การพอกหน้าด้วยไข่ขาว ความเครียดก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้หน้าคุณหมองคล้ำ

การพอกหน้าด้วยไข่ขาว ความเครียดก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้หน้าคุณหมองคล้ำ ความเครียดเกิดจากหลายสาเหตุทั้งเรื่องงาน เงิน ครอบครัว หรือความรัก เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาใดมารบกวนจิตใจคุณก็จงอย่างเครียดค่อย ๆ แก้ไขอย่างมีสติและพยายามสงบใจไม่ให้เป็นทุกข์หากคุณเป็นคนผิวแห้ง ก็ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ก่อนนอนทุกครั้ง อย่าใช้มือสัมผัส จับ ลูบ ถูใบหน้าในช่วงระหว่างวัน และคุณควรจำไว้ให้ขึ้นใจว่าทุกครั้งเมื่อไปถึงที่ทำงาน.

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7

 

 

หรือทันทีที่กลับถึงบ้านต้องล้างมือก่อนเสมอ เพราะมือของเราจับต้องสิ่งสกปรกเชื้อโรคฝุ่นละอองต่าง ๆ มาตลอดทั้งวัน การพอกหน้าด้วยไข่ขาว

และการที่คุณจะเผลอเอามือไปจับหน้าจับตาอาจทำให้สิวขึ้นใบหน้าได้
แค่เพียงเท่านี้คุณก็จะมีผิวหน้าที่หล่อใสไร้ริ้วรอยแล้วล่ะคับ
สวัสดีครับสำหรับคุณสาวๆที่รักสวย รักงาม อยากมีใบหน้าที่สดใส ไร้สิว หรือรอยจุดด่างดำ อันเกิดจากแผลเป็นฟังทางนี้ครับ ในบทความนี้ก็มีเคล็ดลับดีๆในการบำรุงผิวหน้าให้ดูสวยสดใส มาฝากกันอีกเช่นเคยนั่นก็คือ การบำรุงผิวหน้า รักษาสิว ฝ้า กระต่างๆ ด้วยสมุนไพรที่หากเอ่ยชื่อแล้วผมเชื่อว่าสาวๆ หลายๆคนคงรู้จักกันดี นั่นก็คือว่านหางจระเข้นั่นเองครับ
ทำให้ผิวหน้าคุณดูสวยสดใสได้อย่างไรฟังทางนี้ครับ คุณค่าหรือสรรพคุณของว่านหางจระเข้มีมากมายนานัปประการ นอกจากใช้บำรุงผิวแล้ว ยังเป็นยารักษาโรคได้ แถมยังบำรุงเส้นผมได้ด้วย ดังจะเห็นได้จากเครื่องสำอางหลายอย่าง หลายยี่ห้อ ที่ใช้ว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบ และที่สำคัญกำลังเป็นที่นิยมของคนทั่วไป เพราะเป็นสมุนไพรที่ไม่มีสารตกค้าง เรียกได้ว่าปลอดภัยต่อสุขภาพผิวเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ครับ
คุณสมบัติที่โดดเด่นของว่านหางจระเข้ คือสามารถช่วยให้กระบวนการเมตะโบลิซึม ทำงานได้อย่างเป็นปกติ สลายพิษของเชื้อโรค ลดการติดเชื้อของบาดแผล แถมยังช่วยกระตุ้นการเกิดใหม่ของเนื้อเยื่อส่วนที่ชำรุด และด้วยสรรพคุณอันแสนวิเศษนี้เองว่านหางจระเข้จึงถูกนำมาใช้ เพื่อบำรุงผิวพรรณสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากมีผิวสวย สังเกตุได้จากผู้ที่ใช้ว่านหางจระเข้บำรุงผิวพรรณหรือใบหน้าอยู่เป็นประจำ จะรู้สึกว่าผิวดูสวย สดใส ผุดผ่อง มีน้ำมีนวล และยังช่วยลดรอยจุดด่างดำบนใบหน้า ขจัดสิวได้อีกด้วย นอกจากนี้ว่านหางจระเข้ยังสามารถลดความแห้งกร้านของผิว และลดความมันของผิวหน้าได้ โดยสาวๆคนไหนที่มีผิวมัน ก็จะช่วยลดความมันบนใบหน้า ส่วนสาวคนไหนที่มีผิวหน้าแห้ง ว่านหางจระเข้ก็จะยังรักษาความชุ่มชื่นของผิวเอาไว้ไม่ให้แตกกร้าน การพอกหน้าด้วยไข่ขาว.

สูตรพอกหน้าใสไร้สิว ปัจจัยภายในร่างกายและความสะอาดภายนอก

สูตรพอกหน้าใสไร้สิว ปัจจัยภายในร่างกายและความสะอาดภายนอก สาเหตุการเกิดสิวไม่ได้เกิดเพราะความสกปรกเพียงอย่างเดียว เพราะสิวสามารถเกิดจากฮอร์โมนและสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น คนที่ระบบน้ำเหลืองไม่ดีก็สามารถเป็นสิวได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับความสะอาดแต่อย่างใด ช็อคโกแลตกับสิว จริง ๆ แล้วช็อคโกแลตไม่ได้เป็นตัวการทำให้เกิดสิวอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ.

