วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว ในที่นี้จะขอกล่าวถึงวิตามินสำคัญที่ป้องกันความชราภาพ

วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว ในที่นี้จะขอกล่าวถึงวิตามินสำคัญที่ป้องกันความชราภาพ เพื่อให้คุณได้เป็นสาวสองพันปีโดยวิธีธรรมชาติ วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว.

health.haijai.com/food/

วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว วิตามิน ซี พบได้ในผลไม้รสเปรี้ยวและผักใบเขียว สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ช่วยการหายของแผลต่างๆ ช่วยลด
รอยดำบริเวณผิว วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว
วิตามิน อี พบได้ในผัก น้ำมันพืช เมล็ดพืช ข้าวโพด ถั่ว แป้งสาลี เนยเทียม หากอยู่ในรูปของการรับประทาน สามารถเร่งการหาย
ของแผล ลดการเกิดมะเร็งผิวหนัง และลดอาการแพ้แดด
วิตามิน เอ (Retinoids) พบได้ในพืชที่มีสีเขียวและเหลือง ไข่แดง เนย ตับ และน้ำมันปลา ช่วยลดริ้วรอยตื้นๆ ได้ ทำให้สีของ
กระแดดแบบตื้นจางลงได้บ้าง
เบต้า-คาโรทีน (Beta-Carotene) พบในผักใบเขียว แครอท แคนตาลูป เนื้อ เนย ช่วยลดอาการแพ้แดด และลดการทำลายของ
เซลล์จากอนุมูลอิสระวิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว
โคเอนไซม์ คิว 10 พบได้ในอวัยวะที่มีเมตาบอลิซึมสูงๆ เช่น หัวใจ ไต ตับ ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาภายในเซลล์ เพิ่มพลังงานให้กับเซลล์ ในรูปแบบของการนำมาทาผิวหนัง พบว่า สามารถลดรอยตื้นๆได้บ้าง
ถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านคงสับสนว่า แล้วเราควรจะรับประทานอาหารอะไรดี จึงจะได้คุณค่าของสารอาหารตามต้องการ ขอแนะนำว่า
ควรเลือกทางสายกลางจะดีที่สุด นั่นคือ รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ แต่เน้นผักและผลไม้สด นอกจากนั้นควรออกกำลังกาย รวมทั้ง
ใช้ครีมกันแดด และพักผ่อนให้เพียงพอด้วยค่ะ

แต่ถ้าทำทุกวิถีทางแล้วยังรู้สึกว่า ผิวพรรณเสื่อมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น อย่างนี้คงต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาแล้วล่ะค่ะ อย่าไปเที่ยวซื้อหายามาทาหรือรับประทานเอง เพราะอาจจะเกิดผลเสียต่อผิวพรรณได้ วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว.

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซี

วิธีกินวิตามินซี วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซี กินตอนไหน ถึงจะเป็นผลดีมากที่สุด การได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายนั้นควรเป็นเวลาหลังอาหารเช้า เนื่องจากช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ในช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมง และควรรับประทานวิตามินซีหลังอาหาร เพราะวิตามินซีที่ร่างกายดึงไปใช้ได้นั้นจะต้องมีตัวนำพา เช่น อาหาร ผักใบเขียว ผลไม้ต่างๆที่ให้วิตามินซีสูง หากได้รับวิตามินซีขณะที่ท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีตัวนำพาหรือตัวให้ดูดซึม สุดท้ายน้ำที่เราดื่มเข้าไปก็จะไปละลายวิตามินซี และโดนขับออกเป็นปัสสาวะ วิธีกินวิตามินซี.

วิธีกินวิตามินซี
วิธีกินวิตามินซี อีกเหตุผลสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง วิธีกินวิตามินซี เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรารับมันเข้าสู่ร่างกายตอนท้องว่าง และไม่ควรรับประทานวิตามินซีก่อนนอน เพราะจากค้นคว้าวิจัยพบว่า วิตามินซีอาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับต่อวัน
นอกจากจะทราบกันไปแล้วว่าวิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันต่อไปก็คือปริมาณวิตามินซีที่ควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้วิตามินซี โดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามิน ซี ในปริมาณที่เหมาะสม คืออย่างน้อย 60 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ ดังนั้น จึงควรบริโภคอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
นอกจากนี้ วิตามินซียังมีบทบาทในเป็นตัวช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ โดยที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว้างขวาง ในบางรายอาจจะจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่สูงขึ้น อย่างผู้ที่มีอาการเป็นหวัด โรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัมวิธีกินวิตามินซี
ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ และต้องอยู่กับความเครียด เช่น การทำงานหนัก ต้องใช้ความคิดมากๆ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม ขณะเดียวกันคนที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรได้รับวิตามันซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป

โดยสรุปแล้ววิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด คำตอบคือหลังอาหารเช้า เพราะมีอาหารที่รับประทานเข้าไปเป็นตัวนำพาให้ร่างกายนำวิตามินซีไปใช้ และเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายดูดซึมได้ดี ทั้งนี้ ในเรื่องของการรับประทานวิตามินซีเป็นอาหารเสริมก็เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและเป็นวิตามินที่ละลายน้ำ ถูกขับออกได้ทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป วิธีกินวิตามินซี.

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซีช่วยคุณได้

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซีช่วยคุณได้ วิตามินซีเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องความสวยความงามของผิวพรรณอย่างได้ผล ทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อวิตามินซีมาทานกันได้โดยง่าย และที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย มีประโยชน์มากมายในเรื่องของความสวยความงามสำหรับสาวๆ วิตามินซีนอกจากรับประทานจากอาหารเสริมแล้ว เรายังสามารถรับประทานวิตามินซีได้จากธรรมชาติอีกด้วย วิตามินซีพบมากใน ฝรั่งไร้เมล็ด ส้ม มะละกอ สตรอเบอรี่ มะขามเทศ พุทรา แอปเปิ้ล และมะเขือ เป็นต้น มาดูกันดีกว่าว่าวิตามินซีมีดีอะไรสำหรับผิวพรรณของเรากันบ้างค่ะ วิตามินซี ผิวขาว.

