กำจัดขนรักแร้ วันนี้มีของดีราคาถูกมาแนะนำกันค่ะ

กำจัดขนรักแร้ วันนี้มีของดีราคาถูกมาแนะนำกันค่ะ นั่นคือ “ปูนแดง” หรือปูนที่คุณยายเอาไว้กินกับหมากนั้นหละค่ะ เปิดตะกร้าคุณยายแล้วเอามาเลยจ้า หรือถ้าไม่มี ก็สามารถหาซื้อได้ตามตลาดสด หรือ ร้านขายพวงมาลัย เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย กำจัดขนรักแร้.

กำจัดขนรักแร้

กำจัดขนรักแร้ การกำจัดขนรักแร้
1. ทำความสะอาดใต้วงแขนด้วยน้ำอุ่น เพื่อเปิดรูขุมขน จากนั้นเช็ดให้แห้ง
2. นำปูนแดงผสมกันน้ำเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. นำน้ำปูนแดงที่ผสมไว้ มาทาบางๆ บริเวณรักแร้ ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
4. เมื่อปูนแห้งแล้ว ให้ปัดส่วนเกินของปูนแดงออก แล้วใช้แหนบถอนขนรักแร้ตามปกติกำจัดขนรักแร้
5. ล้างปูนออกให้สะอาด จากนั้นทาโลชั่นหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพื่อลดอาการอักเสบ และทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น

การกำจัดขนแขนหรือขนขา
1. ทำความสะอาดบริเวณที่จะกำจัดขนให้สะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง
2. นำปูนแดงผสมกันน้ำเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. นำน้ำปูนแดงที่ผสมไว้ มาทาบางๆ บริเวณที่จะกำจัดขน ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นกำจัดขนรักแร้
4. ใช้แว๊กซ์กำจัดขนออกให้เกลี้ยง แล้วทาน้ำปูนแดงอีกครั้ง ทิ้งไว้จนแห้ง
5. ล้างปูนออกให้สะอาด จากนั้นทาโลชั่นหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพื่อลดอาการอักเสบ และทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น

การกำจัดขนวิธีนี้จะทำให้ขนที่ขึ้นใหม่อ่อนนุ่มและบางลง ทำแบบนี้ประมาณ 3-5 ครั้ง ขนก็จะไม่ขึ้นมากวนใจอีกเลยค่ะ นับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประหยัด สะดวก และทำง่ายมากๆ เลยใช่มั้ยคะ แต่ก็ต้องระวังนิดนึงสำหรับคนที่แพ้ง่าย ให้ทดลองทาน้ำปูนแดงที่ใต้ท้องแขนทิ้งไว้สักพัก เพื่อดูว่ามีอาการแสบคันหรือมีผื่นแดงหรือเปล่า แล้วค่อยเริ่มลงมือทำจริงนะจ๊ะกำจัดขนรักแร้.

ครีมกำจัดขน วิธีกําจัดขนรักแร้แบบธรรมชาติ

ครีมกำจัดขน วิธีกําจัดขนรักแร้แบบธรรมชาติ ถ้าพูดถึงขนรักแร้เชื่อว่าสาวๆหลายคน คงไม่ปรารถนาที่จะมีไว้แน่นอน มันสร้างความกังวลใจทำให้หลายๆคนรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องแต่งตัวสวยๆด้วยชุดที่มีแขนเสื้อสั้นๆหรือเสื้อแขนกุด ก็ต้องระแวงระวังว่าจะมีขนรักแร้ยาวจนไปสะดุดสายตาคนอื่นหรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้นถ้าได้ใส่ชุดว่ายน้ำ แทบไม่อยากจะยกแขนกันเลยทีเดียว ครีมกำจัดขน.

ครีมกำจัดขน

ครีมกำจัดขน ถ้าจะว่าไปแล้ววิธีกําจัดขนรักแร้นั้นมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การใช้วิธีโกน, การกําจัดขนรักแร้ด้วยแหนบถอนขน, การขจัดขนรักแร้ด้วยวิธีการแว็กซ์, การขจัดขนรักแร้ด้วยครีมขจัดขน, และวิธีกําจัดขนรักแร้แบบถาวรด้วยเลเซอร์ ซึ่งแต่ละวิธีสามารถกําจัดขนรักแร้ได้เป็นอย่างดี และรวดเร็ว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีกําจัดขนรักแร้แบบถาวรด้วยเลเซอร์ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเป็นพิเศษกว่าวิธีอื่นๆ นอกจากนี้แล้วยังมีวิธีกําจัดขนรักแร้ ที่สามารถช่วยให้วงแขนของคุณสาวๆ ปราศจากขนรักแร้ได้อย่างหมดห่วงและปลอดภัย ก็คือวิธีกําจัดขนรักแร้แบบธรรมชาตินั่นเอง ซึ่งเป็น
การนำเอาวัตถุดิบที่หาได้ง่าย มีความปลอดภัยในการกำจัดแถมประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียว จากนี้เรามาดูกันว่าวิธีกําจัดขนรักแร้แบบธรรมชาตินั้นทำอย่างไรกันบ้าง?ครีมกำจัดขน

วิธีกําจัดขนรักแร้แบบธรรมชาติทำอย่างไร?

วิธีกําจัดขนรักแร้ด้วยปูนแดงครีมกำจัดขน
วิธีกําจัดขนรักแร้แบบบ้านๆด้วยการใช้ปูนแดงหรือ ที่คุณย่าคุณยายใช้ในการเคี้ยวหมากนั่นแหละ ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 10-15 บาทเท่านั้น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการกําจัดขนรักแร้ได้เป็นอย่างดี ส่วนวิธีการก็ง่ายๆเพียงนำปูนแดงมาผสมกับน้ำเปล่าให้ข้นพอประมาณ อย่าให้ข้นมากจนเกินไป จากนั้นให้เอาปูนแดงที่ผสมแล้วมาทาให้ทั่วบริเวณขนรักแร้ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที หรือจนกว่าปูนแดงจะแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นก็ใช้แหนบถอนขนรักแร้ออก ซึ่งจะรู้สึกได้ว่าการถอนขนรักแร้นั้น จะถอนได้ง่ายขึ้น และเมื่อได้ทำการถอนเสร็จหมดแล้ว ก็ให้หาโลชั่นทาผิวมาทาที่บริเวณรักแร้ทันที เพื่อให้ผิวของคุณมีความชุ่มชื้นนั่นเอง เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน ใต้วงแขนของคุณสาวๆก็จะปราศจากขนรักแร้ และยังรู้สึกอ่อนนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วยครีมกำจัดขน.

