กระดูกพรุน โรคกระดูกพรุนรุนแรงไหม?

กระดูกพรุน โรคกระดูกพรุนรุนแรงไหม? โรคกระดูกพรุนเป็นโรคเรื้อรังที่ถึงแม้ไม่ทำให้เสียชีวิต (ตาย) แต่เป็นเหตุให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมากจากผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเมื่อกระดูกสะโพกหัก (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ) กระดูกพรุน.

health.haijai.com/disease/
กระดูกพรุน รักษาโรคกระดูกพรุนได้อย่างไร?
แนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุนคือ เพิ่มการทำงานของเซลล์สร้างกระดูกและหยุดหรือลดการทำงานของเซลล์ทำลายกระดูกเช่น การกินวิตามินเกลือแร่เสริมอาหารต่างๆเช่น แคล เซียม วิตามินดี, การใช้ยาต้านการทำงานของเซลล์ทำลายกระดูกเช่น ยาในกลุ่ม Bisphospho nate, การให้ยาฮอร์โมนต่างๆเช่น Estradiol Levonorgestrel ทั้งเพื่อเพิ่มการทำงานของเซลล์สร้างกระดูกและลดการทำงานของเซลล์ทำลายกระดูก, และการออกกำลังกายตามควรกับสุขภาพ
อนึ่ง การใช้ยาต่างๆควรต้องเป็นการแนะนำจากแพทย์ เพราะในผู้ป่วยแต่ละคนจะมีการใช้ ชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลาในการใช้ยาที่แตกต่างกัน นอกจากนั้นยาต่างๆเหล่านี้ยังมีผล ข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้
ดูแลตนเองอย่างไร? กระดูกพรุน
การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคกระดูกพรุนคือ การกินวิตามินเกลือแร่เสริมอาหารและ/หรือยาต่างๆตามแพทย์แนะนำ การกินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ครบถ้วนทุกวันในปริมาณพอเหมาะที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน การออกกำลังกายสม่ำเสมอตามควรกับสุขภาพ และหลีก เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้โดยเฉพาะบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างไร?
การป้องกันโรคกระดูกพรุนคือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง (ดังกล่าวในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง) ที่หลีกเลี่ยงได้โดยเฉพาะบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอตามควรกับสุขภาพ กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนทุกวัน การพบแพทย์เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนเพื่อ การตรวจสุขภาพซึ่งอาจมีการตรวจมวลกระดูกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเป็นสตรีในวัยหมดประจำเดือน แต่ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ และการเสริมอาหารด้วยวิตามินเกลือแร่ตามแพทย์แนะนำ กระดูกพรุน.

รีวิวครีมกันแดด ครีมกันแดดคืออะไรและทำหน้าที่อะไร?

รีวิวครีมกันแดด ครีมกันแดดคืออะไรและทำหน้าที่อะไร? คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด รีวิวครีมกันแดด ด้วยการผสมสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการปกป้องผิวหนังจากรังสี UV หรือแสงอัลตราไวโอเลต ด้วยการดูดซับรังสี ,ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง ซึ่งเจ้ารังสี UV ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ รีวิวครีมกันแดด.

รีวิวครีมกันแดด

รีวิวครีมกันแดด
1.รังสี UVA สามารถลอดผ่านกระจก และเมฆ เข้าถึงภายในชั้นผิว โดยจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างเมลานิน ทำให้ผิวคล้ำแดด แต่ไม่มีอาการแสบซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น หรือผิวหย่อนยานนั่นเอง
2.รังสี UVB มีพลังงานมากกว่ารังสี UVA ดังนั้นมันจึงสามารถทะลุทะลวงเข้าไปยังชั้นผิวหนังแท้ได้ ทำให้เกิดการเผาไหม้ หรือเรียกกันว่า Sunburn
3.รังสี UVC รังสีชนิดนี้จะเจอน้อย เนื่องจากถูกดูดซับโดยโอโซนในชั้นบรรยากาศไปหมด จึงไม่เกิดผลกระทบกับผิวหนังมากนัก
นอกจากนี้แล้วในครีมกันแดดยังมี ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB หรือ ก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้

ครีมกันแดดรีวิวครีมกันแดด

หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว ซึ่งโดยปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดได้ประมาณ 20-30 นาที ถ้าครีมกันแดดหรือผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30?30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่กระนั้นการคำนวณอาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากครีมกันแดดที่ทาบนผิวอาจลบเลือนไปเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรทาครีมซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแดดเป็นไปอย่างต่อเนื่องรีวิวครีมกันแดด.