วิตามินซี ผิวขาว

วิตามินซี ผิวขาว วิตามินซีช่วยในการลบเลือนจุดด่างดำ เพราะเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มแอนตี้ออกซิแดนท์ มีคุณสมบัติในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำ ช่วยทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอวิตามินซี ผิวขาว สามารถละลายในน้ำได้ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดจึงมักมีวิตามินซีเป็นส่วนผสม เพื่อช่วยในการปรับสภาพผิวหน้าให้กระจ่างใส ลบเลือนจุดด่างดำ เราสามารถใช้วิตามินซี เพื่อช่วยในการทำให้ผิวใสไร้ริ้วรอย ทั้งในรูปแบบการทานและการทา แต่ถ้าอยากให้ได้ผลดีควรใช้ทั้งวิธีทานและวิธีทาควบคู่กันไป เพราะการทานวิตามินซีจะเป็นการช่วยส่งเสริมวิตามินอี ที่เป็นวิตามินอีกตัวที่สามารถช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้วิตามินอีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการช่วยลบเลือนจุดด่างดำได้ดียิ่งขึ้นวิตามินซี ผิวขาว
วิตามินซีช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ วิตามินซีมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายดูดซึมกลูต้าไธโอนทั้งจากตามธรรมชาติและแบบทานเสริมเข้าไปได้ดียิ่งขึ้น และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำไมผลิตภัณฑ์เสริมกลูต้าต่างๆ จึงมักแนะนำให้ทานวิตามินซีควบคู่กันไปด้วย สำหรับในคนที่ขาดวิตามินซีมักมีใบหน้าที่หมองคล้ำไม่สดใส การที่เราทานวิตามินซีเพิ่มขึ้นตามที่ร่างกายต้องการ จึงช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้ แต่จะให้ได้ผลดีและมีผิวขาวได้ตามต้องการควรทานไปสักระยะหนึ่ง ผิวของคุณก็จะค่อยๆ ขาวขึ้นได้
วิตามินซีช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง เพราะวิตามินซีมีความสามารถในการช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ คลอลาเจนมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึงไร้ริ้วรอย ถ้าผิวขาดคอลลาเจนผิวพรรณจะเหี่ยวย่นเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นการทานวิตามินซีให้พอเพียงต่อความต้องการของร่างกายจะสามารถช่วยให้เราดูแลรักษาชั้นคอลลาเจนให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราทานคอลลาเจนควบคู่กับการทานวิตามินซี ร่างกายก็จะสามารถดูดซึมคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยทำให้ผิวพรรณกระชับแต่งตึงมากขึ้นอีกด้วย วิตามินซี ผิวขาว.

วิตามินซี ช่วยอะไร วิตามินซีเป็นวิตามินที่มีความสำคัญ

วิตามินซี ช่วยอะไร วิตามินซีเป็นวิตามินที่มีความสำคัญ ต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีขึ้นเองได้และร่างกายยังไม่สามารถเก็บสะสมวิตามินซีได้เนื่องจากวิตามินซีนั้นเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น วิตามินซี ช่วยอะไร.
วิตามินซี ช่วยอะไร
วิตามินซี ช่วยอะไร วิตามินซีเม็ด
ประโยชน์ของวิตามินซี
– มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อของผิวหนัง เส้นเอ็น เส้นเลือด ซึ่งวิตามินซีนั้นจะช่วยให้อวัยวะเหล่านี้ไม่เปราะ ยืดหยุ่น และแข็งแรง
– ช่วยรักษาแผลเป็น และแผลต่างๆให้หายเร็วขึ้น เช่น แผลสด แผลไฟไม้
– สามารถช่วยชลอความเสื่อมของร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นตัวสร้างคอลลาเจน
– มีสารต่อต้านโรคภูมิแพ้ สามารถบรรเทาอาการหอบหืดให้ดีขึ้นได้ บรรเทาอาการแพ้วิตามินซี ช่วยอะไร
– หากทานวิตามินซีร่วมกับ กรดแพนโทเธนิค (Pantothenic Acid) จะช่วยป้องกันอาการปวดไมเกรนได้
– ช่วยป้องกันและรักษา เลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด หรือแม้กระทั่งสามารถป้องกันหวัดได้
– ลดการอักเสบจากการติดเชื้อ
– หากรับประทานวิตามินซีร่วมกับวิตามินอี จะช่วยลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังเส้นเลือดได้วิตามินซี ช่วยอะไร
– ป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ
โทษของวิตามินซี
– ถึงแม้วิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถเก็บกักไว้ใช้งานได้และหากได้รับวิตามินซีมากเกินไปก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะก็ตาม แต่หากรับประทานวิตามินซีจำนวนมากติดต่อกันหลายวัน ก็อาจจะทำให้มีอาการท้องเสีย กระเพาะอาหารระคายเคืองได้
– หากร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณมากจนเกินไป อาจนำไปสู่โรคเกาต์ได้ เนื่องจากวิตามินซีทำหน้าที่เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการดูดซึมธาตุเหล็กตามข้อกระดูก
– มีอัตราความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในไตมากขึ้น วิตามินซี ช่วยอะไร.

 

ขาลาย อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆ

ขาลาย อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆ เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทิ้งริ้วรอยเป็นจุดด่างดำเต็มขาแล้ว ยังส่งผลให้ความมั่นใจถดถอย แถมยังไม่สามารถแต่งตัวตามแฟชั่นโชว์เรียวขาสวยงามได้อีกด้วย โดยสาเหตุของปัญหาขาลายนั้นมีด้วยกันหลากหลายสาเหตุ วันนี้เราจะมานำเสนอทั้งสาเหตุ พร้อมทั้งวิธีแก้ขาลายและวิธีรักษาขาลายอย่างได้ผลมาให้เพื่อนๆได้ทราบกัน ขาลาย.