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย เหมาะสำหรับสาวขี้เกียจมาฝากกันไปแล้ว (คลิกอ่าน 15 วิธีลดความอ้วนสุดง่าย แบบฉบับสาวขี้เกียจ) ทีนี้ก็ถึงคิวสาวที่อยากมีหุ่นฟิตเฟิร์มแต่ขี้เกียจออกกำลังกายกันบ้างล่ะค่ะ เพราะเชื่อว่าแม้จะอยากหุ่นดีขนาดไหน แต่ถ้าพูดถึงการออกกำลังกายแล้ว คำว่าขี้เกียจก็มักจะผุดขึ้นมาขัดขวางการฟิตหุ่นสวยของสาวๆ อยู่เรื่อย และเพื่อไม่ให้คำว่าขี้เกียจมาทำลายความฝันที่จะมีหน้าท้องแบนๆ ซิกแพคสวยๆ ของสาวๆ เราเลยไม่พลาดจะนำท่าพิลาทีสลดหน้าท้อง ที่ทำได้ง่ายๆ แถมใช้เวลาแค่ 2 นาทีมาฝาก ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล.

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล สำหรับสาวๆ บางคนที่กล้ามเนื้อตึง เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายสักเท่าไหร่ ท่าออกกำลังกายบางท่านี้ สาวๆ อาจจะทำได้ไม่คล่องมากค่ะ แต่รับรองว่า ถ้าสาวๆ ทำทุกวันและฝึกฝนบ่อยๆ นอกจากจะได้หน้าท้องที่สวยเป๊ะ หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นแล้ว อาการปวดเนื้อปวดตัวทั้งหลายจากการนั่งทำงานนานๆ ก็จะหายไป เพราะได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อนั่นเองค่า

หน้าท้องแบนราบใน 2 นาที! ด้วย 5 ท่าลดพุงย้อย เหนื่อยน้อย แต่หุ่นเป๊ะมาก!

ท่าที่ 1 Single-Leg Stretch

– นอนหงาย กอดเข่าทั้งสองข้างแนบอก ยกศีรษะลอยขึ้นจากพื้น

– ยืดขาทั้งสองข้างออกไปให้เหยียดตรง โดยให้ขาทั้งสองข้างลอยขึ้น ไม่แตะพื้น

– จากนั้นสลับงอขาขึ้นลง โดยเริ่มจากงอเข่าซ้ายเข้าหาตัว มือขวาจับเข่าซ้ายไว้ ส่วนมือซ้ายจับไว้บริเวณน่องซ้ายเช่นกัน แล้วจึงสลับเป็นขาขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง โดยพยายามเหยียดขาให้ตรงอยู่ตลอดเวลา

ท่าที่ 2 Crisscrossลดหน้าท้อง ให้ได้ผล

– เริ่มด้วยท่านอนหงาย เข่าทั้งสองข้างยกขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้นจากพื้น มือทั้งสองข้างจับด้านหลังศีรษะไว้

– เกร็งหน้าท้อง เหยียดขาทั้งสองข้างออกไป จากนั้นงอเข่าซ้ายทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ขวาไปทางซ้าย

– สลับขา งอเข่าขวาทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ซ้ายไปทางขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 3 Double-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก

– เกร็งหน้าท้อง ยกลำตัวด้านบนขึ้น และใช้มือทั้งสองข้างจับบริเวณหน้าแข้งหรือเข่าไว้

– หายใจเข้า จากนั้นค่อยๆ เหยียดขาออกไป ทำมุม 45 องศา พร้อมๆ กับยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ให้อยู่ระดับเดียวกับหู

– หายใจออก และวาดแขนทั้งสองข้างลง พร้อมกับงอเข่าทั้งสองข้างแนบอก นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 Double Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้น มือทั้งสองข้างวางไว้ด้านหลังศีรษะลดหน้าท้อง ให้ได้ผล

– เกร็งหน้าท้อง ยกขาทั้งสองขึ้นด้านบนเหยียดตรง ทำมุม 90 องศา

– ค่อยๆ ปล่อยขาทั้งสองข้างลง ให้ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว โดยที่ขาทั้งสองข้างยังคงเหยียดตรง

– ยกขากลับขึ้นเหยียดตรงช้าๆ กลับสู่ท่าเดิม นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 5 Single Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย ขาทั้งสองข้างเหยียดตรง ยกลอยจากพื้นเล็กน้อย พร้อมกับยกหลังด้านบนและศีรษะขึ้นจากพื้น

– ยกขาขวาขึ้นด้านบน โดยใช้มือทั้งสองข้างจับขาบริเวณข้อพับไว้ จากนั้นดันขาเข้าหาตัวให้มากที่สุดเท่สาที่จะทำได้

– สลับขา ปล่อยขาขวาลงเหยียดตรง พร้อมกับยกขาซ้ายขึ้นด้านบน มือทั้งสองข้างจับขาซ้ายไว้ นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้งลดหน้าท้อง ให้ได้ผล.

รูขุมขนกว้าง ปัญหารูขุมขนกว้างส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่เกิดมาจากพันธุกรรม

รูขุมขนกว้าง ปัญหารูขุมขนกว้างส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่เกิดมาจากพันธุกรรม โดยรูขุมขนใหญ่มักจะพบได้ในบริเวณ T-zone และเกิดขึ้นบ่อยสุดในคนผิวมัน รูขุมขนเป็นสิ่งที่ต้องมีกันทุกคน แต่ถ้าอยากให้รูขุมขนเล็กลง ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าจะทำให้เล็กขนาดใหญ่ แบบไม่เหลือรูเลยหรือเนียนแบบท้องแขนเลยก็คงเป็นไปไม่ได้  เพราะยังไม่มีวิธีใด ๆ ที่สามารถทำให้เรียบได้ขนาดนั้น ยิ่งบริเวณจมูกยิ่งยากใหญ่ แต่ก็สามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างให้เล็กลงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ รูขุมขนกว้าง.

