

%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a

รักษาสิวอักเสบ หากว่าเราเป็นคนผิวมัน ผิวเป็นสิวง่าย และเป็นสิวอักเสบ ก็จะทำให้เรามีสิวเต็มหน้าและอาจจะมีร่องรอยหรือว่า หลุมสิวทิ้งเอาไว้บนหน้า ครั้นจะมาฟื้นฟูผิวนั้นก็ยากลำบาก อย่าว่าแต่ผู้ใหญ่ที่อายุมากแล้วเลย เด็กวัยรุ่นที่ผิวยังฟื้นฟูง่าย ก็ยังต้องรักษาร่องรอยของสิวอีกนานเลยทีเดียว

เมื่อสิวแวะเข้ามาทักทายเรา แน่ละว่า เราก็คงจะกังวลและอยากจะให้มันออกไปจากหน้าเราเสียตอนนั้น และที่สำคัญ สิวนั้นสร้างความกังวลใจให้กับเราอยางไม่น่าเชื่อทีเดียว

อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะรักษาสิวนั้น เราควรรู้ข้อปฏิบัติเมื่อมีสิว ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร เพื่อที่สิวจะได้หายไป โดยที่ผิวเราบอบช้ำน้อยที่สุด

วิธีปฏิบัติตัว เมื่อเป็นสิวมีดังนี้

ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะการแกะหรือบีบสิวจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น หรือหลุมสิวได้
ล้างหน้าให้สะอาด ในแต่ละวันเราจะต้องเจอ โดยเฉพาะวันที่มีเหงื่อมากๆ
ไม่เอามือไปจับหรือสัมผัสที่หัวสิว เพราะจะยิ่งทำให้สิวยิ่งอักเสบ
ไม่ขัดผิวหรือถูแรงๆ บริเวรณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและติดเชื้อได้รักษาสิวอักเสบ
ไม่ใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ใส่ผมต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะเพิ่มความอักเสบให้เพิ่มขึ้นไปอีก
หากว่า เราสามารถปฏิบัติและดูแลได้อย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็จะช่วยทำให้รักษาสิวได้ง่ายขึ้น และเวลาที่สิวหายก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ให้เราดูต่างหน้า ไม่ว่าจะเป็น รอยแผลเป็น หรือว่าจุดด่างดำก็ตาม

ป้องกันสิวอย่างไรดีรักษาสิวอักเสบ
แน่หละว่า คงไม่มีใครปลาบปลื้มเวลาที่มีสิวอยู่บนหน้าเพราะ มันทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาเสียเฉยๆ แต่เราก็สามารถดูแลรักษาตัวของเราเองให้ปราศจากสิว โดยสามารถทำได้ง่าย ดังต่อไปนี้
ควบคุมความมันบนใบหน้า หากว่า บนหน้าของเรามีน้ำมันส่วนเกินมาก โอกาสที่ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจะมาติดก็มากตาม และก็จะทำให้รูขุมขนอุดตันเกิดเป็นสิวได้
รักษาความสะอาดของผิวหน้า โดยล้างหน้าให้สะอาด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกมาอุดตัน
ไม่ไว้ผมละหน้าผาก หรือหน้าม้า และควรดูแลทำความสะอาดผมให้สะอาด เพราะความสกปรกจากเส้นผมก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นสิว
สำหรับคนที่มีผิวมันอยู่แล้ว ไม่ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือมอยส์เจอไรเซอร์ เพราะว่าจะทำให้มีโอกาสเป็นสิวมากขึ้น
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็จะเป็นการรักษาความสะอาดของใบหน้าทั่วไป รวมไปถึงการรับประทานอาหารไม่ให้เลอะติดปาก เพราะเศษอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีสิวบริเวณรอบปากนั่นเอง รักษาสิวอักเสบ.

อาหารลดความอ้วน คนที่อ้วนก็มักจะมีนิสัยที่ชอบกินจุบกินจิบ

อาหารลดความอ้วน คนที่อ้วนก็มักจะมีนิสัยที่ชอบกินจุบกินจิบ โดยเฉพาะสาวๆ แต่เราก็ยงอยากผอมอยู่ดีใช่มั้ยคะ แล้วจะทำอย่างไรที่จะได้กินด้วย และไม่อ้วนด้วย วันนี้เรามีเคล็ดลับมาฝากค่ะ ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่เราปรับพฤติกรรม วิธีการทานจากเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองค่ะ ที่สำคัญ ไม่ต้องอดอาหารค่ะ อาหารลดความอ้วน.

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99

อาหารลดความอ้วน

1. รับประทานผัก ผลไม้มากๆ
อย่าละเลยการรับประทานผัก ผลไม้ เด็ดขาดค่ะ เพราะ ผัก ผลไม้ มีทั้งเส้นใยและสารอาหารต่างๆ ที่ดีกับคุณสาวๆ แถมทานมากเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนด้วย

2. หลีกเลี่ยงการทานอาหารทอดๆ และติดมัน
อาหารทอดๆ มาพร้อมกับน้ำมันที่จะมาทำให้คุณอวบอั๋นขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับอาหารเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น กุนเชียง หมูสามชั้นทอดกรอบ หนังไก่ กากหมู ถ้าไม่อยากอ้วน อดใจไว้ค่ะ

3. ทานดาร์กช็อกโกแลต
ใช่ค่ะคุณหูไม่ฝาดเรากำลังแนะนำให้คุณทานช็อกโกแลต แต่ไม่ใช่ว่าช็อกโกแลตทั่วๆ ไปก็ทานได้หรอกนะค่ะ ต้องเป็นดาร์กช็อกโกแลตเท่านั้นถึงจะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์และเป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณสาวๆ

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
แทบจะทุกบทความ ที่แนะนำให้คุณดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว เพราะน้ำจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญ จึงช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินให้คุณด้วย ซ้ำยังช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้นด้วย หากคุณดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนทานอาหารทุกครั้ง แต่อย่าชะแว้บ! ไปมอง “น้ำอัดลม” หรือ “น้ำผลไม้” เชียว ยกเว้น “น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง” ที่เราแนะนำให้คุณดื่มได้

5. ดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้วหลังตื่นนอน
จำและทำให้เป็นนิสัยเพราะการดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้ว ทันทีหลังจากที่คุณเพิ่งตื่นนอนจะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทั้งหนักทั้งเบาทำงานได้อย่างคล่องตัว

6. ทานอาหารเช้าอาหารลดความอ้วน
จำได้ไหมว่า อาหารเช้าคืออาหารมื้อสำคัญที่สุดของวัน ถ้าหากคุณสาวๆ พลาดอาหารเช้าในช่วงเวลา 6.00-10.00 น. ไปล่ะก็ คุณอาจจะรู้สึกหิวในมื้อต่อๆ ไปมากขึ้น ทีนี้ล่ะคุณอาจจะเผลอตัวเผลอใจสวาปามอาหารที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ยั้งแล้วจะลดน้ำหนักได้อย่างไรล่ะจ๊ะ

7. กินเพื่ออยู่ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน
การไดเอทไม่ได้สำคัญที่ว่าคุณทานอะไรเข้าไป แต่สำคัญที่ว่าทำไมคุณถึงทานเข้าไปต่างหาก ฉะนั้นแล้วหากใครชอบกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์เพียงเพื่ออยากทานสิ่งนั้นจงเปลี่ยนพฤติกรรมด่วนค่ะ ทานให้แต่พออิ่มจะดีกว่า และควรทานเมื่อเวลาที่หิวจริงๆ

8. ออกกำลังกายสำคัญสุดๆ
แน่นอนว่าหนึ่งในวิธีที่คนทั่วโลกแนะนำก็คือ การออกกำลังกายนี่แหละเพราะมันจะช่วยรักษาน้ำหนักให้คงที่ในระยะยาวได้ แถมยังจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีให้กลายเป็นพลังงานได้คราวละมากด้วย หากคุณสาวๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอลองหาเวลาเดินวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน นอกจากคุณจะควบคุมน้ำหนักได้ดีแล้วยังจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงอีกด้วยล่ะอาหารลดความอ้วน

9. หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไดเอท
เขาว่า “คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย” ใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นอย่ามาท้อแท้กับการไดเอทเพียงลำพังเลย ลองหาเพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกันแล้วชวนมาลดความอ้วนด้วยกันดีกว่า เพราะการมีเพื่อนหัวอกเดียวกันจะทำให้คุณมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

10. อย่ากักตุนอาหารในตู้เย็น
สาวๆ มักจะชอบซื้ออะไรต่อมิอะไรมาเก็บไว้ในตู้เย็น อ้างว่า เตรียมไว้รับรองแขกบ้าง ไว้เลี้ยงเพื่อนบ้างล่ะ แต่สุดท้ายก็มักจะเหลือเต็มตู้เย็นจนคุณสาวๆ นั่นแหละต้องมาทานเอง เพราะฉะนั้นหากไม่อยากอ้วนกำจัดของกินในตู้เย็นโดยด่วน คุณจะได้ไม่เผลอหยิบติดมือมาทานได้ง่ายเกินไปนั่นเอง แต่ถ้าอยากจะมีอาหารติดในตู้เย็นแนะนำว่า ผักผลไม้และบรรดาอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลายจะเวิร์กที่สุดค่ะ

11. อย่ากินไป ดูทีวีไป
รู้หรอกน่า ว่าคุณสาวๆ ชอบกินนั่น กินนี่ กินจุบกินจิบทั้งวันไม่เป็นเวลา โดยเฉพาะเวลานั่งดูโทรทัศน์หรือนั่งอ่านหนังสือมักจะหาอะไรติดไม้ติดมือเข้า ปากเป็นประจำ แต่นั่นแหละค่ะการที่ คุณสาวๆ หยิบคุ้กกี้บ้าง ขนมปังกรอบบ้าง มันฝรั่งทอดบ้าง เข้าปากแต่ละทีคุณจะเพลินจนลืมเรื่อง “อ้วน” ไปชั่วขณะเลยทีเดียว

12. ใส่ใจ “ข้าวกล้อง” กันให้มากขึ้น
ปกติเรามักจะชินกับการรับประทาน “ข้าวขาว” ซึ่งจะได้เพียงแค่คาร์โบไฮเดรตเท่านั้น แต่หากคุณเปลี่ยนมาทาน”ข้าวกล้อง” แทน คุณจะได้ทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่มากมายจากเยื่อหุ้มและจมูกข้าวที่ไม่ได้ถูกขัดสีออกไป

13. “น้ำตาล” และ “เกลือ” จอมวายร้าย
“น้ำตาล” เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเพราะฉะนั้นบรรดาของหวาน ลูกอม น้ำอัดลม เค้กต่างๆ จงงดเสีย!!! ให้ดื่มน้ำมะนาวแทนหรือทานน้ำตาลที่มาจากผลไม้จะดีกว่า เช่นเดียวกับ “เกลือ” ที่เราควรได้รับโซเดียมวันละไม่เกิน 1 ช้อนชาเท่านั้น แต่เกลือหรือโซเดียมที่ผสมอยู่ในขนมต่างๆ อาหารฟาสต์ฟู้ดส์รวมทั้งซุปที่ทานเข้าไปในแต่ละวันล้วนเกินปริมาณที่กำหนด จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพมากมายตามมาได้ เพราะฉะนั้น ลดซะ!!!

14. ระวัง!!! สลัดน้ำข้น
คุณสาวๆ หลายคนอาจสงสัยทำไมทานสลัดอยู่ทุกวันๆ ยังอ้วนอีก เพราะลืมไปว่า ตัวเองทานผักสลัดกับสลัดน้ำข้นนั่นไงล่ะ รู้ไหมว่า สลัด น้ำข้นนั้นอุดมไปด้วยครีมนมและไขมันนม ซึ่งหากรับประทานเข้าไปมากๆ แม้จะทานกับผักก็เถอะร้อยทั้งร้อย “อ้วน” อย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ

15. สรรหาจานสีเข้มๆ
มีผลการศึกษาระบุว่า การใช้จานอาหารสีสดใสจะช่วยกระตุ้นให้คุณอยากทานอาหารมากขึ้น กลับกันหากคุณใช้จานอาหารสีเข้มๆ โดย เฉพาะสีน้ำเงินจะทำให้คุณลดความอยากอาหารลงไปได้ และนี่เองจะช่วยสกัดกั้นไม่ให้คุณทานมากจะได้ไม่ต้องลดน้ำหนักอย่างเอาเป็น เอาตายภายหลังอย่างไรล่ะค่ะ อาหารลดความอ้วน.