 

%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7

แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่นมและน้ำตาลที่ใส่ลงไปในช็อคโกแลตต่างหากที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดสิว ดังนั้นถ้าอยากจะกินช็อคโกแลตจริง ๆ ก็ขอแนะนำให้เลือกเป็น “ดาร์คช็อคโกแลต” แทน อาจหวานน้อยหน้อยแต่ก็มีประโยชน์มากเลยล่ะ สูตรพอกหน้าใสไร้สิว
ตำแหน่งสิวบอกโรคได้ เช่น สิวที่หน้าผาดเกิดจากระบบย่อยอาหารมีปัญหาและการนอนดึก, สิวระหว่างคิ้วอาจเป็นคนที่ไม่สามารถย่อยแลคโตสจากนมได้ มันเลยแสดงผลให้เห็นบริเวณนั้น, สิวที่แก้มเกิดจากการใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะสม, สิวที่เกิดรอบดวงตามักเกิดจากภูมิแพ้และแสงแดด ส่วนสิวบริเวณคางมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีรสจัดนั่นเอง
การรักษาสิวด้วยแพทย์ ปกติแล้วการจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาสิวมักจะเป็นทางเลือกสุดท้าย หมอจะใช้ก็ต่อเมื่อการป้องกันต่าง ๆ ทำมาแล้วแต่ไม่ได้ผล ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันและการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ เพราะนั่นอาจหมายความว่าสิวที่คุณเป็นอาจมีสาเหตุมาจากฮอร์โมน ในกรณีคุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการปรับฮอร์โมนอย่างปลอดภัย
สาเหตุการเกิดสิวฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgens) อย่างที่บอกไปแล้วว่าสิ่งที่เป็นตัวควบคุมการสร้างน้ำมันก็คือฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่พบได้มากในเพศชาย แต่ก็พบได้ในเพศหญิงเช่นกัน โดยช่วงที่ฮอร์โมนแกว่งหรือมีการเปลี่ยนแปลง แต่ละคนก็จะเป็นสิวแบบพีคสุด ๆ อย่างผู้หญิงฮอร์โมนจะแกว่งตอนที่รอบเดือนมาหรือกำลังตั้งครรภ์ ส่วนผู้ชายฮอร์โมนจะพลุ่งพล่านไปตามธรรมชาติ ในช่วงวัยรุ่นหรือในช่วงเครียด ๆ สูตรพอกหน้าใสไร้สิว.

รูมาตอยด์ เทคนิคขยับกาย คลายปวดข้อ รูมาตอยด์ไขข้อข้องใจ

รูมาตอยด์ เทคนิคขยับกาย คลายปวดข้อ รูมาตอยด์ไขข้อข้องใจ รูมาตอยด์ โรคปวดข้อรูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่รุนแรงและอาจทำให้พิการได้ โรคนี้จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 3 เท่า และส่วนใหญ่จะพบในช่วงอายุ 20-50 ปี รูมาตอยด์.

rheumathism

รูมาตอยด์ สาเหตุมาจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุข้อเกือบทุกแห่งทั่วร่างกายพร้อมกัน ร่วมกับมีการอักเสบของพังผืด เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อรอบๆข้อ เชื่อว่าเป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการตอบสนองอย่างผิดปรกติต่อเชื้อโรค หรือสารเคมีบางอย่าง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจว่าเนื้อเยื่อข้อปรกติเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงสร้างกระบวนการกำจัดสิ่งแปลกปลอมขึ้น และส่งผลให้ข้ออักเสบ ซึ่งอาจจะเรียกอีกอย่างได้ว่า แพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune)

สังเกตอาการรูมาตอยด์

อาการของโรคนี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ชาปลายมือปลายเท้า โดยเฉพาะเวลาที่ร่างกายกระทบกับอากาศเย็นๆ หลังจากนั้นจะปวดเมื่อยตามตัวและข้อต่างๆ แล้วจึงมีอาการอักเสบของข้อปรากฏให้เห็น โดยข้อที่เริ่มมีการอักเสบก่อน ได้แก่ ข้อนิ้วมือนิ้วเท้า ข้อมือ ข้อเข่า ข้อศอก ต่อมาจะเป็นข้อไหล่ ส่วนข้อศอกจะปวดพร้tonsillitis,ทอนซิล,เจ็บคอ,รูมาตอยด์, รูมาทอยด์, แก้ปวดรูมาทอยด์อมกันทั้งสองข้าง และข้อจะบวมแดงร้อน นิ้วมือนิ้วเท้าจะบวม ต่อมาอาการอักเสบจะลุกลามไปทุกข้อทั่วร่างกายรูมาตอยด์

อาการปวดข้อจะมีลักษณะเฉพาะคือ ข้อแข็งขยับลำบากมักจะเป็นมากในเวลาที่อากาศหนาวเย็น หรือในตอนเช้า พอสายๆอาการจะทุเลา เข้าใจว่าความกดอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลต่อแรงดันภายในข้อที่เสื่อม โดยอาจไปบีบรัดปลายประสาทที่โผล่ออกมา

อาการปวดข้อจะเป็นอยู่ทุกวันและมากขึ้นๆเป็นแรมเดือนแรมปี โดยมีบางระยะอาจทุเลาไปได้เอง แต่จะกลับมีอาการกำเริบรุนแรงขึ้นอีกขณะมีความเครียดหรือขณะตั้งครรภ์ ถ้าข้ออักเสบเรื้อรังอยู่หลายปี ข้อจะแข็งและพิการ นอกจากนี้ผู้ป่วยยังอาจมีอาการซีด ฝ่ามือแดง มีผื่นหรือตุ่มขึ้นตามผิวหนัง รูมาตอยด์.