ขาลาย

ขาลาย สาเหตุของปัญหาขาลาย
– การทำงานของต่อมน้ำเหลืองผิดปกติ ส่งผลให้แผลเป็น หรือริ้วรอย หายช้ากว่าปกติ
– รอยแผลเป็น
– การระคายเคืองต่างๆ ได้แก่ ผดผื่นคันที่เมื่อเกาแล้วจะทำให้เกิดแผลเป็น และทิ้งริ้วรอยจุดด่างดำเอาไว้
– ขนคุด เมื่อทำการถอนขนคุด สิ่งที่จะตามมาก็คือ จุดด่างดำนั่นเอง
– ไวรัสผิวหนัง เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่ส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ
– น้ำหนักตัว ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสภาพผิวปรับตัวไม่ทัน จึงทำให้เกิดเป็นริ้วรอยแตกลายได้
วิธีแก้ขาลาย
ดังนั้นวิธีการรักษาปัญหาขาลายนั้น จึงต้องใช้เวลา เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป แต่ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้ เพราะถึงแม้ต้องใช้เวลาในการรักษา แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะนอกจากจะได้ขาสวยเนียนใสกลับมาแล้ว ยังได้ผิวสุขภาพดีเป็นของแถมอีกด้วย เรามาดูกันเลยดีกว่าวิธีการรักษาปัญหาขาลายนั้น มีอะไรกันบ้าง…?
วิธีแก้ขาลายและวิธีรักษาขาลาย
1. น้ำมะนาวผสมดินสอพอง
มะนาวเป็นผลไม้ที่มีกรด AHA ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดเลือนจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี เพียงนำน้ำมะนาวผสมกับดินสอพอง จากนั้นนำไปพอกไว้บริเวณขาเป็นเวลา 15 – 20 นาที หลังจากนั้นขัดออกด้วยใยบวบ
2. ขมิ้นผงขาลาย
เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ขึ้นชื่อเรื่องประโยชน์ในการบำรุงผิวให้เนียนใส โดยนำขมิ้นผงผสมกับน้ำเล็กน้อย จากนั้นทาทิ้งไว้บริเวณขา เป็นเวลา 15 – 20 นาที หลังจากนั้นขัดออกด้วยใยบวบ
3. น้ำมะขามเปียก
มะขามเปียกเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการลบเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้ผิวเนียนใสอีกด้วย เพียงนำน้ำมะขามเปียกมาทาทิ้งไว้บริเวณขา เป็นเวลา 15 – 20 นาที หลังจากนั้นขัดออกด้วยใยบวบ
4. ว่านหางจระเข้
เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณเลื่องลือในเรื่องการบำรุงผิว และรักษาริ้วรอย แผลเป็นต่างๆ เป็นอย่างมาก เพียงนำวุ้นจากว่านหางจระเข้มาทาให้ทั่วบริเวณริ้วรอยจุดด่างดำ หรือแผลเป็น
5. หินขัดตัว
เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป และเผยผิวใหม่ที่เนียนใสไร้ริ้วรอย เพียงแค่ใช้หินขัดทั่วบริเวณที่มีริ้วรอย จุดด่างดำ หรือแผลเป็นอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งทุกวิธีที่กล่าวมานี้ เป็นวิธีแก้ขาลายและวิธีรักษาขาลายที่รับรองได้ว่าเห็นผลแน่นอน 100 % แต่สาวๆ ต้องขยันหมั่นทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง เพื่อทวงคืนขาเนียนใสไร้ริ้วรอยให้กลับ ขาลาย.

แขนลาย เตรีมดินสอพอง และ นำ้มะนาว

แขนลาย เตรีมดินสอพอง และ นำ้มะนาว นำผสมให้เข้ากันพอหมาดๆ แล้วนำมาทาบริเวณขาที่มีรอยจุดด่างดำ หรือตามรอยต่างๆ หมั่นทาทุกคนก่อนนอนไม่นาน รอยด่างดำนั้นๆ จะค่อยๆ หายไปค่ะด้วยวิธีเพียงเท่านี้ ทั้งประหยัดและแสนง่าย คุณผู้หญิงก็หมดกังวลกับปัญหาขาลายได้แล้วใช่ไหมค่ะ ข้อควรจำคือต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจะให้หายทันใจภายในวันสองวันเป็นไปไม่ได้ค่ะ ยังไงหมั่นทำตามวิธีที่แนะนำดูนะคะ รับรองได้ผลแต่ต้องใช้เวลานิดนึงค่ะ แขนลาย.

แขนลาย
แขนลาย วิธีแก้ขาลายจากยุงกัด แบบง่ายๆ และเป็น วิธีแก้ขาลายจากยุงกัด แบบธรรมชาติอีกต่างหากด้วยค่ะ หรือคุณสาวๆ บางคนที่มักแพ้ยุงจนขาลาย วิธีแก้ขาลายจากยุงกัด นี้ก็สามารถช่วยคุณได้เช่นกันค่ะ วิธีแก้ขาลายจากยุงกัด “แบบธรรมชาติ” ไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเองค่ะนอกจากผิวใส น่าสวย หุ่นแป๊ะ แล้วไม่ใช่แค่ช่วงบนเท่านั้นที่สาวๆ ต้องใส่ใจ แขนลาย
เชื่อไหมค่ะว่าขาก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สาวๆ จะให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะอะไรหน่ะหรอค่ะ ก็ ปัญหาขาลาย ที่เป็นปัญหาทำให้การแต่งตัวของผู้หญิงดูเบาลงไงหล่ะค่ะ แล้วยิ่งช่วงนี้เทรนด์แฟชั่นในแบบสั้นๆ ก็กำลังระบาดไปทั่วบ้านทั่วเมืองถ้าเจอกับ ปัญหาขาลาย นี้เข้าไปแขนลาย
ปัญหาขาลาย” แก้ได้ด้วยสมุนไพรใกล้ตัวอย่างไรก็ตามแม้แผลเป็นหรือจุดด่างดำที่เกิดขึ้นบนเรียวขาของคุณสาวๆ นั้น จะสามารถลบเลือนจางหายไปได้เองตามธรรมชาติซึ่งอาจจะใช้เวลานานสักหน่อย แต่ก็มีสาวๆ หลายคนไม่สามารถทนเห็น หรือยอมให้ขาของตัวเองกลายเป็น “ลายจุด” แบบนี้ไปได้นานๆ (จริงมั้ย) วันนี้เราขอแนะนำเคล็ดลับรักษาอาการขาลาย ด้วยวิธีแบบธรรมชาติ แถมยังทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาออกไปกว้านหาซื้อครีมราคาแพงๆ ให้วุ่นวาย เพียงแค่เพื่อนๆ นำน้ำมะนาวมาผสมกับดินสอพอง คนให้มันเข้ากันพอหมาดๆ แล้วนำมาทาพอกขาบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ หรือรอยยุงกัด ทาทุกคืนก่อนนอน ไม่นานรอยด่างดำนั้นจะค่อยๆ จางหายไปเองค่ะแขนลาย
โอ้วว้าว… ง่ายมากๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อนๆ ต้องจำไว้อย่างนึงว่าอาการขาลายเนี่ยมันเกิดขึ้นง่าย แต่จะให้มันหายไปแบบทันใจนั้นยากฉะนั้นอย่าไปรีบร้อน เพราะอาจต้องใช้เวลากับมันสักหน่อยค่อยๆ รักษาไปเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเองค่ะ แขนลาย.