ผิวหนังไหม้ แม้ช่วงนี้จะย่างเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่แสงแดดก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป

ผิวหนังไหม้ แม้ช่วงนี้จะย่างเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่แสงแดดก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป ยังคงแผดเผาทำลายผิวของเราทุกวัน คนส่วนใหญ่จึงมักป้องกันผิวไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดด แต่จะทราบได้อย่างไรว่าครีมกันแดดที่เลือกเหมาะสมแล้วหรือไม่ และต้องทามากน้อยแค่ไหนจึงจะป้องกันได้.

%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89
จะซื้อครีมกันแดดต้องพิจารณาอะไรบ้างในปัจจุบันมีครีมกันแดดให้เลือกซื้ออย่างมากมายในท้องตลาด ผิวหนังไหม้

การเลือกครีมกันแดดที่ดีจะต้องพิจารณาถึง
ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด โดยดูจากค่า SPF (sun protection factor) ซึ่งก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจก่อนว่ารังสียูวีในแดดมีอยู่ 2 ชนิด คือ UVA ซึ่งเป็นรังสีที่มีอยู่ตลอดทั้งวันตั้งแต่เริ่มมีแสงไปจนถึงพระอาทิตย์ตก และเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอยต่างๆ เมื่ออายุมากขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ออกไปตากแดด แต่หากนั่งทำงานริมหน้าต่าง ก็มีโอกาสได้รับรังสี UVA ได้ รังสีอีกชนิดคือ UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวไหม้แดดและหมองคล้ำ สามารถส่งผลให้เห็นได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง
โดยทั่วไปแล้ว การทาครีมที่มี SPF จะสามารถปกป้องได้เฉพาะรังสี UVB เท่านั้น แต่ไม่สามารถป้องกันรังสี UVA ที่ทำให้เกิดริ้วรอยได้ การเลือกซื้อครีมกันแดดที่ดีจะต้องเลือกชนิดที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB โดยสังเกตจากข้อมูลที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์
ประโยชน์ของครีมกันแดดช่วยปกป้องการทำลายเซลล์ผิวหนัง จากรังสีอุลตร้าไวโอเลตในแสงแดด ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งผิวหนัง และยังทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนัง ในคนเอเชียโอกาสที่จะเกิดมะเร็วผิวหนังมีไม่มากนัก ดังนั้นการใช้ครีมกันแดด จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน การเกิดจุดด่างดำบนผิวหนังมากกว่า ผิวหนังไหม้.

ชาปลายนิ้วมือ ถ้าอยู่ๆ รู้สึกมีอาการปวดหรือชาปลายมือ

ชาปลายนิ้วมือ ถ้าอยู่ๆ รู้สึกมีอาการปวดหรือชาปลายมือ แล้วสังเกตได้ชัดเจนว่า เป็นเฉพาะที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางซีกที่อยู่ติดกับนิ้วกลาง ส่วนนิ้วก้อยและนิ้วนางซีกที่อยู่ติดกับนิ้วก้อยไม่มีอาการผิดปกติ ก็ให้คิดถึงโรคเส้นประสาทมือถูกบีบรัดโรคนี้มีสาเหตุได้หลายอย่าง สามารถรักษาด้วยการใช้ยา และถ้าเป็นรุนแรงก็จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ก็จะช่วยให้หายได้.

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad
ในบางคน เส้นประสาทมือในบริเวณช่องใต้กระดูกข้อมืออาจถูกบีบรัด เนื่องจากเยื่อหุ้มเอ็นที่อยู่ในช่องใต้กระดูกข้อมือบวม ชาปลายนิ้วมือ

หรือกระดูกข้อมือโตทำให้ช่องใต้กระดูกข้อมือแคบ หรือแผ่นพังผืดเสื่อมและหนาตัวขึ้นทั้งนี้อาจเกิดจากการบาดเจ็บที่ข้อมือ หรือการใช้ข้อมืออย่างผิดๆ ซ้ำซาก หรืออาจพบร่วมกับภาวะอื่นๆ (เช่น การตั้งครรภ์ ระยะก่อนมีประจำเดือน เบาหวาน ภาวะขาดไทรอยด์ โรคปวดข้อรูมาตอยด์ ภาวะอ้วน เป็นต้น)บางรายอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจนบางรายอาจพบว่ามีญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ด้วยเมื่อเส้นประสาทถูกบีบรัด ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหรือชาบริเวณ ๓ นิ้วครึ่ง (นับจากหัวแม่โป้ง) ดังกล่าว หากการบีบรัดเกิดขึ้นชั่วคราว (เช่น การตั้งครรภ์ ระยะก่อนมีประจำเดือน) อาการก็จะเป็นอยู่ชั่วคราว และทุเลาไปได้เองเมื่อภาวะที่เป็นต้นเหตุนั้นได้หายไป แต่ถ้าการบีบรัดนั้นเกิดขึ้นอย่างถาวร ก็อาจทำให้เกิดอาการเรื้อรังจนทำลายเส้นประสาทได้
อาการผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนหรือรู้สึกชาเป็นพักๆ ที่มือ (โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และซีกหนึ่งของนิ้วนางด้านที่ติดกับนิ้วกลาง) บางครั้งอาจปวดร้าวขึ้นไปที่แขนหรือหัวไหล่ อาการปวดมักจะเป็นมากตอนกลางคืนหรือตอนเช้ามืด จนบางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยสะดุ้งตื่น บางรายเมื่อได้ห้อยข้อมือตรงขอบเตียงหรือสะบัดมือจะรู้สึกทุเลาได้การทำงานโดยใช้ข้อมือ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่างอข้อมือมากๆ หรือเร็วๆ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน พิมพ์ดีด) งอข้อมือเร็วๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดหรือชาได้ ถ้าเป็นมาก อาจทำให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วอื่นๆ ชาและอ่อนแรงได้ อาการอาจเกิดที่มือข้างเดียว หรือ ๒ ข้างก็ได้
ในรายที่เป็นระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอดอาการมักจะหายไปได้เองการแยกโรคอาการชาปลายมือ อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่นโรคเหน็บชา ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินบี ๑ รวมไปถึงคนยากจน คนที่ใช้แรงกายหนักและกินคาร์โบไฮเดรตมาก หรือคนที่ขาดอาหาร มักจะมีอาการชาปลายมือปลายเท้าทุกนิ้ว ชาปลายนิ้วมือ.

ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง สาวๆ ที่ต้องการลดความอ้วนหรือกระชับสัดส่วน

ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง สาวๆ ที่ต้องการลดความอ้วนหรือกระชับสัดส่วน การออกกำลังกายที่ถูกต้อง และการควบคุมอาหาร คือทางออกที่ดีและปลอดภัยที่สุด แต่หลายๆ คนก็ยังไม่ทราบว่า เราควรจะออกกำลังกายตอนไหนดี ออกกำลังกายตอนที่เราว่าง ตอนเย็นหลังเลิกงาน ก่อนอาบน้ำ หรือว่าก่อนนอนตอนกลางคืนดี สิ่งหนึ่งที่คุณสาวๆ หลายคนต้องเจอก็คือ มักจะตั้งเป้าไว้ว่าจะออกกำลังตอนนั้นตอนนี้ แล้วก็ไม่ได้ออกซักที วันนี้เราจะมาแนะนำทางออกให้ค่ะ ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87

ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง การออกกำลังกายที่ได้ผลดีสำหรับการลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนคือ หลังคุณตื่นนอนตอนเช้าค่ะ!!! เพราะอะไรมาดูกัน

1. การออกกำลังกายตอนเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญของเราทำงานได้ดีกว่า
เมื่อเราตื่นนอนตอนเช้า ระบบการเผาผลาญของเรายังทำงานได้ช้า เนื่องจากว่าเมื่อเรานอนหลับ ระบบการเผาผลาญจะทำงานช้าลงมากๆ และมันไม่ได้เริ่มต้นทำงานทันทีที่เราตื่น แต่ต้องหลังจากนี้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วทำไมเราไม่กดปุ่มให้ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานตั้งแต่เช้าเลยละ คุณสามารถกระตุ้นให้ระบบการเผาผลาญทำงานหลังจากที่ตื่นได้ด้วยการออกกำลังกายตอนเช้าประมาณ 10 นาที เน้นการเกร็งของกล้ามเนื้อ เมื่อร่างกายมีการใช้พลังงาน มีการเกร็งค้างกล้ามเนื้อ ร่างกายจะกระตุ้นการเผาผลาญให้เริ่มทำงานทันที คุณจะรู้สึกได้ว่า ร่างกายคุณเริ่มอุ่นๆ ขึ้น นั้นก็คือสัญญาณว่าระบบการเผาผลาญของคุณเริ่มทำงานมากขึ้นแล้วค่ะลดน้ําหนักด้วยตัวเอง

2. การออกกำลังกายในตอนเช้าหลังตื่นนอน เป็นการเอาชนะข้ออ้างเรื่องเวลา
เมื่อคุณออกกำลังกายในตอนเช้าแล้ว ในระหว่างวันจนถึงเย็น คุณอาจจะต้องทำงานยุ่งจนลืมว่าคุณอยากออกกำลังกาย เมื่อเลิกงานตอนเย็น ก็อาจจะต้องเดินทางไปกับเพื่อนๆ หรือเจ้านายอีก ดังนั้นโอกาสที่คุณจะหวังว่าเย็นนี้จะว่างแล้วไปออกกำลังกายแน่ๆ เป็นไปได้ยากมากค่ะ นอกจากว่าคุณจะว่างจริงๆ

3. การออกกำลังกายในตอนเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญทั้งวันดีขึ้น
ระบบเผาผลาญของร่างกายก็คล้ายๆ กับเตาไฟที่เผาไหม้ค่ะ มันต้องมีการอุ่นเครื่องก่อน การที่เราออกกำลังกายตั้งแต่เช้า เราก็เหมือนกดปุ่มให้ร่างกายเริ่มเผาผลาญตั้งแต่เช้า หากคุณลองออกกำลังกายตอนเช้าหลังตื่นนอนติดต่อกันสักระยะ ประมาณ 5-7 วันติดต่อกัน คุณจะสังเกตเห็นว่า หลังจากออกกำลังกายตอนเช้าแล้ว คุณจะสดชื่น และไม่ง่วงนอน เหมือนแต่ก่อน และตลอดวัน คุณจะรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นมากกว่าง่วงนอน (ยกเว้นว่าคุณนอนไม่พอนะค่ะ) และอารมณ์ต่างๆ ก็จะดีขึ้นด้วย

4. การออกกำลังกายในตอนเช้าทำให้คุณไปทำงานทัน!
เพราะว่าคุณควรจะต้องตื่นก่อนปกติประมาณ 10 นาทีเพื่อมาออกกำลังกายในตอนเช้า ดังนั้นคุณจึงตื่นเช้าไปโดยอัตโนมัติ เมื่อออกกำลังกายเสร็จ คุณจะสดชื่น คงจะนอนต่อไม่ไหวอีก (ยกเว้นว่าจะขี้เกียจ) ทำให้คุณมีเวลาทำภาระกิจในตอนเช้า และเดินทางไปทำงานได้ในตอนเช้าลดน้ําหนักด้วยตัวเอง

5. การออกกำลังกายในตอนเช้าช่วยลดความเครียดตลอดวันได้
เวลาที่เราออกกำลังกาย ต่อมพิทูอิทารีจะหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำให้คุณรู้สึกดี ยิ่งเรามีสารเอนดอร์ฟินมากในกระแสเลือด เราจะรู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น และหากคุณรู้สึกดีตั้งแต่เช้า ตลอดทั้งวันนั้นโอกาสที่คุณจะสะสมความเครียดก็จะน้อยลงไปมาก คุณจะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น