ข้ออักเสบ การผ่าตัด ปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น

ข้ออักเสบ การผ่าตัด ปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากได้รับผลดี โรคแทรกซ้อนไม่มาก วิธีการผ่าตัดก็มีได้หลายวิธีดังนี้ ข้ออักเสบ.

%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a
ข้ออักเสบ การผ่าตัดโดยการส่องกล้อง (arthroscope) เหมาะสำหรับข้อที่เสื่อมไม่มาก แพทย์จะเอาสิ่งสกปรที่เกิดจากการสึกออกมาเ
การผ่าตัดแก้ความโก่งงอของเข่า วิธีนี้ต้องตัดกระดูกบางส่วนออก ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะใช้งานได้ ปัจจุบันนิยมลดลงข้ออักเสบ
การผ่าตัดใส่ข้อเทียม คือการใส่ข้อเข่าเทียมแทนข้อที่เสื่อม ซึ่งผลการผ่าตัดทำให้หายปวด ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ดีขึ้น

หากการรักษาทั่วไปไม่สามารถลดอาการปวดเข่า จำเป็นต้องใช้ยาในการรักษา ซึ่งมียาหลายชนิดให้เลือกดังนี้ข้ออักเสบ

ยาแก้ปวด เป็นยาที่ลดอาการปวด แต่ไม่ได้แก้อักเสบ พอหมดฤทธิ์ยาก็ปวดอีก เช่นยา paracetamol
ยาแก้อักเสบ steroid ใช้กันมากทั้งชนิดฉีดและรับประทาน เนื่องจากมีผลข้างเคียงจึงไม่แนะนำให้ใช้
ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่ steroid ยากลุ่มนี้นิยมใช้กันมากขึ้นแต่ต้องระวังการเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร
ยาบำรุงกระดูกอ่อน ได้ผลช้า ค่าใช้จ่ายสูงจึงไม่เป็นที่นิยม
การใช้น้ำหล่อเลี้ยงข้อชนิดเทียม
เนื่องจากโรคข้อเสื่อมจะมีน้ำหล่อเลี้ยงข้อน้อย ทำให้มีการเสียดสีของข้อ จึงมีการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียมเข้าไปในเข่า 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 1 สัปดาห์ซึ่งจะลดการเสียดสีของข้อ ลดอาการปวด แต่การฉีดใช้ได้เฉพาะข้อที่เสื่อมไม่มาก ข้ออักเสบ.

ข้อเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มีกระบวนการเกิดพยาธิ

ข้อเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มีกระบวนการเกิดพยาธิ สภาพของข้อโดยไม่มีอาการอักเสบเป็นลักษณะของการสึกหรอร่วมกับความพยายามของร่างกายที่จะซ่อมแซมความสึกหรอที่เกิดขึ้น แต่อัตราการซ่อมแซมไม่ทันต่ออัตราการสึกหรอ เป็นผลให้มีการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพของข้อเข่าทำให้ไม่สามารถทำงานได้ดีดัง เดิม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุซึ่งร่างกายมีความเสื่อมตามอายุขัยอยู่แล้ว การเสื่อมของข้อเข่ายิ่งมีผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุที่ เป็นโรคนี้ ข้อเสื่อม.

%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1

ข้อเสื่อมข้อเข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ข้อเข่าประกอบด้วยกระดูก 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 คือ กระดูกหน้าแข้ง (Tibia) ส่วนปลายบนที่แบนกว้าง ส่วนที่ 2 คือ กระดูกต้นขา (Femur) ส่วนปลายล่างที่เป็นส่วนต่อ และส่วนที่ 3 กระดูกสะบ้าที่รวมเป็นข้อเข่า ผิวสัมผัสบริเวณผิวหน้าของกระดูกต้นขาจะเป็นข้อสะบ้า (Patellofemeral) ช่วงระหว่างปลายกระดูกหน้าแข้ง และปลายกระดูกต้นขาจะมีกระดูกอ่อนหุ้ม เรียกว่า กระดูกอ่อนผิวข้อ (Articular cartilage) มีลักษณะมันเรียบ ลื่น และสีขาวใส ทำหน้าที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว รับ และถ่ายทอดน้ำหนักจากปลายกระดูกข้อหนึ่งไปยังอีกกระดูกหนึ่ง

ข้อเข่าเป็นข้อที่อยู่ตรงกลางของขา ต้องรับน้ำหนักมาก มีลักษณะการเคลื่อนไหวแบบบานพับ (Hinge joint) ร่วมกับการบิดหมุน (Rotation) ภายในข้อขณะที่มีการเหยียด (Extension) ของข้อเข่าจากการทำงานของกล้ามเนื้อควอทไดรเซ็บส์ (Quadriceps) และเนื่องจากการเคลื่อนไหวของข้อเข่าในลักษณะดังกล่าวจึงทำให้เกิดการเสื่อม และอักเสบได้ง่ายข้อเสื่อม