รีวิวกันแดด หลายคนยังทาครีมกันแดดผิดวิธีอยู่

รีวิวกันแดด หลายคนยังทาครีมกันแดดผิดวิธีอยู่ ทำให้เกิดปัญหาและผลเสียมากมายต่อผิว เช่น ปัญหาผิวคล้ำแดด รีวิวกันแดด ปัญหาผิวแห้งไม่มีความชุ่มชื่น ปัญหาผิวบางโดนแดดไม่นานก็แดง หลากหลายปัญหาเกิดจากการทาครีมกันแดดผิดวิธี รวมถึงเข้าใจกลไกลของครีมกันแดดผิด รีวิวกันแดด.

รีวิวกันแดด
รีวิวกันแดด ครีมกันแดดแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
– ค่า SPF อย่างทีรู้กันว่าตอนนี้ตามท้องตลาดหลาย ๆ แบรนด์ มีครีมกันแดดที่มีค่า SPF เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น SPF30 , SPF50 , บางที่มี SPF50+ ด้วยแหนะ เรามาทำความรู้จักกับครีมกันแดดที่มีค่า SPF แตกต่างกันแต่ละประเภทกันเถอะ แน่นอนว่าค่า SPF เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก ยิ่งค่า SPF มาก ก็ยิ่งปกป้องแสงแดดมาก แต่สิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำก็คือ ให้เลือกครีมกันแดดตาม Life Style ของเรา ว่าในชีวิตประจำวันเรา ต้องพบเจอกับแสงแดดมากน้อยขนาดไหน เช่น ถ้าไปทำงานตามออฟฟิต เจอแดดแค่ตอนกลางวัน อาจจะใช้ SPF50 บางคนทำงานที่เป็นการออกสถานที่ เจอแดดหนัก ๆ อาจจะเลือก SPF50+ เพราะค่า SPF50+ เนี่ย คือ SPF 110 เดิม คนที่ชอบไปเที่ยวทะเล ภูเขา ที่ต้องเจอแดดหนักๆก็แนะนำเป็นตัว SPF50+ เช่นกันค่ะ
– ตามลักษณะการใช้ ใช่แล้วครีมกันแดดมีประเภทของมันด้วยนะเอ้อ ขอแนะนำเป็นตัวของ ครีมกันแดดของ Banana Boat ที่มีให้เลือกหลายชนิด อาทิเช่น สำหรับเล่นกีฬา , สำหรับใช้ในขีวิตประจำวัน หรือแยกออกมาที่เหมาะสำหรับเด็กก็มี ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกครีมกันแดดถ้าเราเลือกตามลักษณะการใช้งาน มันจะเหมาะและได้ประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ
เทคนิคการทาครีมกันแดดอย่างไรให้ได้ผลสูงสุดรีวิวกันแดด
1. ก่อนออกแดด ควรทาครีมกันแดดอย่างน้อย 30 นาที และที่สำคัญ ถ้าเราต้องที่กลางแจ้งกลางแดดนานๆ อย่าลืมทาซ้ำ ๆ ทุก 2ชั่วโมง แต่ถ้าต้องเล่นกีฬาทางน้ำ อย่าเป็นกังวลว่าครีมกันแดดจะเอาไม่อยู่ ถ้าเราเลือกครีมกันแดดที่กันน้ำกันเหงื่อ เอาอยู่แน่นอน แต่อย่าลืมว่าหลังจากเล่นกีฬาว่ายน้ำแล้ว เราต้องทาครีมกันแดดซ้ำอีกรอบหนึ่งเพื่อเป็นการปกป้องผิวนะ
2. อย่าลืมทางครีมกันแดดที่คอด้วย เพราะหลายคนเลย ไม่ชอบทาครีมกันแดดที่คอ เน้นแต่บริเวณตัวและหน้า จนทำให้เกิดปัญหา หน้าขาวคอดำ บางคนดำกว่าคอก็มี ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย เพราฉะนั้นถ้าเราไม่ทาครีมกันแดดให้ทั่วตัว คอเราดำ ต้องไม่เป็นผลดีแน่นอน
3. อย่าลืมว่าการทาครีมกันแดดอย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยทำให้ผิวเราเติมเต็มได้ เพราะว่าการทาครีมกันแดดมีส่วนช่วยป้องกันแสงแดดได้ก็จริง แต่อาจไม่บำรุงผิว หรือทำให้ผิวขาวขึ้น เพราะฉะนั้นระหว่างวันเราควรทานน้ำดื่มให้ได้ 8-10 แก้วต่อวันค่ะ
4. อย่างไรก็ดี การทาครีมกันแดด ไม่ได้ปกป้องกันผิวได้ 100% ถ้าเราต้องออกกลางแดดจัดเราควรเลือกเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายได้ เช่นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเป็นต้นรีวิวกันแดด.