6. การออกกำลังกายในตอนเช้าทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่า
มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา เมืองบลูมิงตัน ระบุว่า หากเราออกกำลังกายตอนเช้า จะช่วยทำให้ความดันโลหิตลดลง เพราะความดันหัวใจขณะบีบตัว จะปรับลง 8 จุดใน 11 ชั่วโมง หลังจากออกกำลังกายในตอนเช้า และความดันหัวใจขณะคลายตัวจะลดลง 6 จุด นาน 4 ชั่วโมงหลังจากออกกำลังกายตอนเช้า ในขณะที่ถ้าไปออกกำลังกายตอนเย็นจะไม่ได้ผลลัพท์ดังกล่าวเลย นอกจากนั้นยังมีผลการวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์กีฬาแห่งชาติ (American College of Sports Medicine) ในอินเดียนาโพลิส ยืนยันว่า การที่เราออกกำลังกายตอนเช้า จะเป็นการกระตุ้นให้ต่อมต่างๆ ที่สร้างฮอร์โมนในร่างกายทำงานสูงที่สุด ระดับเทสโทสเทอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อก็จะสูงสุดในตอนเช้าเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงเห็นผลลัพท์ได้เร็วกว่า ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง.

กินอะไรให้ขาว วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง

กินอะไรให้ขาว วิตามินซี ช่วยอะไรร่างกายได้บ้าง นอกจากความงาม? จากการศึกษาพบว่าวิตามินซี ช่วยอะไรต่อร่างกายได้อย่างมากมาย นอกเหนือจากเพียงเรื่องของความงาม ซึ่งวิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้างนั้น หลักๆมีดังต่อไปนี้ กินอะไรให้ขาว.

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7

กินอะไรให้ขาว

1.ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต และการพัฒนาการของร่างกายให้เป็นปกติ

2.ช่วยทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีมากยิ่งขึ้น

3.ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว

4.ช่วยในการรักษาบาดแผลให้หายอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

5.ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้วิตามินซีเป็น วิตามินบำรุงผิว ที่มีประสิทธิภาพกินอะไรให้ขาว

6.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด

7.ช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

8.ช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันให้ดีมากยิ่งขึ้น

9.ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดฝอยกินอะไรให้ขาว

10.ช่วยลดความเมื่อยล้าน อ่อนเพลีย หรือสถาวะร่างกายอ่อนแรงให้น้อยลง

จากข้อมูลในเบื้องต้นคงจะทำให้หลายๆคนเห็นภาพแล้วว่า วิตามินซี ช่วยอะไรได้บ้าง และเป็นวิตามินที่ดีต่อสุขภาพวิตามินซี กินตอนไหน ก็ได้ แต่ควรที่จะได้รับในปริมาณที่เหมาะสมอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

ปริมาณวิตามินซีที่เหมาะสมในหนึ่งวัน

จำนวนปริมาณวิตามินซีที่เหมาะสมต่อร่างกายในหนึ่งวันนั้น วิตามินซี ผิวขาว เป็นปัญหาที่ชวนทำให้เหล่าคนรักสุขภาพต่างรู้สึกปวดหัวมาอย่างช้านาน ว่าวันหนึ่งควรกินเท่าใดดี และไม่ควรกินมากกว่าเท่าไหร่ จึงจะดีที่สุดต่อร่างกาย ซึ่งจากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า ผู้ใหญ่วัยทำงานโดยปกติ มีความต้องการวิตามินซีวันละประมาณ 65-90 มิลลิกรัม ในขณะที่ขีดจำกัดของการรับประทานวิตามมินซีในหนึ่งวัน ควรจะไม่เกิน 2000 มิลลิกรัม ต่อวัน แต่อย่างไรก็ตาม วิตามินซีสามารถละลายน้ำได้ ดังนั้นต่อให้ทานมากจนเกินไป แต่ร่างกายก็สามารถที่จะขับวิตามินซีส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้อยู่ดี ทำให้ไม่มีอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายอย่างแน่นอนกินอะไรให้ขาว.

อาหารลดน้ำหนัก ออกกำลังกายลดความอ้วน

อาหารลดน้ำหนัก ออกกำลังกายลดความอ้วน เวลาไหนลดน้ำหนักได้ดีที่สุด ออกกำลังกายเวลาไหนลดน้ำหนักได้ดีที่สุด สาวๆ ที่ต้องการลดความอ้วน หรือกระชับสัดส่วน การออกกำลังกายที่ถูกต้อง และการควบคุมอาหาร คือทางออกที่ดีและปลอดภัยที่สุด แต่หลายๆ คนก็ยังไม่ทราบว่า เราควรจะออกกำลังกายตอนไหนดี ออกกำลังกายตอนที่เราว่าง ตอนเย็นหลังเลิกงาน ก่อนอาบน้ำ หรือว่าก่อนนอนตอนกลางคืนดี สิ่งหนึ่งที่คุณสาวๆ หลายคนต้องเจอก็คือ มักจะตั้งเป้าไว้ว่าจะออกกำลังตอนนั้นตอนนี้ แล้วก็ไม่ได้ออกซักที วันนี้เราจะมาแนะนำทางออกให้ค่ะ อาหารลดน้ำหนัก.

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81

อาหารลดน้ำหนัก การออกกำลังกายที่ได้ผลดีสำหรับการลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนคือ หลังคุณตื่นนอนตอนเช้าค่ะ!!! เพราะอะไรมาดูกัน

1. การออกกำลังกายตอนเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญของเราทำงานได้ดีกว่า
เมื่อเราตื่นนอนตอนเช้า ระบบการเผาผลาญของเรายังทำงานได้ช้า เนื่องจากว่าเมื่อเรานอนหลับ ระบบการเผาผลาญจะทำงานช้าลงมากๆ และมันไม่ได้เริ่มต้นทำงานทันทีที่เราตื่น แต่ต้องหลังจากนี้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วทำไมเราไม่กดปุ่มให้ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานตั้งแต่เช้าเลยละ คุณสามารถกระตุ้นให้ระบบการเผาผลาญทำงานหลังจากที่ตื่นได้ด้วยการออกกำลังกายตอนเช้าประมาณ 10 นาที เน้นการเกร็งของกล้ามเนื้อ เมื่อร่างกายมีการใช้พลังงาน มีการเกร็งค้างกล้ามเนื้อ ร่างกายจะกระตุ้นการเผาผลาญให้เริ่มทำงานทันที คุณจะรู้สึกได้ว่า ร่างกายคุณเริ่มอุ่นๆ ขึ้น นั้นก็คือสัญญาณว่าระบบการเผาผลาญของคุณเริ่มทำงานมากขึ้นแล้วค่ะอาหารลดน้ำหนัก