รูขุมขนกว้าง

รูขุมขนกว้าง สาเหตุรูขุมขนกว้าง
การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม ปัญหารูขุมขนกว้างนั้นมักเกิดจากการดูแลผิวที่ผิดวิธี เช่น การไม่ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอน ไม่ขัดผิว ไม่ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์เลย เป็นต้น
สิวอุดตันและสิวหัวดำ สิวคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้รูขุมขนกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชอบบีบสิวเป็นประจำ
ฮอร์โมนของวัยแรกรุ่น สำหรับวัยนี้จะเป็นวัยที่รูขุมขนจะขยายใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะผิวจะมีการขับความมันออกมามากขึ้น
ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง เพราะถ้าต่อมใต้ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป ก็จะเกิดการขยายของรูขุมขนทำให้รูขุมขนกว้างได้รูขุมขนกว้าง
แสงแดด การถูกแสงแดดเป็นประจำจะทำให้ผิวของคุณหนาขึ้น และนั้นอาจเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนอุดตันจนทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นได้ อีกทั้งแสงแดดยังเป็นตัวทำลายอีลาสตินและคอลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น คอลาเจนที่เป็นตัวรักษาความกระชับก็ถูกทำลายไป ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
พันธุกรรม สำหรับใครที่คุณพ่อหรือคุณแม่เป็นคนที่มีรูขุมขนกว้าง มันก็ไม่แปลกเลยที่คุณจะเป็นแบบนั้นด้วย
สภาพแวดล้อม ความเครียด สิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน ฯลฯ

วิธีกระชับรูขุมขนรูขุมขนกว้าง
รักษาความสะอาด การรักษาความสะอาดผิวหน้าเป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเหนื่อยหนักง่วงนอนแค่นั้น คุณก็ห้ามนอนทั้ง ๆ ที่ยังมีเครื่องสำอางอยู่บนผิวหน้าเป็นอันขาด และควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอน ซึ่งจะเป็นการช่วยกำจัดความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันรูขนขุมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนกว้างได้
ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นวันละ 2 ครั้ง การล้างหน้าจะเป็นการช่วยล้างครามสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนอยู่ให้ออกไป ซึ่งจะช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงเหมือนเดิมได้ แต่การล้างที่เหมาะสมควรล้างวันละ 2 รอบเท่านั้น คือช่วงตอนเช้าตื่นนอนและตอนกลางคืนในช่วงชำระล้างร่างกาย
ดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การผักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่นอนดึกมากจนเกินไป ออกกำลังกายเป็นประจำ และที่สำคัญต้องไม่เครียดด้วยนะเอ่อ
เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รูขุมขนกว้างที่เกิดจากการอุดตันของไขมัน ส่วนหนึ่งอาจมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันสูงอย่างอาหารทอดทั้งหลาย ถ้าเป็นได้ควรหลีกเลี่ยงแล้วหันมารับประทานอาหารที่ประโยชน์แทนเช่น ผักผลไม้สด ปลา เป็นต้น
ขจัดความมันบนใบหน้า พยายามทำผิวให้แห้ง เพราะการทำผิวให้แห้งจะทำให้ชั้นเคอราตินหดตัวเล็กลง จึงดูเหมือนว่ารูขุมขนมีขนาดเล็กลง โดยอาจเลือกใช้คลีนเซอร์แบบ oil-control หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิค เอสิด ซึ่งจะช่วยป้องกันความมันบนหน้าก็ได้
โทนเนอร์กระชับรูขุมขน คุณควรใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวอีกครั้งหลังการล้างหน้า ซึ่งโทนเนอร์นี้จะช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดขึ้น ช่วยลดสิ่งอุดตันต่าง ๆ ทำให้ผิวดูกระชับรูขุมขนกว้าง.

ครีมลดรอยสิว สำหรับปัญหาจุดด่างดำหรือรอยสิว

ครีมลดรอยสิว สำหรับปัญหาจุดด่างดำหรือรอยสิว คงไม่ต้องอธิบายกันมากว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง สาเหตุก็จะมีอะไรซะอีกล่ะ มันก็คือผลผลิตร่องรอยที่เกิดจากสิวนั่นเอง อย่างสิวอักเสบที่เมื่อยุบตัวลงแล้วมักทิ้งรอยดำ ๆ เอาไว้ หรือสิวอุดตันที่เราพยายามบีบออกแบบผิดวิธีพยายามบีบสิวแรง ๆ เพื่อให้สิวหลุดออก ที่เป็นตัวสร้างความเสียหายให้ผิวเพิ่มขึ้นจนอักเสบและเป็นแผลในที่สุด และยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอกัน นั่นก็คือการเอาผิวหน้าไปรับแสงแดดโดยไม่ป้องกัน จึงทำให้ผิวเป็นทั้งรอยแดง รอยดำจนถึงคล้ำ ขนาดที่ว่าดูเผิน ๆ ก็ยังเห็นว่ามันเป็นจุดด่าง ๆ ดำ ๆ ทำให้เจ้าของใบหน้าไม่กล้าเปิดเผยผิวหน้าเพียว ๆ ให้ใครได้เห็น ครีมลดรอยสิว.

ครีมลดรอยสิว

ครีมลดรอยสิว วิธีรักษารอยดำจากสิว
อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวหายเอง เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่อายุยังน้อยจนถึงวัยที่อายุ 20 ปีต้น ๆ ขอบอกเลยว่าคุณยังโชคดีมาก ๆ ถ้าเกิดรอยแผลหรือจุดด่างดำจาวสิวก็เพียงแค่รอเวลาให้รอยดำจากสิวหายไปเอง แต่สำหรับสาวเลข 2 ปลาย ๆ และเลข 3 ขึ้นไป การที่จุดด่างดำจะหายไปได้เองก็คงจะเป็นเรื่องยาก รีบหาวิธีรักษาดีกว่าครับ ครีมลดรอยสิว
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบแอลกอฮอล์เบสและแบบวอเตอร์เบส ส่วนการเลือกใช้ก็ดูว่าเราเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่าง เรตินเอ (แอลกอฮอล์เบส) หรือ ดิฟเฟอริน (วอเตอร์เบส) เหล่านี้สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดจุดด่างดำจากรอยแผลสิวได้เป็นอย่างดี ถ้ายังไม่เคยใช้มาก่อนก็ขอแนะนำให้ใช้ “ดิฟเฟอริน” เพราะมีความระคายเคืองและผลข้างเคียงน้อยกว่าเรตินเอครับ (ภาพ : ladysquare.com by huyjen)
ลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ (Chemical Peeling) ด้วยการใช้กรดผลไม้ (AHA), trichloracetic acid (TCA) ฯลฯ เป็นกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใย คอลลาเจน ในชั้นหนังแท้ เพื่อช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำและรอยแผลเป็นจากสิวได้ดีครีมลดรอยสิว
การรักษาด้วยเครื่องไอพีแอล (Intense Pulse Light – IPL) เป็นการนำแสงความเข้มสูง ยิงเข้าสู่ผิวหนังเพื่อช่วยขจัดรอยหมองคล้ำต่าง ๆ สามารถช่วยลบรอยดำ รอยแดง จุดด่างดำจากสิวได้ดี อีกทั้งเทคโนโลยีชนิดนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส รักษาฝ้า กระ ริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า รวมไปถึงการใช้กำจัดขนส่วนเกิน ฯลฯ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 2 สัปดาห์ ขั้นต่ำ ประมาณ 3-4 ครั้ง