ลดความอ้วน เราเชื่อว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากมีหุ่นผอมเพรียว

ลดความอ้วน เราเชื่อว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากมีหุ่นผอมเพรียว เพราะฉะนั้นหลายคนจึงตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งอดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งวิธีการเหล่านี้ล้วนสร้างความลำบากให้สาวๆ ไม่น้อย ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน แต่ความจริงๆ ยังมีอีกหลายวิธีที่ลดน้ำหนักได้ง่ายๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว หากคุณเข้มงวดกับตัวเอง และเอาจริงเอาจัง

ทั้งนี้ สามารถลดน้ำหนัก 4-5 กิโลกรัม ภายใน 3 วัน กล่าวว่า ได้เข้าไปดูในเว็บไซต์แห่งนึงได้เขียนสูตรไว้ ตนจึงนำเอามาทำตามบ้าง โดยสูตรนี้ได้ระบุว่า สูตรควบคุมน้ำหนักนี้ทำเพื่อให้รสชาติอาหารถูกปากคนไทยอย่างเราค่ะ โดยรับประทาน 3 วันต่อ เนื่องเช่นกัน จากนั้นจะหยุดมารับประทานตามปกติ แล้วค่อยมาเริ่ม 3 วันต่อเนื่องใหม่ อีกสักรอบสองรอบตามที่ต้องการก็ไม่มีปัญหา ซึ่งจะเป็นการปรับกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงด้วย

เริ่มต้น วันที่ 1 อาหารเช้า ด้วย ชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล หรือ น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้ 1 อย่าง ส่วน อาหารกลางวัน เริ่มที่ชา กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล หรือ น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน และ ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*

ส่วนอาหารเย็น น้ำส้ม ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน ลดความอ้วน

วันที่ 2 อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่นไข่ต้ม 1 ฟอง ผลไม้ ลดความอ้วน

ส่วน อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้

ส่วนอาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

สำหรับวันที่ 3 อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผลไม้ โยเกิร์ต ส่วน อาหารกลางวันน้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟองผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน “สูตรนี้มันลงจริง เป็นสูตรของคนอื่น ตอนแรกก็ไม่เชื่อนะว่าจะทำให้น้ำหนักลงจริง แต่ภายใน3วัน ก็ทำให้เราเห็นผล ช่วงแรกทรมานมากเพราะหิว แต่พอทำๆไป ก็ชิน ตอนแรกอ้วนมาก 75 กก. ลงเหลือ 71 กก. ลงไปแล้ว 4 กก. แค่ 3 วัน ตอนนี้กำลังจะลงไปอีก กะให้แตะเลข 6 ซึ่งไม่ต้องไปพึ่งยาลดความอ้วนเลย ลดความอ้วน.

ลดน้ำหนัก ออกกำลังกายลดความอ้วน

ลดน้ำหนัก ออกกำลังกายลดความอ้วน เวลาไหนลดน้ำหนักได้ดีที่สุด ออกกำลังกายเวลาไหนลดน้ำหนักได้ดีที่สุด สาวๆ ที่ต้องการลดความอ้วน หรือกระชับสัดส่วน การออกกำลังกายที่ถูกต้อง และการควบคุมอาหาร คือทางออกที่ดีและปลอดภัยที่สุด แต่หลายๆ คนก็ยังไม่ทราบว่า เราควรจะออกกำลังกายตอนไหนดี ออกกำลังกายตอนที่เราว่าง ตอนเย็นหลังเลิกงาน ก่อนอาบน้ำ หรือว่าก่อนนอนตอนกลางคืนดี สิ่งหนึ่งที่คุณสาวๆ หลายคนต้องเจอก็คือ มักจะตั้งเป้าไว้ว่าจะออกกำลังตอนนั้นตอนนี้ แล้วก็ไม่ได้ออกซักที วันนี้เราจะมาแนะนำทางออกให้ค่ะ ลดน้ำหนัก.

ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก การออกกำลังกายที่ได้ผลดีสำหรับการลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนคือ หลังคุณตื่นนอนตอนเช้าค่ะ!!! เพราะอะไรมาดูกัน

1. การออกกำลังกายตอนเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญของเราทำงานได้ดีกว่า
เมื่อเราตื่นนอนตอนเช้า ระบบการเผาผลาญของเรายังทำงานได้ช้า เนื่องจากว่าเมื่อเรานอนหลับ ระบบการเผาผลาญจะทำงานช้าลงมากๆ และมันไม่ได้เริ่มต้นทำงานทันทีที่เราตื่น แต่ต้องหลังจากนี้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วทำไมเราไม่กดปุ่มให้ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานตั้งแต่เช้าเลยละ คุณสามารถกระตุ้นให้ระบบการเผาผลาญทำงานหลังจากที่ตื่นได้ด้วยการออกกำลังกายตอนเช้าประมาณ 10 นาที เน้นการเกร็งของกล้ามเนื้อ เมื่อร่างกายมีการใช้พลังงาน มีการเกร็งค้างกล้ามเนื้อ ร่างกายจะกระตุ้นการเผาผลาญให้เริ่มทำงานทันที คุณจะรู้สึกได้ว่า ร่างกายคุณเริ่มอุ่นๆ ขึ้น นั้นก็คือสัญญาณว่าระบบการเผาผลาญของคุณเริ่มทำงานมากขึ้นแล้วค่ะลดน้ำหนัก