โรคข้อข้อเสื่อม

ลักษณะการเกิดโรคของข้อเข่าเสื่อมจะเกิดบริเวณผิวกระดูกอ่อนของข้อเป็นหลัก ในระยะแรกมักเกิดบางส่วนของกระดูกอ่อน โดยเฉพาะจุดที่รับน้ำหนักมากที่สุด การเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนเกิดจากหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักตัวที่มากเกินไป กระดูกอ่อนถูกกดหรือถูกใช้งานมากเกินไป ทำให้กระดูกอ่อนเปลี่ยนสภาพ กลายเป็นสีเหลือง และสีน้ำตาลขุ่น ผิวไม่เรียบและนิ่ม กระดูกอ่อนอาจหลุดร่อนออกจนเห็นเนื้อกระดูกใต้กระดูกอ่อน นอกจากนี้ ถ้ามีเศษกระดูกอ่อนหลุดออกมาในสารน้ำหล่อข้อจะทำให้ผิวข้อ (Synovial membrane) เกิดการอักเสบขึ้นได้ และใต้บริเวณกระดูกอ่อนที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีการสร้างกระดูกใหม่เกิดขึ้น และมีเดือยกระดูก (Osteophyte) เกิดขึ้นที่ขอบของข้อ ซึ่งเกิดจากความพยายามของร่างกายในการซ่อมแซมเกิดถุงน้ำซึ่งเกิดจากน้ำหล่อ เลี้ยงข้อ (Synovial fluid) ที่จำนวนมากขึ้นจากการอักเสบที่เกิดขึ้นบนชั้นของกระดูกอ่อนใต้ผิวข้อ ต่อมาเมื่อกระดูกอ่อนเสื่อมมากขึ้นจะมีการทำลายไปถึงกระดูกแข็งที่อยู่ใต้ กระดูกอ่อน การอักเสบของผิวข้อ (Synovial membrane) ดังกล่าวจะเกิดในระยะที่โรคเป็นมากแล้วและมีการหดรั้ง (Contracture) เกิดขึ้นร่วมด้วยทำให้เกิดความพิการของข้อได้นอกจากนี้ยังเกิดการเปลี่ยน แปลงที่ส่วนอื่นของข้อได้อีก ไม่ว่าจะเป็นแคปซูลที่หุ้มข้อหนาขึ้นโดยเฉพาะในรายที่โรคดำเนินไปมาก กระดูกอ่อนผิวข้อหลุดร่อนหายไปหมด เหลือแต่กระดูกที่มีลักษณะเป็นมันเลี่ยน (Eburnation) เนื่องจากผิวกระดูกซึ่งไม่มีกระดูกอ่อนคลุมจะขัดสีกันในขณะเคลื่อนไหวข้อทำ ให้เกิดอาการเจ็บปวดของข้อเข่าขึ้น และถ้ายังคงไม่มีการชะลอความเสื่อมก็จะเกิดความพิการในที่สุด ข้อเสื่อม.

เข่าเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่สร้างความลำบากให้กับคนจำนวนไม่น้อย

เข่าเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่สร้างความลำบากให้กับคนจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงวัยหรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ซึ่งโรคนี้นอกจากจะทำให้เดินเหินไปทางไหนก็ลำบากแล้ว ก็ยังทำให้เราไม่สามารถทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น ยกของ หรือกิจวัตรประจำวันอื่น ๆ ได้ เข่าเสื่อม.

Woman having leg injury

เข่าเสื่อม บางคนอาจจะคิดว่าการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นจะไม่สามารถออกกำลังกายได้ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วผู้ป่วยโรคนี้ยังสามารถออกกำลังกายได้ แต่แค่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกาย และเลือกวิธีออกกำลังกายให้เหมาะสม แต่ว่าวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นมีอะไรบ้างล่ะ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกันค่ะ แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับโรคนี้กันก่อนดีกว่าเนอะเข่าเสื่อม

รู้จักโรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่ยังไม่ทราบแน่ชัด โดยมีการสันนิษฐานว่าโรคนี้เกิดจากอายุที่มากขึ้น เพราะมักจะพบในคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรืออาจจะเป็นเพราะการมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ซึ่งจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานว่าเกิดจากการใช้ข้อไม่เหมาะสม อุบัติเหตุ และการติดเชื้อต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งการเสื่อมสภาพของข้อเข่าจะเกิดขึ้นกับกระดูกอ่อนที่ผิวข้อ โดยจะส่งผลให้เห็นทั้งในด้านโครงสร้าง และการทำงานของกระดูกข้อต่อและกระดูกบริเวณใกล้ข้อ และการเสื่อมสภาพนี้จะไม่สามารถคืนสู่สภาพเดิมได้ และอาจจะมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดี โดยอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมมีดังนี้

1. ปวดเข่าเวลาที่มีการเคลื่อนไหว อาทิเช่น การเดินขึ้นลงบันได หรือการนั่งพับเข่า
2. รู้สึกข้อฝืดขัดเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน
3. มีเสียงการเสียดสีของกระดูกเวลาที่ขยับเข่า เข่าเสื่อม
4. ข้อเข่าบวมเนื่องจากการอักเสบ ทำให้มีน้ำในข้อเข่ามากเกินไป
5. หากมีอาการรุนแรงก็อาจจะมีภาวะเข่าคดเข้า เข่าโก่งออก หรือมีกระดูกงอกทำให้ข้อเข่าผิดรูปร่าง

ส่วนวิธีการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมมีทั้งหมด 3 วิธี ได้แก่ การรักษาโดยไม่ใช้ยา ซึ่งวิธีนี้ผู้ป่วยจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทำกายภาพบำบัดเพื่อให้กล้ามเนื้อต้นขาแข็งขึ้น รวมทั้งการควบคุมน้ำหนัก และการบริหารกล้ามเนื้อด้วยตนเองและออกกำลังกายเบา ๆ นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยยา ในกรณีที่มีอาการข้อเข่าอักเสบ ซึ่งถ้าหากรักษาด้วยวิธีอื่นไม่หาย ก็อาจจะต้องใช้วิธีผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนข้อเข่าค่ะ เข่าเสื่อม.

ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ ไหล่ หลัง อันเนื่องจากการทำงาน

ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ ไหล่ หลัง อันเนื่องจากการทำงาน อาการปวดคอ ไหล่ หลัง อันเนื่องมาจากการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ และกลุ่มคนไอทีทั้งหลาย ที่ต้องทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานในการใช้ชีวิตประจำวัน บางท่าทางจะทำให้เกิดการโค้งงอผิดรูปของกระดูกได้ และบางท่าทางทำให้เกิดอาการตึง ยึด จนเกิดอาการปวดในที่สุด แบบนี้เรียกว่า “ออฟฟิศ ซินโดรม” (Office Syndrome) ออฟฟิศซินโดรม.

Portrait of business woman with back pain in office

ออฟฟิศซินโดรม อาการปวดที่เกิดจากกล้ามเนื้อ อาทิ ปวดเมื่อย อ่อนล้า เพลีย ตึง ยึด ปวดขึ้นไปที่ขมับ กล้ามเนื้ออักเสบ พังผืดสั่งสมบริเวณกล้ามเนื้อ รวมไปถึงอาการปวดกล้ามเนื้อต้นคอ ร้าวขึ้นไปบริเวณขมับ ปวดไปที่กระบอกตา ซึ่งเข้าใจผิดว่าเป็นไมเกรน

แนวทางการรักษา แบ่งออกเป็นออฟฟิศซินโดรม

การรักษาที่สาเหตุของโรค คือ การผ่าตัด และการไม่ผ่าตัด
การรักษาเพื่อบรรเทาอาการ อาทิ การกินยา ฉีดยา ซึ่งคนไทยหลายคนคิดว่าเมื่อไม่มีอาการแล้ว แปลว่า “หาย” ในความเป็นจริงแล้ว การไม่มีอาการนั้น อาจจะไม่ได้หายจากอาการปวดอย่างถาวร
การที่จะทำให้ “หาย” จากอาการปวดอย่างถาวรนั้น คือ การรักษาที่สาเหตุของปัญหา ให้สภาพของกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท คืนสู่สภาวะปกติ และดีกว่าปกติ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กลับมาเกิดอาการปวดอีก วิธีการรักษาดังกล่าวเรียกว่า Active Therapy เป็นการรักษาในเชิงป้องกันที่สาเหตุ ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

เทคนิคการยืดเส้นยืดสายระหว่างทำงาน

1.การบริหารกล้ามเนื้อคอ เริ่มจากนำมือข้างซ้ายอ้อมไปจับศีรษะด้านขวา ดึงมาทางด้านซ้ายจนรู้สึกตึง นับ 1-10สลับใช้มือข้างขวา นับ 1-10เช่นเดียวกัน จากนั้นประสานมือบริเวณท้ายทอย ดันไปด้านหน้าจนรู้สึกตึง นับ 1-10ออฟฟิศซินโดรม

2.การบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องของการปวดไหล่เป็นประจำ โดยยกไหล่ขึ้นไปจนสุด แล้วเกร็งค้างไว้ นับ 1-10การกดไหล่ลงไปให้สุด แล้วเกร็งค้างไว้ นับ 1-10

3.การบริหารกล้ามเนื้อด้านหน้าอก และแก้ปัญหาไหล่ห่อ ให้ลุกขึ้นยืน จากนั้นนำมือประสานกันด้านหลัง ค่อยๆ ยกขึ้นมาจนถึงระดับที่เรารู้สึกว่าตึง นับ 1-10การยืดด้านหลัง โดยการกอดตัวเองให้แน่นที่สุด ให้มือไขว้กันเยอะที่สุด โดยเอามือโอบด้านหลังของตัวเองให้มากที่สุด นับ 1-10

4.การบริหารบริเวณช่วงสะโพก บางคนมีปัญหาปวดบริเวณสะโพก ชาลงเท้า ชาลงขา จะสามารถบริหารท่านี้ได้ดี ท่าบริหารนี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก ซึ่งมักจะไปกดทับเส้นประสาททำให้รู้สึกมีปัญหาได้ ทำโดยยกเท้าซ้ายขึ้นมาวางทับเหนือเข่าขวา จากนั้นเอนตัวมาด้านหน้า จะรู้สึกบริเวณต้นขาด้านซ้าย นับ 1-10จากนั้นสลับเท้าด้านขวา

5.การบริหารกล้ามเนื้อด้านข้าง ยืดมือขึ้นบนสุดประกบกัน จากนั้นเอนตัวทางด้านซ้าย นับ 1 -10จากนั้นเอนตัวมาด้านขวา นับ 1-10ท่าบริหารดังกล่าวควรทำบ่อยๆ ประมาณ 1-2ชั่วโมงต่อครั้ง เพื่อเป็นการยืดกล้ามเนื้อมัดหลักๆ ในร่างกาย สละเวลา 3-5นาที เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรง ออฟฟิศซินโดรม.

office syndrome โรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome)

office syndrome โรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนวัยทำงานออฟฟิศ ที่สภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานตลอดเวลา ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ อาทิ หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ ส่วนบางรายที่มีอาการของหมอนรองกระดูกเคลื่อนอยู่แล้ว หากทำงานในอริยาบทที่ผิดจะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น office syndrome.