สูตรมะเฟือง+น้ำผึ้ง สูตรนี้ให้คุณคั้นเอาน้ำมะเฟืองมาผสมกับน้ำผึ้ง จากนั้นก็นำมาแต้มลงบนจุดด่างดำทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก แต่ถ้าไม่รู้สึกแสบหรือระคายเคือง คุณอาจลงทั้งหน้าเลยก็ได้ สามารถทำได้อาทิตย์ละครั้ง โดยมะเฟืองนั้นเป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินซีสูง มันจึงช่วยทำให้เซลล์ผิวใหม่ขาวขึ้น ส่วนที่ต้องนำมาผสมกับน้ำผึ้งนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าแห้งจนเกินไป ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนหน้าแห้งมากก็ให้ใส่น้ำผึ้งมากหน่อย และเน้นแต้มเฉพาะบริเวณจุดด่างดำ
วิธีลดจุดด่างดําจากสิว
สูตรมะขามเปียก+น้ำผึ้ง+นมสด มะขามเปียกเป็นอะไรที่พูดถึงกันมายาวนานและเป็นที่ยอบรับว่ามันสามารถช่วยทำให้ผิวขาวและช่วยผลัดเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี แต่มะขามเปียกนั้นมีความเป็นกรดสูงมาก หากต้องนำมาใช้บนผิวหน้า (โดยเฉพาะคนผิวแห้ง) จะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง จะใช้น้ำมะขามพอกหน้าเพียว ๆ ไม่ได้ โดยสูตรนี้ให้คุณคั้นเอาน้ำมะขาม (กะเอาพอประมาณกับใบหน้า) จากนั้นให้นำมาผสมกับน้ำผึ้งและนมสดเล็กน้อย ถ้าต้องการพอกทั้งหน้าและต้องการให้หน้าเนียนนุ่ม เมื่อผสมจนเข้ากันดีแล้วก็ให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แต่ถ้ารู้สึกคันยิบ ๆ จนทนไม่ไหว ก็ไม่ต้องฝืนนะครับ ให้รีบล้างออกเลย โดยสูตรนี้คุณสามารถทำได้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง แล้วจุดด่างดำก็จะจางลงเองครับ
สูตรเนื้อองุ่นเขียว+โยเกิร์ตรสธรรมชาติ+น้ำผึ้ง+น้ำมะนาว สูตรนี้เป็นสูตรที่อ่อนโยน ปลอดภัยและทำให้หน้ามีความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง โดยจะใช้องุ่นเขียวเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนผสมก็มีเนื้อองุ่น 2 ช้อนโต๊ะ, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวอีกเล็กน้อย วิธีทำก็เริ่มจากการปั่นส่วนผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีม แล้วเอามาพอกบริเวณใบหน้า จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำเย็น สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วจุดด่างดำจะค่อย ๆ จางลงในที่สุด
สูตรข้าวโอ๊ต+น้ำผึ้ง อีกสูตรที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อผิวพรรณ สามารถช่วยลดจุดด่างดำบนใบหน้า และช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เพื่อให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งสดใสและเกลี้ยงเกลา วิธีการก็คือให้คุณนำข้าวโอ๊ตมาบดให้เป็นผงละเอียดและผสมเข้ากับน้ำผึ้ง ใช้ทาให้ทั่วใบหน้า (หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา) ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับให้แห้ง
แก้รอยสิว
สูตรสับปะรด+น้ำผึ้ง เป็นสูตรของผู้ที่มีผิวหน้ามันแบบสุด ๆ เพราะสูตรนี้นอกจากจะช่วยขจัดปัญหารอยแผลและจุดด่างดำแล้ว มันยังช่วยกำจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อีกด้วย (ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย) วิธีการก็คือให้คั้นเอาน้ำสับปะรดมาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที (ระยะเวลาจะสั้นหรือนานก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว) แล้วล้างออก สามารถทำได้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ถ้าใช้สูตรนี้แล้วอย่าลืมทากันแดดก่อนออกจากบ้านด้วยละ เพราะผิวจะค่อนข้างไวต่อแสงแดด
สูตรมะเขือเทศ+ข้าวโอ๊ต+โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เป็นสูตรที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว วิธีการก็คือให้นำมะเขือเทศมาคั้นแยกกาก คัดเอาแต่น้ำมาผสมกับข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตรสธรรมชาติอีก 1 ช้อนชา จากนั้นก็คนให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที วิตามินจากมะเขือเทศจะเข้าไปช่วยผลัดเซลล์ผิวให้รอยด่างดำบนใบหน้าดูจางลง โดยสูตรนี้แนะนำว่าให้ทำอาทิตย์ละครั้งก็พอครับ
สูตรมะนาว+น้ำผึ้ง อย่างที่ทราบสรรพคุณของมะนาวและน้ำผึ้งไปแล้วว่าสามารถช่วยลดจุดด่างดำได้ วิธีการทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่คุณนำน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำมะนาว แล้วนำมาทาลงบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที โดยสามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวบอบบาง
ลดรอยดำจากสิว
สูตรแตงกวา+มะนาว+น้ำผึ้ง วิธีการทำก็คือให้คุณคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วนำมาทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง โดยมะนาวและแตงกวาจะมีสรรพคุณช่วยลดจุดด่างดำให้จางลง ส่วนน้ำผึ้งมีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม
สูตรหอมแดง สมุนไพรรักษาจุดด่างดำ ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ รวมไปถึงฝ้าและกระ วิธีการทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำหอมแดงมาฝานออกเป็นแว่น ๆ แล้วนำมาถูบริเวณที่เป็นรอยดำ หรือจะนำมาทุบแล้วบีบเอาน้ำมาทาผิวที่เป็นรอยดำก็ได้เช่นกัน โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง (ถ้าหัวหอมไม่มีจะใช้กระเทียมแทนก็ได้นะครับ ได้ผลดีเหมือนกัน)
วิธีลดจุดด่างดํา
สูตรว่านหางจระเข้ สมุนไพรลดรอยดําจากสิว อีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถช่วยลดรอยแผลเป็นและรอยดำต่าง ๆ ได้ดี วิธีใช้ก็ให้นำว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที รอยด่างดำก็จะค่อย ๆ จางลงในเวลา 1-2 เดือน แถมยังช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย
วิธีรักษาจุดด่างดําครีมลดรอยสิว
สูตรมะละกอสุก มะละกอเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารปาเปน ซึ่งเป็นเอนไซม์โปรตีนที่ช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ และยังช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ดูสดใสกว่าขึ้นมาแทน อีกทั้งมะละกอยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม วิธีการก็ไม่ยาก เพียงแค่คุณนำเนื้อมะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้า (เว้นรอบดวงตา) ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพียงเท่านี้คุณก็จะรู้สึกได้ถึงผิวหน้าที่เต่งตึงและดูสดชื่นขึ้นแบบทันตา ส่วนสูตรอื่น ๆ ก็ใช้ได้ผลเช่นกันครับ เช่น น้ำมันละหุ่ง มันฝรั่ง หัวหอมใหญ่ ถั่วลูกไก่ น้ำส้มสด+น้ำส้มสายชูจากแอปเปิ้ล ฯลฯ
รักษารอยดำจากสิว
ทั้งหมดนี้ก็คือสูตรลับเพื่อหน้าสวยใส ใครชอบแบบไหนก็เลือกใช้ได้ตามสบายเลยครับ และนอกจากสูตรที่กล่าวไปแล้ว การหันดูแลตัวเองให้ดีก็เป็นสิ่งสำคัญครับ คุณควรหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเช่นผักหรือผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน รวมไปถึงอาหารเสริมอย่างวิตามินซีและวิตามินอี และที่สำคัญอย่างมากก็คือคุณควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มาก ๆ ในระหว่างการรักษา หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านก็ต้องทาครีมกันแดดทุกครั้ง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่ต้องการจะทำให้รอยแผลและรอยด่างดำจางหายไปอย่างรวดเร็วครีมลดรอยสิว.