2. การออกกำลังกายในตอนเช้าหลังตื่นนอน เป็นการเอาชนะข้ออ้างเรื่องเวลา
เมื่อคุณออกกำลังกายในตอนเช้าแล้ว ในระหว่างวันจนถึงเย็น คุณอาจจะต้องทำงานยุ่งจนลืมว่าคุณอยากออกกำลังกาย เมื่อเลิกงานตอนเย็น ก็อาจจะต้องเดินทางไปกับเพื่อนๆ หรือเจ้านายอีก ดังนั้นโอกาสที่คุณจะหวังว่าเย็นนี้จะว่างแล้วไปออกกำลังกายแน่ๆ เป็นไปได้ยากมากค่ะ นอกจากว่าคุณจะว่างจริงๆ

3. การออกกำลังกายในตอนเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญทั้งวันดีขึ้น
ระบบเผาผลาญของร่างกายก็คล้ายๆ กับเตาไฟที่เผาไหม้ค่ะ มันต้องมีการอุ่นเครื่องก่อน การที่เราออกกำลังกายตั้งแต่เช้า เราก็เหมือนกดปุ่มให้ร่างกายเริ่มเผาผลาญตั้งแต่เช้า หากคุณลองออกกำลังกายตอนเช้าหลังตื่นนอนติดต่อกันสักระยะ ประมาณ 5-7 วันติดต่อกัน คุณจะสังเกตเห็นว่า หลังจากออกกำลังกายตอนเช้าแล้ว คุณจะสดชื่น และไม่ง่วงนอน เหมือนแต่ก่อน และตลอดวัน คุณจะรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นมากกว่าง่วงนอน (ยกเว้นว่าคุณนอนไม่พอนะค่ะ) และอารมณ์ต่างๆ ก็จะดีขึ้นด้วย

4. การออกกำลังกายในตอนเช้าทำให้คุณไปทำงานทัน!
เพราะว่าคุณควรจะต้องตื่นก่อนปกติประมาณ 10 นาทีเพื่อมาออกกำลังกายในตอนเช้า ดังนั้นคุณจึงตื่นเช้าไปโดยอัตโนมัติ เมื่อออกกำลังกายเสร็จ คุณจะสดชื่น คงจะนอนต่อไม่ไหวอีก (ยกเว้นว่าจะขี้เกียจ) ทำให้คุณมีเวลาทำภาระกิจในตอนเช้า และเดินทางไปทำงานได้ในตอนเช้า

5. การออกกำลังกายในตอนเช้าช่วยลดความเครียดตลอดวันได้
เวลาที่เราออกกำลังกาย ต่อมพิทูอิทารีจะหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำให้คุณรู้สึกดี ยิ่งเรามีสารเอนดอร์ฟินมากในกระแสเลือด เราจะรู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น และหากคุณรู้สึกดีตั้งแต่เช้า ตลอดทั้งวันนั้นโอกาสที่คุณจะสะสมความเครียดก็จะน้อยลงไปมาก คุณจะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้นลดน้ำหนัก

6. การออกกำลังกายในตอนเช้าทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่า
มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอินเดียนา เมืองบลูมิงตัน ระบุว่า หากเราออกกำลังกายตอนเช้า จะช่วยทำให้ความดันโลหิตลดลง เพราะความดันหัวใจขณะบีบตัว จะปรับลง 8 จุดใน 11 ชั่วโมง หลังจากออกกำลังกายในตอนเช้า และความดันหัวใจขณะคลายตัวจะลดลง 6 จุด นาน 4 ชั่วโมงหลังจากออกกำลังกายตอนเช้า ในขณะที่ถ้าไปออกกำลังกายตอนเย็นจะไม่ได้ผลลัพท์ดังกล่าวเลย นอกจากนั้นยังมีผลการวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์กีฬาแห่งชาติ (American College of Sports Medicine) ในอินเดียนาโพลิส ยืนยันว่า การที่เราออกกำลังกายตอนเช้า จะเป็นการกระตุ้นให้ต่อมต่างๆ ที่สร้างฮอร์โมนในร่างกายทำงานสูงที่สุด ระดับเทสโทสเทอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อก็จะสูงสุดในตอนเช้าเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงเห็นผลลัพท์ได้เร็วกว่า

การออกกำลังกายที่เหมาะสม สำหรับการลดน้ำหนัก
การออกกำลังกายที่เหมาะสม ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้ มากขึ้น เพราะร่างกายจะเผาผลาญไขมันทีสะสมให้เกิดเป็นพลังงาน ช่วยลด เนื้อเยื่อไขมัน และเพิ่มความแข็งแรงสำหรับกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะการออก กำลังกาย โดยการวิ่ง การเต้นเอโรบิค การกระโดดเชือก จะเป็นการออกกำลังกาย ที่ใช้ออกซิเจน ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดี สำหรับทุกคน แต่ก็ควรทำอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 20-30 นาที และ ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
การออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น และจะช่วยทำให้ โลหิตหมุนเวียนดีขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณรุ้สึกดีขึ้น การออกกำลังกาย จะช่วยควบคุมความ อยากอาหาร และทำให้ความหิวน้อยลง การออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยลด การชดเชยพลังงานที่เกิดขึ้น ในขณะที่น้ำหนักลดลง การออกกำลังกาย ทำให้ คลายเครียด ซึ่งพบเสมอว่า ในบางคนที่มีอารมณ์เครียด โกรธ จะหาทางออกด้วยการกินๆ้ลดน้ำหนัก
วิ่งอย่างเดียว ไม่ใช่คำตอบของการลดน้ำหนัก จะลดน้ำหนักได้ ต้องควบคุมอาหารด้วย การวิ่งเป็นการใช้พลังงานมากที่สุด อย่างหนึ่ง ในกระบวนการออกกำลัง ถ้าท่านเล่นกอล์ฟ ท่านต้องใช้เวลาเกือบ ๔ ชั่วโมง จึงจะใช้พลังงานเท่ากับการวิ่งเพียง ๑ ชั่วโมง เมื่อท่านวิ่งแล้ว ท่านจะไม่ค่อยหิว ประโยชน์ของการวิ่ง เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจมีขนาดใหญ่ขึ้นเส้นเลือดแตกแขนงไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้นไขมันในเลือดลดลงหัวใจใช้ออกซิเจนจากเลือดได้ดีขึ้น ความดันเลือดลดลง วิธีการวิ่ง ต้อง อบอุ่นร่างกาย ( warm up ) โดยการเดินเร็วๆ หรือวิ่งช้า หลังจากนั้นจึงทำการยืดกล้ามเนื้อ หลังจากนั้นจึงเริ่มออกวิ่ง