Mann mit Burnout über Akten gebeugt am Schreibtisch im Büro
office syndrome จากการสำรวจพนักงานออฟฟิศในประเทศฝั่งยุโรป พบว่า ส่วนใหญ่ต้องปรึกษาแพทย์ด้วยอาการต่างๆ โดยอันดับหนึ่งคือ การปวดหลัง รองลงมามีอาการปวดบริเวณคอ/ไหล่ และปวดศีรษะตามลำดับ ซึ่งเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับภาวะออฟฟิศ ซินโดรม นอกจากนี้ ยังพบว่า กลุ่มคนทำงานอายุระหว่าง 16-24 ปี มีความเสี่ยงของการเกิดภาวะดังกล่าวสูงถึงร้อยละ 55 เนื่องจากต้องทำงานหนัก ประกอบอิริยาบถในการทำงานไม่เหมาะสม ทั้งนั่งหลังค่อม การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ สูงกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบท นอกจากนี้ ปัญหาความเครียดก็ส่งผลต่อการเกิดภาวะนี้ด้วย โดยพบสูงถึงร้อยละ 80 สำหรับประเทศไทยเคยสำรวจในคนทำงานที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งจำนวน 400 คนพบว่าร้อยละ 60 มีภาวะดังกล่าว
ไม่เพียงแต่อิริยาบถของคนทำงานที่ไม่เหมาะสม สภาพโต๊ะทำงานยังเป็นปัจจัยสำคัญด้วย ทั้งโต๊ะทำงานที่ไม่เป็นระเบียบไม่สะดวกต่อการหยิบสิ่งของ เก้าอี้ไม่เหมาะสม ไม่มีพนักพิงที่รองรับหลังอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการกดแป้นคียบอร์ดที่ไม่มีตัวรองรับข้อมือ จะทำให้มีการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น รวมทั้งเกิดภาวะพังผืดหนา ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้ว และข้อมือ
สำหรับผู้ ที่อายุ 25-39 ปี ก็หนีไม่พ้นโรคนี้เช่นกัน ด้วยสภาพการทำงานที่ต้องรีบเร่ง ล้วนมีส่วนทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป ทั้งการใช้คอมพิวเตอร์วันละหลาย ๆ ชั่วโมง การอดอาหาร อดหลับอดนอนเพื่อให้งานเสร็จ ทำให้ร่างการต้องแบกรับความตรึงเครียดปราศจากการผ่อนคลาย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 10 โรคยอดนิยมสำหรับคนทำงานออฟฟิศ ดังนี้
นิ่วในถุง น้ำดี

การกินอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำอาจก่อให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งมักพบในหญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป คนอ้วนมักเป็นโรคนี้มากกกว่าคนผอม โดยยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้เกิดโรคนี้ เช่น กรรมพันธุ์ การอักเสบและการคลั่งของน้ำดีในถุงน้ำดี การทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ๆ โดยเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดีแล้ว ถ้าไม่รีบรักษาอาจจะก่อให้เกิดอาการเรื้อรังตามมาได้

กระเพาะ ปัสสาวะอักเสบ

สาว ๆ ที่นั่งทำงานนาน ๆ จนบางครั้งลืมเข้าห้องน้ำ หรือบางที่ก็ต้องเดินทางไกล ทำให้ต้องอั้นปัสสาวะเป็นประจำ เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งมักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปทางท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดการอักเสบ โดยโรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

โรคเครียด นอนไม่หลับoffice syndrome

โรคเครียด ถือเป็นโรคฮิตสำหรับคนวัยทำงานเลยทีเดียว ไม่ว่าคนที่เริ่มทำงานใหม่ ๆ หรือทำงานมาเป็นสิบ ๆ ปี ซึ่งบางคนอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ ว่ากำลังเผชิญอยู่กับภาวะเครียดรุมเร้า วิธีการหลีกเลี่ยงที่ง่ายที่สุดก็คือ พยายามไม่เครียด รู้จักผ่อนคลายเสียบ้าง แค่คุณลองทิ้งงานไปเดินเล่นสัก 10 นาที ก็ถือว่าได้ผ่อนคลายแล้วบ้าง

ความดัน โลหิตสูง

ภัยเงียบที่ไม่มีอาการมักพบเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเกิดจากปัจจัยบางอย่าง ได้แก่ การมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้แบบไม่ทราบสาเหตุ จะมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าคนอื่น ๆ ถึง 3 เท่า นอกจากนี้ยังเกิดจากโรคอ้วน ความเครียด การรับประทานอาหารรสเค็ม การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะในสำนักงาน จะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ทำงานใช้กำลัง ความดันโลหิตสูงไม่ใช่แค่เรื่องความดัน แต่อาจนำมาซึ่งเส้นเลือดแตก อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวาย พิการ และหัวใจวายอีกด้วย

โรคอ้วน

ล่าสุดพบว่าโรคอ้วนเป็นกันมากขึ้นในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะพวกที่ชอบทำงานไปด้วยรับประทานไปด้วย ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ซึ่งผู้หญิงสามารถอ้วนได้ง่ายกว่าผู้ชาย โดยโรคอ้วนยังเป็นบ่อเกิดของโรคสำคัญ ๆ มากมาย เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในหลอดเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ผู้ที่เป็นโรคอ้วน ควรดูแลใส่ใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ควรปรึกษาโภชนากร และควรหาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
กรดไหลย้อน

คนที่รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา รีบมากจนเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด เครียดจัดจนอาหารไม่ย่อย และคนที่สูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้าจัด มักเสี่ยงกับการเป็นโรคกรดไหลย้อน นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มาเป็น 10 ปี อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารส่วนปลายได้อีกด้วย