กันแดดรองพื้น การใช้ครีมกันแดด ถือเป็นกิจวัตรประจำวันของสาว ๆ

กันแดดรองพื้น การใช้ครีมกันแดด ถือเป็นกิจวัตรประจำวันของสาว ๆ ทุกคนอยู่แล้ว แต่ทว่าในช่วงซัมเมอร์ที่รังสียูวีทำงานหนักแบบนี้ กันแดดรองพื้น แค่หยิบครีมกันแดดมาชโลมทาลงไปบนผิวแบบลวก ๆ ก็ใช่ว่าจะเอาอยู่ ! วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขออยากชวนคุณสาว ๆ ที่รักผิวมาดูแลใส่ใจผิวกันอีกสักนิด ด้วยเคล็ดลับการใช้ครีมกันแดดอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ ว่าแล้วก็ลองมาดูกันเลยดีกว่าจะมีข้อไหนที่คุณยังขาดตกบกพร่องบ้าง กันแดดรองพื้น.

กันแดดรองพื้น

กันแดดรองพื้น เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวมัน และผิวแพ้ง่าย ให้เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบาในรูปแบบของเจล หรือเซรั่ม เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันและระคายเคืองผิวได้ง่าย ส่วนสาว ๆ ที่มีผิวแห้ง หรือผิวผสม จะเหมาะกับครีมกันแดดชนิดโลชั่นหรือครีม ที่มีความเข้มข้นและช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่นไม่แห้งกร้าน

ครีมกันแดดสำหรับผิวหน้า ทาตอนไหน ? มีสาว ๆ หลายคนสับสนว่าการทาครีมกันแดดควรทาก่อนครีมบำรุง หรือหลังบำรุงกันแน่ จริง ๆ คุณควรทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเสียก่อนรอจนครีมซึมลงผิวสักพัก จากนั้นจึงทาครีมกันแดดต่อ โดยใช้ปริมาณครีมกันแดดให้เหมาะสมกับใบหน้า หรือประมาณ 2 ข้อของปลายนิ้วกลาง แล้วทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ก็จะช่วยป้องกันแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกค่า SPF (sun protection factor) เป็นข้อถกเถียงกันอยู่เสมอ สำหรับการเลือกใช้ค่า SPF ในครีมกันแดดว่า ควรเลือก SPF ในระดับไหนให้เหมาะสม จริง ๆ แล้วอาจกล่าวได้ว่าขึ้นอยู่กับกิจกรรมในแต่ละวันเสียมากกว่า เช่น คนที่นั่งทำงานในออฟฟิศ หรืออยู่บ้านที่ไม่โดนแดดสักเท่าไหร่ อาจเลือกใช้ครีมกันแดด SPF 15-30 ขึ้นไป จะช่วยป้องกันรังสี UVB ได้ถึง 93% แต่ในขณะเดียวกันหากใครที่เจอแดดเปรี้ยงตลอดวันให้เลือกใช้ค่า SPF 30-50 ก็จะช่วยป้องกันได้แสงแดดได้มากถึง 98% เลยทีเดียวกันแดดรองพื้น