ช่วงอบอุ่นร่างกายใช้เวลา 5-10 นาที เป็นช่วงเตรียมร่างกายให้พร้อมที่จะทำงานหนัก ช่วงยืดเหยียดกล้ามเนื้อใช้เวลา 5-7 นาที เป็นช่วง การยืดเหยียดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ(กล้ามเนื้อหลัก) ของร่างกาย ช่วงแอโรบิกหรือช่วงงาน ใช้เวลา 20-40 นาที เพื่อที่จะพัฒนา ประสิทธิภาพ การทำงานของหัวใจและปอด ตลอดจนเป็นการเผาผลาญไขมันใต้ผิวหนัง ช่วงลดงาน ใช้เวลา 5-10 นาที เป็นช่วง ลดอัตราการเต้นของหัวใจ การสูบฉีดโลหิต รวมทั้งลดอาการเวียนศรีษะ และเพิ่มปริมาณการไหลกลับของเลือดดำ เป็นการปรับสภาพ การทำงานของร่างกาย ช่วงยืดเหยียดกล้ามเนื้อใช้เวลา 7-10 นาที เป็นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อผ่อนคลายส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อ ให้กลับคืน สู่สภาพเดิม
ท่าทางที่ถูกต้อง เริ่มด้วยการจับมือจับ ด้านที่ใกล้กับเชือกมากที่สุด อย่าจับแน่นเกินไป ผ่อนคลายไหล่ แนบข้อศอกกับลำตัว และให้ลำตัว ช่วงบน ตั้งตรงและนิ่งที่สุด มืออยู่ระดับสะโพก และแกว่งเชือกด้วยแขนช่วงล่าง และ ข้อมือ การกระโดด คุณควรกระโดด สูงเล็กน้อย แค่พอให้เชือก ลอดผ่านเท้าไปได้ ประมาณไม่เกินหนึ่งนิ้ว งอเข่าเล็กน้อยตลอดการกระโดด เพื่อลดแรงกระแทกที่หัวเข่า และข้อเท้า ให้น้อยที่สุด เตรียม ร่างกาย ควรอบอุ่นร่างกายก่อนกระโดดเชือกซัก 2-3 นาที ด้วยการย่ำอยู่กับที่ การเดิน หรือกายบริหาร เพื่อให้กล้ามเนื้อ และข้อต่อพร้อมรับการกระโดด ลดน้ำหนัก.

วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติเรื่องสิว

วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติเรื่องสิว สิว นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน ทั้งสิวเสี้ยน สิวผด สิวอักเสบ สิวหัวช้าง มี ทั้งสิวเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ ที่มักขึ้นมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะบริเวณของ ใบหน้า แล้วก็ลามมาคอ และหลัง จนอาจทำให้เกิดแผลเป็น แผลอักเสบได้ แต่ต่อไปนี้ คุณไม่ต้อง กังวลใจกับปัญหาเหล่านี้อีกแล้ว เพราะเรามีวิธีรักษาสิว และวิธีป้องกันการเกิดสิวมาฝากค่ะ เป็นมีวิธีดูแล รักษาผิวพรรณ วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ ทั้งก่อนและหลังเป็นสิวมาแนะนำกันค่ะ วิธีรักษาสิว.

วิธีรักษาสิว

วิธีรักษาสิว

สาเหตุการเกิดสิว

การเกิดสิวมีหลายสาเหตุนะคะ อายุ วัย ความไม่สมดุลของฮอร์โมน อาหารที่รับประทานอาจมีไขมันหรือน้ำตาลมากเกินไป ระบบขับถ่ายไม่ปกติ อดนอน กระเพาะและลำไส้ทำงานไม่ปกติ ผู้หญิงบางรายเกิดจากการใช้เครื่องสำอางไม่ถูกต้อง ล้างไม่สะอาด

วิธีป้องกันขจัดสิว

ล้างหน้าให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยสบู่อ่อนๆ อย่างน้อย 3 ครั้ง / วัน
รูขุมขนกว้างควรหลีกเลี่ยงการใช้แป้งรองพื้นปิดรูขุมขน เพราะจะอุดตันมาก
ไม่รับประทานของที่มีไขมัน ของหวานมาก เช่น ช็อกโกแลต ถั่วต่างๆ
ผู้ที่ท้องผูกให้รับประทานผัก, ผลไม้, วิตามิน, เกลือแร่ และดื่มน้ำมากๆ
เล่นกีฬาและพักผ่อนให้เพียงพอ
ปัจจัยเสริมที่ควรแก้ไขคือ หญิงที่มีรอบเดือนไม่ปกติ เพราะส่วนใหญ่เลือดและน้ำเหลืองจะไม่ดีไปด้วย
การรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

เมื่อป้องกันแล้วยังเอาไม่อยู่ เป็นสิวขึ้นมาจนได้… ขอแนะน่าวิธีธรรมชาติบำบัด เพราะประหยัด ง่าย ปลอดภัย โดยการใช้สมุนไพร (ไพล, ขมิ้น, ทานาคาฯ) ขัดเบาๆ อย่าง น้อย 1 ครั้ง/อาทิตย์
สิวเสี้ยนและรูขุมขนกว้าง ทำแบบง่ายๆ ประหยัด ให้ใช้ไข่ขาวทาบางๆ แล้วใช้กระดาษไข (สำหรับม้วนผมตามร้านเสริมสวยทั่วไปก็ได้) ปิดทับบริเวณที่ต้องการ ปล่อยให้แห้งแล้วดึงย้อนเส้นขนขึ้นนะคะ (ทำได้บ่อยๆ)
หลังจากนั้นพอกหน้าเพื่อกระชับรูขุมขน และเพื่อดูดสิ่งสกปรกที่ยังตกค้างอยู่ออกให้หมด 2 ครั้งต่ออาทิตย์ ด้วยสาหร่าย, ว่านนางคำ ฯลฯ
สิวอักเสบ สิวหัวหนอง ห้ามขัด ให้เพิ่มน้ำมะนาวเล็กน้อยเวลาพอก (แต้มหัวสิว)
วิธีการรักษาสิวแบบเร่งด่วนวิธีรักษาสิว