วิธีรักษาสิวอักเสบ สิวนั้นสร้างความกังวลใจให้กับเราอยางไม่น่าเชื่อทีเดียวอย่างไรก็ดี

วิธีรักษาสิวอักเสบ สิวนั้นสร้างความกังวลใจให้กับเราอยางไม่น่าเชื่อทีเดียวอย่างไรก็ดี ก่อนที่จะรักษาสิวนั้น เราควรรู้ข้อปฏิบัติเมื่อมีสิว ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร เพื่อที่สิวจะได้หายไป โดยที่ผิวเราบอบช้ำน้อยที่สุด วิธีรักษาสิวอักเสบ.

วิธีรักษาสิวอักเสบ

 

วิธีรักษาสิวอักเสบ วิธีปฏิบัติตัว เมื่อเป็นสิวมีดังนี้

ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะการแกะหรือบีบสิวจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น หรือหลุมสิวได้
ล้างหน้าให้สะอาด ในแต่ละวันเราจะต้องเจอ โดยเฉพาะวันที่มีเหงื่อมากๆ
ไม่เอามือไปจับหรือสัมผัสที่หัวสิว เพราะจะยิ่งทำให้สิวยิ่งอักเสบ
ไม่ขัดผิวหรือถูแรงๆ บริเวรณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและติดเชื้อได้
ไม่ใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ใส่ผมต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะเพิ่มความอักเสบให้เพิ่มขึ้นไปอีก
หากว่า เราสามารถปฏิบัติและดูแลได้อย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็จะช่วยทำให้รักษาสิวได้ง่ายขึ้น และเวลาที่สิวหายก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ให้เราดูต่างหน้า ไม่ว่าจะเป็น รอยแผลเป็น หรือว่าจุดด่างดำก็ตาม

ป้องกันสิวอย่างไรดีวิธีรักษาสิวอักเสบ
แน่หละว่า คงไม่มีใครปลาบปลื้มเวลาที่มีสิวอยู่บนหน้าเพราะ มันทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาเสียเฉยๆ แต่เราก็สามารถดูแลรักษาตัวของเราเองให้ปราศจากสิว โดยสามารถทำได้ง่าย ดังต่อไปนี้
ควบคุมความมันบนใบหน้า หากว่า บนหน้าของเรามีน้ำมันส่วนเกินมาก โอกาสที่ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจะมาติดก็มากตาม และก็จะทำให้รูขุมขนอุดตันเกิดเป็นสิวได้วิธีรักษาสิวอักเสบ
รักษาความสะอาดของผิวหน้า โดยล้างหน้าให้สะอาด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกมาอุดตัน
ไม่ไว้ผมละหน้าผาก หรือหน้าม้า และควรดูแลทำความสะอาดผมให้สะอาด เพราะความสกปรกจากเส้นผมก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นสิว
สำหรับคนที่มีผิวมันอยู่แล้ว ไม่ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือมอยส์เจอไรเซอร์ เพราะว่าจะทำให้มีโอกาสเป็นสิวมากขึ้น
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็จะเป็นการรักษาความสะอาดของใบหน้าทั่วไป รวมไปถึงการรับประทานอาหารไม่ให้เลอะติดปาก เพราะเศษอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีสิวบริเวณรอบปากนั่นเองวิธีรักษาสิวอักเสบ.

วิธีทำให้นมใหญ่ นวดหน้าอก ให้ใหญ่ขึ้น แค่ทำวันละ 5 ขั้นตอนต่อไปนี้

วิธีทำให้นมใหญ่ นวดหน้าอก ให้ใหญ่ขึ้น แค่ทำวันละ 5 ขั้นตอนต่อไปนี้ ก็สามารถอัพไซส์หน้าอกให้ใหญ่ขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญไม่ต้องทำศัลยกรรมให้เจ็บตัวอีกด้วย วิธีทำให้นมใหญ่.