2. การออกกำลังกายในตอนเช้าหลังตื่นนอน เป็นการเอาชนะข้ออ้างเรื่องเวลา
เมื่อคุณออกกำลังกายในตอนเช้าแล้ว ในระหว่างวันจนถึงเย็น คุณอาจจะต้องทำงานยุ่งจนลืมว่าคุณอยากออกกำลังกาย เมื่อเลิกงานตอนเย็น ก็อาจจะต้องเดินทางไปกับเพื่อนๆ หรือเจ้านายอีก ดังนั้นโอกาสที่คุณจะหวังว่าเย็นนี้จะว่างแล้วไปออกกำลังกายแน่ๆ เป็นไปได้ยากมากค่ะ นอกจากว่าคุณจะว่างจริงๆ

3. การออกกำลังกายในตอนเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญทั้งวันดีขึ้น
ระบบเผาผลาญของร่างกายก็คล้ายๆ กับเตาไฟที่เผาไหม้ค่ะ มันต้องมีการอุ่นเครื่องก่อน การที่เราออกกำลังกายตั้งแต่เช้า เราก็เหมือนกดปุ่มให้ร่างกายเริ่มเผาผลาญตั้งแต่เช้า หากคุณลองออกกำลังกายตอนเช้าหลังตื่นนอนติดต่อกันสักระยะ ประมาณ 5-7 วันติดต่อกัน คุณจะสังเกตเห็นว่า หลังจากออกกำลังกายตอนเช้าแล้ว คุณจะสดชื่น และไม่ง่วงนอน เหมือนแต่ก่อน และตลอดวัน คุณจะรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นมากกว่าง่วงนอน (ยกเว้นว่าคุณนอนไม่พอนะค่ะ) และอารมณ์ต่างๆ ก็จะดีขึ้นด้วย

4. การออกกำลังกายในตอนเช้าทำให้คุณไปทำงานทัน!
เพราะว่าคุณควรจะต้องตื่นก่อนปกติประมาณ 10 นาทีเพื่อมาออกกำลังกายในตอนเช้า ดังนั้นคุณจึงตื่นเช้าไปโดยอัตโนมัติ เมื่อออกกำลังกายเสร็จ คุณจะสดชื่น คงจะนอนต่อไม่ไหวอีก (ยกเว้นว่าจะขี้เกียจ) ทำให้คุณมีเวลาทำภาระกิจในตอนเช้า และเดินทางไปทำงานได้ในตอนเช้าอาหารลดน้ำหนัก

5. การออกกำลังกายในตอนเช้าช่วยลดความเครียดตลอดวันได้
เวลาที่เราออกกำลังกาย ต่อมพิทูอิทารีจะหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำให้คุณรู้สึกดี ยิ่งเรามีสารเอนดอร์ฟินมากในกระแสเลือด เราจะรู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น และหากคุณรู้สึกดีตั้งแต่เช้า ตลอดทั้งวันนั้นโอกาสที่คุณจะสะสมความเครียดก็จะน้อยลงไปมาก คุณจะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น

6. การออกกำลังกายในตอนเช้าทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่า
มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา เมืองบลูมิงตัน ระบุว่า หากเราออกกำลังกายตอนเช้า จะช่วยทำให้ความดันโลหิตลดลง เพราะความดันหัวใจขณะบีบตัว จะปรับลง 8 จุดใน 11 ชั่วโมง หลังจากออกกำลังกายในตอนเช้า และความดันหัวใจขณะคลายตัวจะลดลง 6 จุด นาน 4 ชั่วโมงหลังจากออกกำลังกายตอนเช้า ในขณะที่ถ้าไปออกกำลังกายตอนเย็นจะไม่ได้ผลลัพท์ดังกล่าวเลย นอกจากนั้นยังมีผลการวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์กีฬาแห่งชาติ (American College of Sports Medicine) ในอินเดียนาโพลิส ยืนยันว่า การที่เราออกกำลังกายตอนเช้า จะเป็นการกระตุ้นให้ต่อมต่างๆ ที่สร้างฮอร์โมนในร่างกายทำงานสูงที่สุด ระดับเทสโทสเทอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อก็จะสูงสุดในตอนเช้าเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงเห็นผลลัพท์ได้เร็วกว่า อาหารลดน้ำหนัก.

วิธีรักษาสิว ที่หลังอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง

วิธีรักษาสิว ที่หลังอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง เมื่อเกิดสิวที่หลังขึ้นมาแล้ว คุณสาวๆ สามารถที่จะเริ่มรักษาได้ด้วยตัวเอง ด้วยวิธีการง่ายๆ ดังต่อไปนี้ วิธีรักษาสิว.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7

วิธีรักษาสิว

1. เริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงการระคายเคืองของผิวหนัง ไม่ควรขัด ถู ผิวหนังอย่างรุนแรง เพราะยิ่งรุนแรงกับผิวมากเท่าไหร่ สิวก็จะยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเท่านั้น

2. ใช้สำลีชุบโทนเนอร์เช็ดบริเวณที่เป็นสิวหลังอาบน้ำ ซึ่งควรใช้โทนเนอร์สำหรับผิวที่เป็นสิวโดยเฉพาะ หรือใช้โทนเนอร์ที่เราใช้กับใบหน้าอยู่เป็นประจำทุกวัน ที่ใช้แล้วไม่เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าวิธีรักษาสิว

3. ทายาแต้มหัวสิว โดยใช้ยาแต้มหัวสิวที่ใช้กับใบหน้า ซึ่งในปัจจุบันมียาแต้มหัวสิวที่ได้รับการแนะนำ และได้รับความนิยมอยู่หลายยี่ห้อ เช่น Dr. Young Spot Stop Serum, Clinda M, Benzac AC, Smoot E Acne Hydro Gel เป็นต้น