แต่เมื่อมีความจำเป็นที่คุณต้องการกำจัดสิวให้หายไปในเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวได้อย่างรวดเร็ว

ยาสีฟัน

” วิธีการรักษาสิว “ ด้วยยาสีฟัน คือ ยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน (triclosan) มีคุณสมบัติ เป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอน และเช็ดให้แห้ง จากนั้น ใช้ยาสีฟันสีขาวแต้มที่สิว ทิ้งไว้ 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด

และที่สำคัญตัวยาสีฟันควรใช้แบบครีม ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้

แพ็คน้ำแข็ง

โดยนำก้อนน้ำแข็ง ไปห่อในผ้าขนหนูนุ่ม แล้วนำไปวาง บนสิวของคุณ มันจะช่วยลด การอักเสบบวม และอาการคันได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยง การใช้น้ำแข็ง ในบริเวณอื่นๆของใบหน้า ที่ไม่ได้เป็นสิว เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง

น้ำมะนาว

ใช้น้ำมะนาว แต้มที่สิวก่อนเข้านอน ในน้ำมะนาวประกอบด้วย วิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มันมีประสิทธิภาพ ช่วยในการทำให้สิวของคุณแห้ง

นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายด้วย นะค่ะ

เบรคกิ้งโซดา

เบรคกิ้งโซดา ก็คือ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง ที่จะช่วยควบคุมระดับ pH ของผิว คุณสามารถใช้ผงฟู เพื่อผลัดผิวหน้าของคุณ โดยการนำผงฟูผสมกับน้ำ จากนั้นนำไปแต้มสิว บริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น

และตรวจสอบ ให้แน่ใจว่า คุณไม่ได้ทิ้งไว้นานเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณมีผิวที่บอบบาง แล้วนั้นผงฟูซึ่งมีคุณสมบัติ ช่วยลดการอักเสบ และยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วย

วิธีรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติใช้อบเชยผสมน้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง เป็นยาประจำบ้านที่ดี ในการรักษาสิว มันช่วยให้ผิวของคุณ สามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ น้ำผึ้งยังมีสารอาหาร ที่จำเป็นและช่วย ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุ ของสิว โดยเรานำน้ำผึ้ง แต้มที่สิวที่มีการติดเชื้อ และทิ้งไว้ 10 นาที

แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรืออีกวิธีคือ นำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากกลัวเปื้อนที่นอน สามารถใช้ผ้าบางๆรองไว้บนหมอน

มากส์หน้าด้วยไข่ขาว
เป็น วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ ที่เห็นผลดีมาก เริ่มจากการล้างหน้า และเช็ดหน้าของคุณให้สะอาด จากนั้นตอกไข่ และแยกไข่แดงออก เพื่อแยกเอาเฉพาะไข่ขาว จากนั้นทาไข่ขาวบาง ๆ บนใบหน้าที่สะอาด และปล่อยให้แห้งประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณจะเห็นถึงความแตกต่างว่า ผิวของคุณกระชับขึ้น

เคล็ดลับอื่น ๆ เกี่ยวกับ “วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ” ที่คุณไม่ควรมองข้าม

1. หยุดเอามือสัมผัสหน้า

หรือเท้าคางเวลาคิด เพราะมือของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้สิวเห่อได้

2. สวมเสื้อผ้าที่สะอาด

ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน สิ่งเหล่านี้หากไม่ทำความสะอาดก็จะหมักหมม เป็นสาเหตุแห่งเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรืย จึงอาจทำให้เกิดสิวได้

3. ล้างหน้าให้สะอาด ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง

ด้วยสบู่อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู จำไว้ว่า ไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้ ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื่น โดยไม่ได้ช่วยป้องกันสิวแต่อย่างใด

4. ออกกำลังกาย และกินอาหาร

เพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกาย จะช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดี มีออกซิเจน ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้เต็มที่ และจะช่วยให้คุณ มีผิวที่สวยงามขึ้นด้วย ควรให้เวลาที่เพียงพอ สำหรับการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์วิธีรักษาสิว

5. กินเพื่อสุขภาพ

การดูแลรักษาสุขภาพ จะช่วยให้คุณ มีผิวที่สวยงามขี้น ควรรับประทานผัก และผลไม้ จำพวกถั่ว และเมล็ดธัญพืช ในอาหารประจำวันของคุณ เพราะประกอบไปด้วย แร่ธาตุและวิตามินมากมาย ที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ของคุณให้สวยเปล่งปลั่ง

6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เพราะขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหนัง จะฟื้นฟูสภาพตัวเอง ที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง หน้าตาจะสดใสขึ้นอย่างแน่นอน

7. จัดการกับความเครียด

สาเหตุของการเป็นสิว ที่พบบ่อยคือ ความเครียด ดังนั้นควรหาวิธีผ่อนคลาย เพราะจะช่วยให้ การไหลเวียนของเลือด และน้ำเหลือง รวมทั้งการทำงาน ของเม็ดเลือดขาว ในร่างกายดีขึ้น

8. ทำดีท็อกซ์

การเป็นสิว ย่อมแสดงว่า ร่างกายในช่วงนั้น มีท็อกซิน หรือพิษสะสมในร่างกาย การทำดีท็อกซ์ จะช่วยขจัดสารพิษ ในร่างกายได้

9. ปรึกษาแพทย์

ในบางกรณี การเกิดสิวอาจจะรุนแรง หากใช้วิธีรักษาสิวด้วยตนเอง แล้วพบว่า อาการไม่ดีขึ้น หรือเป็นมากขึ้น ทางออกที่ดีที่สุด คือไปพบแพทย์ทันที การรักษาอื่น ๆ อาจมีความจำเป็น เพื่อรักษาสิวบนใบหน้าของคุณ

เห็นไหมล่ะค่ะว่า วิธีรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติและป้องกันการเกิดสิว ไม่ได้ยุ่งยากเลย เป็นเพียงการสร้างสุขลักษณะนิสัยที่ดีเบื้องต้นในการดูแลตัวเองในชีวิตประจำ วันแบบง่ายๆ เท่านั้นเอง ที่เราสามารถทำได้ทันที และเมื่อเราทำตามคำแนะนำนี้ อย่างต่อเนื่อง นอกจากจะทำให้ใบหน้า และผิวพรรณสวยเนียน ดูดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ร่างกายของเรา แข็งแรงขึ้นอีกด้วย ที่เป็นการดูแลตนเอง และแก้ปัญหาสิว ที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง วิธีรักษาสิว.