วิธีทำให้นมใหญ่

วิธีทำให้นมใหญ่ ทุกวันนี้หากสาว ๆ คนไหนอยากอัพไซส์หน้าอกให้ใหญ่ขึ้น ตัวเลือกแรก ๆ คงหนีไม่พ้นการคิดทำศัลยกรรมให้เจ็บตัว แต่ทั้งนี้สาว ๆ รู้ไหมคะว่านอกจากการทำศัลยกรรมที่เสียทั้งเงินและต้องเจ็บตัวแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกของสาว ๆ ให้ใหญ่ขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่เจ็บตัวเลย ซึ่งวิธีที่ว่านี้ก็คือการนวดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น โดยการนวดหน้าอกนั้นจะเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้นำสารอาหารไปบำรุงหน้าอกของเรา นอกจากจะช่วยทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นแล้ว ยังจะช่วยทำให้หน้าอกกระชับเต่งตึง และป้องกันมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย และสำหรับคุณสาว ๆ คนไหนที่สนใจอยากจะนวดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น วันนี้กระปุกดอทคอมมีขั้นตอนการนวดมาให้สาว ๆ ได้ลองทำตามกันดูค่ะ บอกเลยว่านวดทุกวันหน้าอกไข่ดาวแบน ๆ จะใหญ่ขึ้นสมใจได้แน่นอน

การนวดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นนั้น สาว ๆ ควรจะหาโลชั่น หรือน้ำมันมาเป็นตัวช่วยในการนวดด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการเสียดสีมากจนเกินไป และเมื่อเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้วก็มาเริ่มนวดกันเลยวิธีทำให้นมใหญ่

1. เทโลชั่นหรือน้ำมันลงบนฝ่ามือ (นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง) แล้วทำการวอร์มให้อุ่นเสียก่อน เพื่อที่ครีมจะได้ซึมลงสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. เริ่มการนวด โดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางทาครีมให้รอบเต้านม โดยเว้นบริเวณหัวนมไว้วิธีทำให้นมใหญ่

3. เริ่มใช้มือซ้ายนวดที่เต้าขวา โดยให้นวดวนเป็นวงกลม เริ่มจากด้านข้างลำตัว วนเข้าด้านใน เมื่อวนถึงใต้หน้าอกให้พยายามช้อนหน้าอกขึ้นทุกครั้ง ทำแบบนี้ประมาณ 20 ครั้ง เมื่อเสร็จแล้วให้เปลี่ยนใช้มือขวาไปนวดที่เต้าซ้ายอีกข้างในจำนวน 20 ครั้งเท่ากัน

4. วางมือซ้ายบนหน้าอกด้านขวาเหนือหัวนม แล้วกดปลายมือนวดขึ้นไปด้านบนประมาณ 20 ครั้ง จากนั้นให้เปลี่ยนไปทำอีกข้างในจำนวน 20 ครั้งเท่ากัน

5. นวดโกยนมจากฐานเต้านม เริ่มจากด้านบน ล่าง ซ้าย และขวามายังจุดกึ่งกลางบริเวณหัวนม ทำแบบนี้ข้างละ 20 ครั้งวิธีทำให้นมใหญ่.

วิธีลดรอยดําจากสิว หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยของคุณ

วิธีลดรอยดําจากสิว  หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยของคุณ ที่มักจะมาคอยขัดขวางความสวยหล่อ นั่นก็คือ รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว พอมีสิวขึ้นมาบนใบหน้า ก็มักจะทำการกำจัดสิว โดยการบีบ หรือวิธีต่างๆ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน จนกว่าสิวตัวปัญหาจะหายไป แต่ว่าเจ้าสิวพวกนั้น ก็มักจะทิ้งร่องรอยแผลเป็นเอาไว้ให้เป็นของที่ระลึกอยู่เสมอ วิธีลดรอยดําจากสิว.

วิธีลดรอยดําจากสิว
วิธีลดรอยดําจากสิว โดยการที่จะลบรอยแผลเป็นจากสิวพวกนั้นก็ทำได้ยากซะเหลือเกิน จนบางคนต้องถอดใจ ยอมเก็บรอยแผลเป็นพวกนี้เอาไว้เป็นสิ่งเตือนใจ แต่ว่าอย่าพึ่งถอดใจไป วันนี้ทางเรามีเคล็ดลับ การรักษารอยแผลเป็นจากสิวถึง 7 สูตรมาให้ได้นำไปใช้กัน
1. น้ำมะนาว วิธีนี้ทำได้ง่าย ด้วยการบีบน้ำมะนาวประมาณ 1-2 หยด แต้มไปที่บริเวณสิวด้วยคอตตอนบัดนะ จากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออก เพราะมะนาวจะช่วยทำให้เซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว หลุดลอกออกมาจากบริเวณจุดด่างดำ บนใบหน้าได้ แต่ถ้าผิวของหนุ่มๆ คนไหนที่ไม่แพ้ง่ายล่ะก๊ สามารถแต้มสิวทิ้งไว้ทั้งคืนเลยก็ได้นะคะวิธีลดรอยดําจากสิว
2. มะเขือเทศ วิธีการทำก็คือ เฉือนมะเขือเทศให้เป็นชิ้นบางๆ แล้วก็นำมาวางบนบริเวณแผลเป็นนะครับ วิตามินซีที่ได้จากมะเขือเทศนี้ จะไปช่วยทำการสมานรอยแผลเป็นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
3. แอปเปิ้ล ซึ่งขั้นตอนนี้คุณล้างหน้าให้สะอาด แล้วซับให้แห้ง หลังจากนั้นก็นำเนื้อแอปเปิ้ลครึ่งผล ผสมกับน้ำผึ้งแท้ 1ช้อนโต๊ะ แล้วบดรวมกันให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทาให้ทั่วใบหน้า หรือจะเน้นบริเวณแผลเป็นอย่างเดียวก็ได้ และก็ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก
วิธีลบรอยแผลเป็นจากสิว ด้วยธรรมชาติ
4. น้ำผึ้ง ซึ่งวิธีนี้เป็นการนำน้ำผึ้งมาทาให้ทั่วใบหน้า แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที น้ำผึ้งนั้นจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และทำให้ผิว นั้นดูนวลเนียนขึ้น ทำให้รอยแผลเป็นค่อยๆ จางลงไป
5. น้ำมันลาเวนเดอร์ โดยใช้น้ำมันลาเวนเดอร์ แต้มบนแผลเป็นจากสิววันละ 2 ครั้ง โดยต้องทาทุกวัน เพราะจะยิ่งช่วยทำให้ แผลเป็นจากสิว นั้นจางลงได้เร็วขึ้น วิธีลดรอยดําจากสิว
6. สูตรพอกหน้าทุกชนิด สูตรพอกหน้าสามารถช่วยลบรอยแผลได้ไม่ว่าจะเป็นสูตรสุดฮิตอย่าง น้ำมะนาว+น้ำผึ้ง, น้ำนม+โยเกิร์ต หรือสูตรจากผลไม้ต่างๆ ก็แล้วแต่ ขอให้หนุ่มๆ พอกหน้าเป็นประจำทุกวัน คุณค่าที่ได้จากธรรมชาติเหล่านี้ ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องผิวของหนุ่มๆ ได้ทุกชนิดเลย
7. ดื่มน้ำสะอาด โดยการดื่มน้ำเยอะๆ นั้นก็สามารถช่วยทำให้แผลเป็นจากสิวหายได้ เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย ถ้าหากว่าร่างกายของเรา ได้รับน้ำในปริมาณที่พอเหมาะล่ะก็ น้ำก็จะสามารถเข้าไปทำการเติมเต็ม และซ่อมแซมร่องรอยแผลเป็นต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะจ้า
ซึ่งวิธีทั้งหมดที่บอกไปเป็นวิธีแก้ปัญหา แต่การป้องกันรอยแผลเป็นจากสิว ที่ดีที่สุดก็คือ ไม่ควรบีบสิว หรือสัมผัสสิวบ่อยๆ นะคะ เพราะจะทำให้เกิดสิวอักเสบได้ ดังนั้น ควรล้างมือบ่อยๆ แล้วก็ดูแลใบหน้าให้สะอาดอยู่เสมอด้วยนะคะวิธีลดรอยดําจากสิว.