4. รับประทานยารักษาสิว โดยยาที่ใช้ควรเป็นยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ ที่จะช่วยทำให้สิวแห้งและยุบตัวลงไปภายใน 2-4 สัปดาห์วิธีรักษาสิว

5. ทายาแป้งรักษาสิว เป็นยาที่มีลักษณะคล้ายแป้งน้ำสำหรับทาเพื่อรักษาสิวที่หลัง ซึ่งจะทำให้สิวหลุดง่าย แต่ต้องใช้เวลาเวลาสักระยะหนึ่งประมาณ 4-6 สัปดาห์ ข้อดีคือ สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องได้ โดยไม่มีผลข้างเคียง

อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาที่ได้แนะนำมาแล้วในตอนต้นนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ วิธีการรักษาสิวที่ดีที่สุด ก็ยังคงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิวขึ้นมาตั้งแต่แรก ดังนั้นก่อนที่จะปล่อยเลยตามเลยจนทำให้สิวที่หลังเกิดขึ้น เราควรที่จะเริ่มต้นปกป้องแผ่นหลังวิธีรักษาสิว.

ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน การลดน้ำหนัก เป็นความพยายามที่ใครหลาย ๆ คน

ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน การลดน้ำหนัก เป็นความพยายามที่ใครหลาย ๆ คน ต่างก็ล้มเหลวกันมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แม้บางคนจะมีความตั้งใจจริง แต่ก็ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ตามที่หวังเอาไว้ เพราะส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตั้งใจที่ผิดวิธี มีความเชื่อแบบผิด ๆ และมีพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลต่อน้ำหนักแบบที่คุณไม่รู้ตัว บทความนี้จะเผยเคล็ดลับและทำให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล โดยที่คุณไม่ต้องอดอาหารและไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเลยก็ได้ ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99

ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน เอาล่ะ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าปัญหาเรื่องความอ้วนที่ประสบอยู่ในขณะนี้มันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะแก้ไข หรือเกินความพยายามของคุณ ผมอยากจะบอกคุณว่าความจริงแล้วการลดน้ำหนักนั้นมันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลาย ๆ คนกังวลแต่อย่างใด เพียงแต่เราต้องรู้วิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง แล้วนำมันไปปฏิบัติใช้ให้ได้อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ มันก็จะช่วยทำให้คุณได้พบกับรูปร่างใหม่ที่ผอมเพรียวอย่างคนมีสุขภาพเดียวได้แล้วล่ะ ซึ่งรับรองได้เลยว่า 79 วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักอย่างได้ผลในระยะยาวอย่างแน่นอน (จริง ๆ มีเยอะกว่านี้มากครับ แล้วจะนำมารวบรวมเพิ่มให้ภายหลังนะครับ)

เคล็ดลับการลดน้ำหนักลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน
ทำไมลดน้ำหนักไม่ลง ? มีคนบางประเภทที่พยายามลดความอ้วน แต่ก็ไม่สามารถลดความอ้วนได้ เพราะว่านิสัยของตัวเองนั้นเป็นเหตุ ดังนั้น หากเราต้องการจะลดความอ้วน เราก็ควรละเลิกนิสัยดังต่อไปนี้
เลือกกิน เฉพาะอาหารที่ตนชอบ โดยไม่ยอมกินอาหารแบบอื่นที่มีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนักเลย ดังนั้น แม้ว่าเราจะไม่ชอบกินอาหารชนิดไหน แต่ถ้ามันมีประโยชน์ก็ให้ฝืนกินไปเถอะ
กินไม่เลือก คุณเป็นคนที่กินทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือเปล่า ไม่ว่าอาหารนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่ก็ตาม ดังนั้น คุณควรปรับระดับการกินมาอยู่ที่ความพอดี กินอย่างพอเพียง ไม่มากหรือน้อยเกินไป
ความอดทนต่ำ ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ช่วยทำให้เราประสบความสำเร็จ เราจึงต้องมีความอดทนต่อสิ่งยั่วยุต่าง ๆ อย่างเช่นอาหารที่ให้คุณค่าทางอาหารต่ำและมีปริมาณของน้ำตาลและไขมันสูงให้ได้ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน
ไม่มีความพยายาม การออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งสำคัญรองลงมาจากการควบคุมอาหาร ถ้าคุณออกกำลังกายบ้างไม่ออกบ้าง ในที่สุดเราก็จะกลายเป็นไม่ออกกำลังกายไปเลย ดังนั้น เราจะต้องบังคับตัวเองให้ได้และพยายามจัดตารางออกกำลังกายในแต่ละวัน
เป็นคนขี้เกียจ ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ขี้เกียจมักจะอ้วนก็ไม่ผิด เพราะว่าวัน ๆ จะไม่ค่อยได้ทำอะไร นอกจากกินแล้วก็นอนดูทีวี ดังนั้น ถ้าเราไม่อยากอ้วนก็ให้ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่บ้าง เพื่อเป็นการเผาผลาญไขมันในร่างกาย
ชอบผัดวันประกันพรุ่ง การคิดว่าพรุ่งนี้จะลดความอ้วน เป็นความคิดที่แย่และผิด เพราะส่วนใหญ่ของผู้ที่คิดแบบนี้จะไม่สามารถลดความอ้วนได้ประสบความสำเร็จ เพราะมีความอดทนและพยายามไม่พอ ดังนั้น ถ้าเราอยากลดน้ำหนักได้ให้ก็ควรจะตั้งอกตั้งใจทำตามแผนที่วางไว้ให้ได้
ท้อแท้ง่าย แม้ว่าคุณจะลดน้ำหนักได้ช้า ขึ้น ๆ ลง ๆ ไปบ้าง แต่ก็อย่าท้อใจเด็ดขาด เพราะการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะไม่ได้ผลในทันที เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้น น้ำหนักของเราที่เคยมาจากไขมันส่วนเกิน มันก็จะกลายเป็นน้ำหนักที่มาจากกล้ามเนื้อแทน
มักเสียดายของ ไม่ว่าจะซื้อขนมหรือว่ากินอาหารที่ไหน เมื่อมีของเหลืออยู่ก็จะพยายามกินให้หมด แม้ว่าเราจะรู้สึกเสียดายแค่ไหน แต่ถ้ารู้สึกเริ่มอิ่มหรือว่ากินอย่างพอเพียงแล้วก็ควรจะหยุดกิน เพราะถ้าเรากินอาหารมากเกินไป จะทำให้อาหารเหล่านั้นกลายเป็นของเหลือในร่างกายที่จะแปรเปลี่ยนเป็นไขมันส่วนเกิน ลดน้ําหนักแบบเร่งด่วน.