ปวดหลัง เรื้อรังoffice syndrome

การใช้ชีวิตอยู่ หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 8 ชั่วโมง และใส่รองเท้าส้นสูงบ่อย ๆ อาจเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง แขน ขา และสะโพก อันเกิดเนื่องมาจากโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและรักษาได้อย่างถูกต้อง

ไมเกรน ปวดศีรษะเรื้อรัง

คุณเคยรู้สึกไหมว่าเวลานั่งทำงานเครียด ๆ จะรู้สึกปวดหัวบริเวณขมับด้านหน้าศีรษะ หรือหลังต้นคอ นั่นคือสัญญาณเตือนให้คุณรู้ถึงสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไมเกรน การพักผ่อนไม่เพียงพอ แสงแดด ความร้อน และขาดฮอร์โมนบางชนิดก็เป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน

มือชา เอ็น อักเสบ นิ้วล็อก

การอักเสบของ ปลอกหุ้มเอ็นข้อมือ เส้นเอ็นนิ้วมือ พบกันมากขึ้นเพราะเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจากการใช้คอมพิวเตอร์ การจับเมาส์ในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาท และเส้นเอ็นจนอักเสบ จนเกิดพังผืดยึดจับบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการปวดของปลายประสาทนิ้วล็อค หรือข้อมือล็อก และในปัจจุบันนี้หนุ่มสาวรุ่นใหม่มักมีอาการเจ็บปวดนิ้วหัวแม่มือ เนื่องมาจากการใช้เครื่อง BlackBerry หรือเครื่องเล่นอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีปุ่มขนาดเล็กซึ่งต้องเกร็งนิ้วเวลากด ทำให้เกิดอาการเส้นเอ็นอักเสบ ปวดตามข้อนิ้วได้ หรือที่เรียกกันว่า BlackBerry Thumb

ต้อหิน ตาพร่ามัว

1 ใน 10 ของคนอายุ 40 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงสูงในการเป็นโรคต้อหิน หรือกำลังเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว และที่อันตรายที่สุดคือ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตาอาจบอดได้ สาเหตุเกิดจากการใช้สายตานาน ๆ การอักเสบ หรือติดเชื้อของกระจกตาของการใส่คอนแทคเลนส์ การที่มีความดันในลูกตาสั้นหรือยาวมาก ๆ ผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์ และกรรมพันธุ์ ดังนั้นควรตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อหินและภัยร้ายต่าง ๆ ในดวงตาก็จะไม่ถามหาอีกด้วย

ชีวิตสังคมเมืองที่เปลี่ยนไป ทำให้เรามีชีวิตที่แข่งขันกันสูงมากขึ้น วัน ๆ ต้องทำแต่งานกับงานจนมองข้ามสุขภาพร่างกายของตัวเองไปกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของคนเมือง มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็น โรคออฟฟิศซินโดรม หรือคอมพิวเตอร์ซินโดรม ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการทำงาน อันเป็นผลพวงให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ ตามมา

ลองให้เวลาตัวเองสักนิด หันกลับมาสำรวจความผิดปกติของร่างกาย จะได้รู้ว่าร่างกายของเราส่งสัญญาณเตือนภัย ให้หันมาใส่ใจดูแลตัวเองได้แล้ว ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ไข ด้วยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารทั้ง 5 หมู่ให้ตรงเวลา และตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณและพร้อมที่จะสู้งานหนักต่อไป office syndrome.

อาการปวดหลัง บริเวณเอว (flank pain)

อาการปวดหลัง บริเวณเอว (flank pain) โดยไม่ทราบสาเหตุเป็นอาการที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาการปวดหลังนั้นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ากระดูกสันหลังกำลังมีปัญหา หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจทำให้กลายเป็นอาหารปวดหลังเรื้อรัง หรืออาจร้ายแรงถึงขึ้นเป็นอัมพาตได้ อาการปวดหลังมักจะเกิดขึ้นในช่วงอายุ 30 และ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักจะมีปัญหาเรื่องของการปวดหลังบริเวณเอวเวลาลุก นั่ง หรือก้ม อาการปวดหลัง.

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87

อาการปวดหลัง สาเหตุของการปวดหลัง

1. อาการปวดหลังที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ยกของผิดท่า ลื่นล้ม อุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นต้น

2. อาการปวดหลังที่เกิดจากเนื้องอก ภาวะติดเชื้อ การเสื่อมสภาพของกระดูกข้อต่อและกล้ามเนื้อมีการอักเสบ เป็นต้นอาการปวดหลัง

3. ในผู้สูงอายุ สาเหตุของอาการปวดหลัง เกิดจากสูญเสียความแข็งแรงของกระดูกจากโรคกระดูกพรุน และมีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อลดลง หมอนรองกระดูกเริ่มมีของเหลวที่มีลักษณะเป็นเจลที่มีความหยืดหยุ่นตามอายุ ซึ่งเป็นการลดความสามารถในการรองรับกระดูกสันหลัง นอกจากนี้ผู้สูงอายุยังเสี่ยงกับภาวะกระดูกสันหลังตีบอีกด้วย

4. การออกกำลังกายมากเกินไป

5. การตั้งครรภ์ เป็นผลมาจาการเปลี่ยนแปลงของกระดูกเชิงกราน การมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้นจากการตั้งครรภ์

6. ปัญหาสุขภาพจิต สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ความตึงเครียดจะส่งผลต่อร่างกายหลายวิธีรวมทั้งก่อให้เกิดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ

สัญญาณอันตรายของอาการปวดหลังบริเวณเอว

– ระยะเวลาของอาการปวดหลังประมาณ 6 สัปดาห์

– ปวดหลังบริเวณเอวลามไปที่ขาอาการปวดหลัง

– มีอาการปวด และรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มที่เอว สะโพก

– ปวดร้าวลามไปที่ขา ปลีน่อง ขาชาหรืออ่อนแรง เดินระยะไกลได้น้อยลง

– มีอาการปัสสาวะขัด แสบ และมีสีขุ่น มีไข้ ร่วมกับอาการปวดหลังบริเวณเอว เป็นอาการปวดหลังที่อาจเกิดจากการมีนิ่วที่ไตหรือไตอักเสบ

– ปวดหลังบริเวณเอว และมีอาการปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้ อาการนี้ต้องรีบพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

การตรวจรักษา

จะทำการตรวจร่างกายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้จะทำให้สามารถเห็นรายละเอียดได้อย่างชัดเจน อาการปวดหลัง.

วิธีลดน่อง นึกถึงอวัยวะส่วนที่มันมักจะมีปัญหาเรื่องที่ว่าดองไขมันส่วนเกินของร่างกาย

วิธีลดน่อง นึกถึงอวัยวะส่วนที่มันมักจะมีปัญหาเรื่องที่ว่าดองไขมันส่วนเกินของร่างกาย ไว้ได้ค่อนข้างเยอะกว่าทุกส่วนแล้วเรานึกถึงส่วนไหนบ้าง อย่างแรกเลย ถ้าในกรณีที่เป็นผู้หญิง ตอบได้ไม่ยากเลยนั่นก็คือ อวัยวะส่วนของต้นแขน สะโพก ก้น หน้าท้องและส่วนสุดท้ายก็คือต้นขา แต่ส่วนที่หลายๆคนยังคาดไม่ถึงก็คือส่วนของน่องนั่นเอง เหตุผลที่เราต้องให้ความใส่ใจต่อการดูแลรักษาและทำการลดน่องกันหน่อยนั่นก็เพราะว่า หากเราลองจำลองสถานการณ์ตอนที่คุณผู้หญิงทั้งหลายไปหาซื้อพวกกางเกงกันสิ วิธีลดน่อง.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87

วิธีลดน่องและลดต้นขา

พวกกางเกงที่มันรัดรูป หรือเข้ารูปของขาผู้หญิงอย่างเช่นกางเกงแลกกิ้งหรือกางเกงประเภทกางเกงเดฟนี่แหละที่มันมักจะมีปัญหาในเรื่องที่ว่าผู้หญิงบางคนที่โปรดปรานอาหารประเภทที่มันอุดมไปด้วยไขมัน มันก็คงจะทำให้คุณผู้หญิงใส่กางเกงได้ยากเพราะติดน่อง แต่ถ้าเราหัดรู้จักดูแลสภาพร่างกายของตัวเองให้ดีหน่อย เราจะสามารถที่จะหาซื้อกางเกงแลกกิ้งหรือกางเกงเดฟที่เราใส่ได้ทั้งหลายลวดลายและหลายไซส์เลยทีเดียววิธีลดน่อง

การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับการลดขนาดของน่องที่อุดมไปด้วยไขมันอย่างแรก เราขอแนะนำให้เราใช้วิธีวิ่งออกกำลังกันก่อนในขั้นต้น มันจะช่วยเหลือตัวของเราในเรื่องของการสลายไขมันส่วนต่างๆได้ แล้วมันยังสามารถเปลี่ยนแปลงไขมันส่วนเกินที่มันไปกองรวมกันอยู่ที่น่องของเรา จะสามารถทำให้มันสลายกลายสภาพเป็นพลังงานที่มันจะหล่อเลี้ยงให้กล้ามเนื้อของขาของเราทั้งสองข้างดูแข็งแรงมากขึ้นและดูมีรูปทรงที่ดูสวยงามและกระชับมากขึ้นได้อีกด้วย

วิธีลดน่องและลดต้นขาวิธีลดน่อง

ต่อมาก็คือการออกกำลังกายด้วยการอาศัยเครื่องออกกำลังประเภท เวตเทรนนิ่งในโรงยิง เราสามารถที่จะใช้พวกเครื่องเล่นประเภทที่เสริมสร้างพละกำลังของส่วนขาได้ ด้วยการใช้เครื่องเล่นประเภทที่เราจะใช้ขาหนีบส่วนที่เราใช้ยกด้วยท่านอนคว่ำ หากเราใช้เครื่องประเภทนี้จะทำให้ขาของเราแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย และเป็นวิธีการลดขนาดของน่องและทำให้เราสร้างกล้ามเนื้อส่วนของน่องได้ดีมากๆเลยทีเดียว

หากทุกคนใช้วิธีในการออกกลังด้วยวิธีนี้ จะทำให้เราสามารถลดขนาดของน่องได้ดีมากกว่าใช้วิธีอื่นๆอย่างมากเลยทีเดียว หากใครที่สนใจจะใช้วิธีก็ลองนำไปปฏิบัติกันได้ หรือถ้าหากว่าใครที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายนอกบ้าน เราจะวิ่งอยู่กับที่ในบ้านก็ได้อีกเช่นกัน โดยจับเวลาประมาณซัก 30 นาที – 1 ชั่วโมงต่อวันหลังจากเราเสร็จจากงานก็เหมาะสม วิธีลดน่อง.