วิธีลดพุง แบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องออกกำลังกายหนัก

วิธีลดพุง แบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องออกกำลังกายหนัก แค่ทำตาม 3 ท่าออกกำลังลดหน้าท้อง ต่อไปนี้ รับรองทำทุกวันพุงย้อย ๆ ที่ชอบห้อยชอบปลิ้นออกมาทำให้ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูไม่ดี ยุบหายกลายเป็นหน้าท้องเฟิร์ม ๆ แน่นอน วิธีลดพุง.

วิธีลดพุง

วิธีลดพุง พูดถึงเรื่องหน้าท้อง ก็คงเป็นเรื่องที่หนักอกหนักใจสำหรับใครหลาย ๆ คนเลยใช่ไหมล่ะ ก็เผลอรับประทานเข้าไปซะเยอะจนมีไขมันรอบเอวเป็นห่วงยาง กลายเป็นพุงปลิ้น ๆ จะสวมใส่เสื้อผ้าชุดไหนเจ้าพุงย้อย ๆ ก็ออกมาทักทายตลอด แต่จะให้ไปลุกขึ้นมาฟิตออกกำลังกายหนัก ๆ ก็คงไม่ไหว เอ้า…เลิกกังวลไปได้เลยเพราะยังมีวิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ช่วยสลายพุงได้แค่เพียงทำเป็นประจำทุกวัน อย่างเช่น 3 ท่าออกกำลังกายที่เว็บไซต์ Popsugar นำมาฝาก ง่ายขนาดนี้เลิกเกี่ยงไม่ยอมออกกำลังกายได้แล้ว เดี๋ยวพุงที่ห้อย ๆ อยู่ไม่ยุบไม่รู้ด้วยนะ
1. ไซด์เบนด์ (Side Bends)

เริ่มต้นกันด้วยท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ทั้งที่มีอุปกรณ์หรือไม่มีก็ได้ เป็นท่าออกกำลังที่เน้นบริเวณกล้ามเนื้อท้อง ใครที่อยากลดหน้าท้อง ท่านี้ถือว่าเหมาะมากเลยเชียวล่ะ แถมยังสามารถทำที่ใดก็ได้ไม่ต้องใช้พื้นที่มากมาย

วิธีฝึกวิธีลดพุง

1. ยืนกางขาออกโดยให้ความกว้างระหว่างเท้าเท่ากับช่วงไหล่ มือข้างหนึ่งเท้าเอว มืออีกข้างปล่อยว่าง หรือจะถือดัมเบลก็ได้
2. เอียงตัวลงไปยังข้างที่ไม่ได้เท้าเอวไว้ให้ได้มากที่สุด โดยต้องให้ตั้งแต่ส่วนเอวลงไปอยู่กับที่วิธีลดพุง
3. ทำสลับไปมาทั้งสองข้างจนครบ 100 ครั้ง

2. สแตนดิ้งทวิสต์ (Standing Twist)

ท่านี้เป็นท่าออกกำลังกายที่เรียกว่าง่าย ๆ สุด ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเป็นท่าบิดเอวเท่านั้นเอง แต่ขอบอกว่าถ้าทำเป็นประจำหน้าท้องที่มีห่วงยางก็ยุบไปได้เหมือ????นกันนะจ๊ะ ท่านี้สามารถทำได้ทั้งแบบที่มีอุปกรณ์หรือไม่มีอุปกรณ์ค่ะ

วิธีฝึก
1. ยืนกางขาออกโดยให้ความกว้างระหว่างเท้าเท่ากับช่วงไหล่ มือข้างหนึ่งแตะที่ศีรษะ อีกข้างปล่อยว่าง หรือจะถือลูกบอลออกกำลังกายด้วยมือทั้ง 2 ข้างก็ได้
2. เริ่มต้นบิดเอวไปทางซ้าย และบิดมาทางขวา สลับกันไปจนครบ 100 ครั้ง
3. ท่าแจ็คไนฟ์ (Jack Knife)

ปิดท้ายกันด้วยท่าที่อาจจะดูยากขึ้นมาอีกนิด แต่รับรองว่าให้ผลดีกับการลดหน้าท้องสุด ๆ ท่านี้ก็คล้าย ๆ กับการออกกำลังกายแบบซิทอัพเพียงแต่เปลี่ยนจากในแนวราบเป็นแนวต?ั้งนั่นเอง ถ้าทำเป็นประจำหน้าท้องยุบเฟิร์มแน่นอนจ้า

วิธีฝึก

1. นอนราบกับพื้น หรือบนม้านั่งยาว ยืดขาตรง ยื่นแขนตรงขึ้นไปเหนือศีรษะ
2. ยกแขนและขาขึ้นพร้อมกัน โดยต้องให้แขนขายืดตรง เป็นมุม 45 หรือ 90 องศากับพื้น และต้องให้ไหล่ยกขึ้นจากพื้น ค้างไว้ 2 – 3 วินาทีแล้ววางลง
3. ทำซ้ำจนครบ 40 ครั้ง

เห็นหรือเปล่าว่าท่าออกกำลังกายสลายพุงไม่จำเป็นต้องเป็นท่ายาก????เลยเนอะ แค่เพียงหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมอาหารควบคู่กันไปด้วย การออกกำลังกายก็จะได้ผลดีแน่นอน วินัยที่เคร่งครัดเท่านั้นที่สามารถเนรมิตรูปร่างที่สวยงามได้นะจะบอกให้วิธีลดพุง.

วิธีทำหน้าเรียว เคล็ดลับวิธีการไดเอ็ตอย่างไรให้หน้าเรียว

วิธีทำหน้าเรียว เคล็ดลับวิธีการไดเอ็ตอย่างไรให้หน้าเรียว สาวๆ หลายคนเวลามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลง สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดก็คือใบหน้าของเรา ก็เลยทำให้สาวๆ มีความกังวลในเรื่องน้ำหนักเพราะถ้ามีใบหน้าที่บวมก็จะทำให้สาวๆขาดความมั่นใจในตนเองแต่ถ้าหากสาวๆ อยากมีรูปหน้าที่เรียวก็ลองนำเคล็ดลับที่จะมาบอกในวันนี้ไปใช้ดูนะค่ะ วิธีทำหน้าเรียว.