วิธีลดน้ำหนัก แบบธรรมชาติมีมากมายหลากหลาย

วิธีลดน้ำหนัก แบบธรรมชาติมีมากมายหลากหลาย โดยมีหลักการทั่วไปคือ เลือกอาหาร , ควบคุมวัตถุดิบ, ออกกำลังกาย และการปรับสมดุลของอาหารที่ทาน วิธีลดน้ำหนัก.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-3-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99

วิธีลดน้ำหนัก รายงานว่า หนึ่งในทฤษฎีที่แปลกและเขย่าวงการลดน้ำหนักได้ทฤษฎีหนึ่งคือ การลดน้ำหนักด้วยการทานกล้วยหอม หรือ กล้วยไข่

ทฤษฎีการลดน้ำหนักด้วยกล้วยหอม หรือ กล้วยไข่ นี้เพื่อช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหาร ผลจากสูตรนี้ทำให้สามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 16.6 กิโลกรัม

หลักการคร่าวๆของทฤษฎีนี้คือ การกระตุ้นให้เรารับประทานผลไม้ ระมัดระวังระดับความหิว และความอิ่ม ทานอาหารมื้อสุดท้ายก่อนเวลา 2 ทุ่ม และไม่เข้มงวดเรื่องปริมาณพลังงานในอาหารมากนัก

โดยที่มื้อเที่ยงและมื้อเย็นเราสามารถทานอะไรก็ได้ตามที่เราทานเป็นปรกติ แต่จะต้องหยุดทานเมื่อรู้สึกว่าความอิ่มของเราอยู่ที่ 80% จาก 100% และงดของหวานและน้ำหวานทุกชนิดหลังมื้อเย็น

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้เข้านอนก่อนเวลาเที่ยงคืน ลดความเครียด และนอนให้เต็มอิ่ม ช่วงสำคัญของทฤษฎีนี้อยู่ที่มื้อเช้า

โดยเริ่มมื้อเช้าด้วยกล้วยหอม หรือ กล้วยไข่ พร้อมดื่มน้ำในอุณหภูมิห้อง เมื่อทราบถึงหลักการคร่าวๆแล้วมีวิธีการปฏิบัติดังนี้

วิธีปฏิบัติ

ตามทฤษฎีจะให้เริ่มมื้อเช้าด้วยกล้วยหอม หรือ กล้วยไข่ และน้ำเปล่า สำหรับปริมาณจะทานกี่ลูกก็ได้ตามต้องการ เคี้ยวให้ละเอียด หลังจากทานเสร็จให้ดื่มน้ำในอุณหภูมิห้องตาม โดยไม่จำกัดปริมาณ หากยังหิวอยู่ ให้เว้นระยะเวลา 15-30 นาที จึงรับประทานอย่างอื่น

หากวันไหนเบื่อกล้วย หรือไม่ชอบกล้วยจริงๆ สามารถปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่นแทนได้ เช่น แอ๊ปเปิ้ล แคนตาลูป หรือแตงโม เป็นต้น แต่ขอให้เป็นผลไม้ชนิดเดียวเท่านั้น เพื่อแบ่งเบาภาระของกระเพาะของเราไม่ให้เหนื่อยเกินไปที่จะผลิตน้ำย่อยกรดด่างต่างกัน

มื้อกลางวัน จะกินอะไรก็ได้ ตามที่เราต้องการ อย่าให้มัน หวานและเค็มจัด แต่ต้องเคี้ยวให้ละเอียด กินให้พอเหมาะและไม่อึดอัดท้องจนเกินไป หยุดทานเมื่อรู้สึกว่าความอิ่มของเราอยู่ที่ 80% จาก 100%

สำหรับมื้อของว่าง หากต้องการทานสามารถเลือกทานของว่างหวานๆ อย่างช็อกโกแลตได้ หรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น ในปริมาณที่พอเหมาะ และถือว่าอนุโลมให้ทานของที่มีความหวานได้ในช่วงเวลานี้เท่านั้นวิธีลดน้ำหนัก

สำหรับมื้อเย็นจะต้องเลื่อนเวลาขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเวลาเหมาะสมจะอยู่ที่ 6 โมงเย็นแต่ไม่เกิน 2 ทุ่ม รวมทั้งไม่รับประทานของหวานหลังอาหารเย็นด้วย โดยไม่จำกัดปริมาณ และชนิดอาหาร

แต่ควรควบคุมระดับความอิ่มอยู่ที่ 80% จาก 100% ซึ่งการกินข้าวเย็นเร็วขึ้น ถึงแม้จะกินเยอะซักหน่อยก็ไม่จะเป็นปัญหาแต่อย่างใดเนื่องจากมีช่วงเวลาในการย่อยก่อนเข้านอนนั่นเอง

เข้านอนให้ไวขึ้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องพยายามเข้านอนก่อนเที่ยงคืนให้ได้ และควรทำให้เป็นนิสัย เพื่อฟื้นฟูร่างกายขณะหลับ กำจัดความเหนื่อยล้า ช่วยควบคุมความหิว ซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นวิธีลดน้ำหนัก

ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายระดับปานกลางไม่หักโหมจนเกินไป ทำให้พอเหมาะ ตามทฤษฎีนี้คุณไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง

โดยให้เลือกกิจกรรมที่โปรดปรานและสามารถทำได้ต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายสดชื่น เนื่องจากการออกกำลังกายอย่างหักโหมจนรู้สึกทรมาน จะไม่เป็นผลดีกับทฤษฎีการลดน้ำหนัก

จดบันทึกที่เกี่ยวกับแผนการการละน้ำหนัก หรือ ไดเอทไดอารี่ให้เป็นนิสัย เพื่อที่จะสามารถย้อนกลับมาตรวจเช็คความผิดพลาดได้ และยังเป็นกำลังใจให้เราทำได้อย่างต่อเนื่อง วิธีลดน้ำหนัก.