สิวที่คาง สาวๆ ที่กำลังประสบปัญหา “สิวที่คาง”

สิวที่คาง สาวๆ ที่กำลังประสบปัญหา “สิวที่คาง” กวนใจก่อนวันนั้นของเดือน คงกลุ้มอกกลุ้มใจไม่น้อยเลย เพราะสิวขึ้นจนเป็นรอยดำเต็มคางไปหมด แก้ไม่หายสักที สิวที่คาง.

สิวที่คาง

สิวที่คาง วันนี้มาดูสาเหตุของการเกิดสิวที่คางพร้อมทั้งวิธีจัดการเสียให้ราบคาบกันเลยค่ะ ทีนี้เมื่อถึงวันนั้นก่อนเดือนทุกครั้งก็ไม่ต้องกังวลกับปัญหาสิวที่คางกันแล้วล่ะ

รับมือ ‘สิวที่คาง’ เจ้าวายร้ายบุกช่วงก่อนประจำเดือน
รับมือ ‘สิวที่คาง’ เจ้าวายร้ายบุกช่วงก่อนประจำเดือน
สาเหตุการเกิดสิวที่คาง

สิวที่คาง มักจะเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น จากความแปรปรวนของฮอร์โมน โดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือนของแต่ละเดือน หรือ ใบหน้ามีความมันโดยเฉพาะบริเวณ T-zone ซึ่งจะมีต่อมไขมันมากเป็นพิเศษ หรือ อาจเป็นเพราะแพ้ยาสีฟันที่ใช้ เพราะก่อให้เกิดการระคายเคืองจนเป็นตุ่มที่มีลักษณะคล้ายสิวเกิดขึ้น บางครั้ง การท้องผูกบ่อยๆ หรือ ชอบนั่งเท้าคางบ่อยๆ ก็เป็นสาเหตุการเกิดสิวที่คางได้เช่นกันนะคะ

วิธีแก้ปัญหาสิวที่คาง

แม้ว่าจะมีสิวขึ้นที่คางหรือจุดใดก็ตาม เมื่อเกิดสิวแล้วเราก็ไม่ควรปล่อยไว้ให้มันหายเอง เพราะบางจุดก็ต้องการการรักษาที่รวดเร็วเช่นกัน หากปล่อยไว้นานมันอาจจะยิ่งอักเสบเรื้อรังและกว่าจะหายก็กินเวลายาวนานจนกลายเป็นแผลเป็นหนักได้ และยังมีรอยสิวช้ำๆ จนบดบังความสวยอีกด้วย ดังนั้น เรามารักษาสิวที่คางด้วยวิธีเหล่านี้กันดีกว่าค่ะ

1.ทายาลดการอักเสบของสิว

เพื่อลดการบวมแดงและการติดเชื้อแบคทีเรียลง ยาแต้มสิวอักเสบ เช่น Benzac AC , Tomei Clindai Gel , eryacne erythromycin ใช้แต้มที่หัวสิวที่อักเสบหรือกำลังจะอักเสบ ทาตั้งแต่เนิ่นๆ สิวจะได้ไม่ลุกลามมาก แต่การจะใช้ยาทาสิวก้ต้องระวังหน่อยนะ เพราะสารที่อยู่ในตัวยาอาจทำให้แพ้ได้นั่นเอง ทางที่ดีปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนจะดีกว่านะ
2.เปลี่ยนยาสีฟัน

อาจเปลี่ยนยี่ห้อหรือเปลี่ยนไปใช้ยาสีฟันสมุนไพรแทน เพราะไม่มีสารที่อาจก่อให้เกิดความแพ้จนเป็นสิวได้นั่นเอง

3.กินผักผลไม้สิวที่คาง

ผักผลไม้มีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย ทั้งช่วยสร้างระบบการขับถ่ายที่ดี ท้องไม่ผูก จึงทำให้ไม่มีของเสียตกค้างในร่างกาย ที่สำคัญส่งผลให้ไม่เป็นสิวและหน้าใสได้อีกด้วยนะคะ

4.ลดความเครียด

เพราะช่วงก่อนประจำเดือนฮอร์โมนของสาวๆ จะแปรปรวนเป็นพิเศษ และความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ฮอร์โมนปั่นป่วนไปหมด ดังนั้น ลดความเครียด คิดบวกเข้าไว้ เพื่อความสวยนะ ท่องไว้ !

5.กินยาแก้อักเสบ

กรณีสิวที่คางอักเสบมากเกินไปสามารถกินยาแก้อักเสบร่วมด้วยได้ แต่ต้องระมัดระวังเพราะยาแก้อักเสบต้องศึกษาวิธีการกินที่ถูกต้อง ดังนั้น ควรปรึกษาเภสัชกรหรือให้แพทย์เป็นคนสั่งจ่ายจะดีที่สุด
สาวๆ ลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเองแล้วทำตามวิธีเหล่านี้ดูนะคะ แค่นี้ “หน้าใสปิ๊ง” ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะ แถมยังช่วยลดอารมณ์แปรปรวนช่วงมีประจำเดือนอีกด้วยนะ

แน่นอนว่าเวลามีประจำเดือนแล้วสิวขึ้นสาวๆ จะต้องวีนแตกทั้งวันแน่ๆ ดังนั้นจัดการกับปัญหาสิวช่วงก่อนมีรอบเดือนให้อยู่หมัดกันก่อนดีกว่า สิวที่คาง.