วิธีทำหน้าเรียว

วิธีทำหน้าเรียว

1.รับประทานผักผลและผลไม้แทนขนมขบเคี้ยว คุณลองเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณที่ชอบทานพวกขนมขบเคี้ยว แล้วลองหันมารับประทานผักและผลไม้แทน การรับประทานผักและผลไม้นอกจากจะได้น้ำและความหวานตามธรรมชาติแล้ว ยังได้เซลลูโลสซึ่งทำให้อยู่ท้องไปจนมื้ออาหารได้ ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยคุณในการลดแป้งในอาหารมื้อนั้นได้อย่างง่ายด้วย และคุณเลิกกังกลไปได้เลยนะค่ะว่าจะได้น้ำตาลจากผักและผลไม้ที่เรารับประทาน เพราะในขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ที่เรารับประทานนั้นมีน้ำตาลมากกว่า และขนมขบเคี้ยวยังมีแคลอรี่มากกว่าอีกด้วย และที่สำคัญไม่เคยได้ยินว่ามีใครอ้วนเพราะการรับประทานผักผลไม้เลย
2. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ควรที่จะงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกประเภท เช่น เบียร์ เหล้า บรั่นดี ไวน์ และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะที่เรารู้ๆ กันดีก็คือแอลกอฮอล์เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการบวมน้ำได้ และอีกอย่างก็คือแอลกอฮอล์มีปริมาณแคลอรี่ที่สุงกว่าเครื่องดื่มทั่วๆ ไปอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็ควรงดนะค่ะ เพราะมันไม่ดีต่อสุขภาพวิธีทำหน้าเรียว
3. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หากคุณเป็นคนที่ดื่มน้ำน้อย เปลี่ยนใหม่เถอะค่ะหันมาจิบน้ำทีละนิดๆ บ่อยๆ อย่างน้อยก็ให้ได้ 2 ลิตรต่อวัน เพราะถ้าหากร่างกายของคนเราที่ได้รับน้ำในปริมาณที่ไม่เพียง ร่างกายก็จะพยายามกักเก็บน้ำเอาไว้ภายในร่างกายให้ได้มากที่สุด และผลที่ตามมาก็คือการบวมน้ำที่เท้า มือ และที่ใบหน้านั่นเอง แต่ถ้าหากดื่มน้ำในปริมาณที่พอดีกับความต้องการของร่างกาย ร่างกายของเราก็จะทำงานได้อย่างปกติ มีการกักเก็บและการระบายน้ำออกมาได้อย่างสมดุล และก็ไม่ต้องกลัวว่าหน้าจะบวม ด้วยอาการบวมน้ำนะค่ะ
4. ออกกำลังกาย หากเราจะลดน้ำหนักใช้วิธีการควบคุมอาหารอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะถึงยังไงน้ำหนักจะลดลงมากแค่ไหนแต่ก็จะทำให้ผิวหนังของคุณนั้นเหี่ยว ไม่กระชับเต่งตึง และไม่สดใส เพราะฉะนั้นเราควรออกกำลังควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารด้วย ก็จะทำให้เรามีน้ำหนักที่พอดีและร่างกายที่ฟิตเฟิร์มและสดใส
5. ลดอาหารที่มีรสเค็ม เพราะการที่เรารับประทานอาหารที่มีรสเค็มมากเท่าไหร่นั้น ก็ยิ่งจะทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้มากเท่านั้น เนื่องจากร่างกายของคนเรานั้นต้องเก็บกักน้ำเอาไว้ เพื่อที่จะขับโซเดียมที่ได้จากความเค็ม เพราะฉะนั้นเราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด เช่น อาหารกระป๋องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง แฮมและไส้กรอก และมันฝรั่งทอดกรอบ การลดรับประทานอาหารประเภทที่กล่าวมานี้นอกจากจะช่วยในการช่วยลดสาเหตุของการบวมน้ำแล้ว ยังช่วยให้คุณนั้นห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้ด้วยนะค่ะวิธีทำหน้าเรียว
6. เสริมแคลเซียมให้ร่างกายมากกว่าที่เคย ร่างกายของคนเรานั้นในหนึ่งวันต้องแคลเซียมไม่ต่ำกว่า 1,000 มิลลิกรัม เพื่อเข้าไปช่วยในกระบวนการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะได้ปริมาณแคลเซียมตามที่ร่างกายต้องการนั้นจะต้องดื่มนม 3 แก้ว หรือโยเกิร์ต 800 กรัม หรือจากการรับประทานปลาก็ได้และปลากระป๋องเองก็ให้แคลเซียมได้ดีเหมือนกัน
7. ลดปริมาณพลังงานลงวันละ 500 แคลอรี่ การที่เราจะลดน้ำหนักทุกๆ 0.5 กิโลกรัม คุณจะต้องกำจัดพลังงานให้ได้ถึง 3,500 แคลอรี่เลยทีเดียว ฉะนั้นให้ลองเริ่มจากการทำให้ได้วันละ 500 แคลอรี่ ก่อนก็ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานไป 250 แคลอรี่ และจากการเดินเร็วประมาณ 30 นาที หรือการออกกำลังกายหนัก 20-25 นาที และกำจัดอีก 250 แคลอรี่จากมื้ออาหารของคุณ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานของหวานหลังจากมื้ออาหารของคุณ เช่น เปลี่ยนจากการทานเค้กมาเป็นผลไม้อบแห้งแทน เปลียนจากการทานไอศกรีมมาเป็นโยเกิร์ตแช่แข็ง ลองทำกันดูนะค่ะ
8. บริหารกล้ามเนื้อที่หน้า
– ฉีกยิ้มกว้าง ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตึงตัว แล้วจากนั้นให้พูดคำว่า เอ อู ยาว ๆ
– ต่อไปทำปากจู๋เหมือนอมบ๊วยค้างไว้แล้วนับ 1-5 ในใจ
– อมลมที่แก้มทีละข้างให้ป่อง ให้ทำสลับกันซ้ายขวา
– และสุดท้ายให้ฉีกยิ้มทีละข้างซ้ายและขวา พยายามยกมุมปากขึ้นให้มากเท่าที่คุณจะได้วิธีทำหน้าเรียว.