ทาครีมกันแดดซ้ำอย่างน้อย 2 ครั้ง/วัน …ถึงเอาอยู่ บ้านเราแดดเปรี้ยงขนาดนี้ เห็นทีว่าทาครีมกันแดดตอนเช้ารอบเดียวแล้วยิงยาวเช้าจรดค่ำก็คงจะไม่ไหว ยิ่งใครที่ต้องเจอแดดปะทะผิวตลอดทั้งวัน ยิ่งจำเป็นจะต้องพกครีมกันแดดทาซ้ำลงไปบนผิวบ่อย ๆ ทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อช่วยปกป้องไม่ให้รังสียูวีทำร้ายผิวให้คล้ำเสียได้ง่าย

SUNSCREEN, SUNBLOCK และ SUNTAN เหมือนกันไหม ? ครีมกันแดดที่ระบุ SUNSCREEN หรือ SUNBLOCK คือ ผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารกันแดด โดยมีคุณสมบัติป้องกันไม่ให้รังสียูวีทำร้ายผิวหนัง แต่ทว่า SUNTAN บางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมของสาร DHA (Dihydroxy acetone) และสารกันแดดเล็กน้อย เพื่อให้กระตุ้นให้ผิวเข้มหรือมีสีแทนขึ้นเมื่อโดนแสงแดด กันแดดรองพื้น.

 

ทากันแดด อาจมีสาวๆ หลายท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดมาใช้กัน

ทากันแดด อาจมีสาวๆ หลายท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดมาใช้กัน พอหยิบๆ ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาดู ทากันแดด หลายๆ คนอาจงงว่า เอ๊ะ! SPF คืออะไร แล้ว PA+++ ล่ะ มีความหายว่าอย่างไร?? แล้วตัวเลขที่ต่อท้าย SPF ไม่ว่าจะเป็น15 30 50 ล่ะ กำลังบอกข้อมูลอะไรกับเราอยู่ จะเดินไปถามพนักงานก็เขิน สรุปก็เลยไม่รู้อยู่ดี… งั้นวันนี้เรามารู้จักค่าเหล่านี้กันนะคะ ทากันแดด.

ทากันแดด

ทากันแดด ครีมกันแดด ทำงานอย่างไร
ส่วนผสมในครีมกันแดดจะทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการดูดซับรังสี ,ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง สำหรับคำแนะนำในการใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด คือครีมกันแดดที่สามารถที่จะป้องกันแสง UV ได้เพียงพอ(ซึ่งอาจจะขึ้นกับความแรงของแสง) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปสู่ที่มีแสงแดด 30 นาที(ส่วนใหญ่มักจะพบคำแนะนำนี้ตามขวดของครีมกันแดดกันนะ)

แล้ว SPF คืออะไรทากันแดด
ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB หรือ ก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว ซึ่งโดยปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดได้ประมาณ 20-30 นาที ถ้าครีมกันแดดหรือผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30?30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่กระนั้นการคำนวณอาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากครีมกันแดดที่ทาบนผิวอาจลบเลือนไปเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรทาครีมซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแดดเป็นไปอย่างต่อเนื่องทากันแดด.

ครีมกันแดดตัว ในแสงแดดมีรังสีอยู่หลายชนิด

ครีมกันแดดตัว ในแสงแดดมีรังสีอยู่หลายชนิด ที่รู้จักกันดีก็คือ อุลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งรังสีนี้จะถูกดูดซับโดยชั้นโอโซน มีแค่ UVAและ UVB ที่ลงมาถึงพื้นโลก ซึ่งรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้มีผลต่อผิวหนังโดยเฉพาะ UVA มีผลทำให้เกิด กระ ฝ้า เหี่ยว แก่ก่อนวัย UVB มีผลทำให้เกิดการ แดง แสบ ไหม้ ของผิวหนัง และรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้ยังทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำลายโปรตีนพันธุกรรมทำให้เกิดเนื้องอกผิวหนังได้ ครีมกันแดดตัว.

ครีมกันแดดตัว

ครีมกันแดดตัว วิธีเลือกซื้อครีมกันแดด ครีมกันแดดตัว
1. SPF (Sun Protective Factor) ซึ่งเป็นตัวบอกว่า ป้องกัน UVB ได้กี่เท่าส่วน UVA ยังไม่มีค่ามาตรฐาน ปัจจุบันนิยมใช้ PA และเครื่องหมาย + ปกติคนไทยมีผิวคล้ำซึ่งเม็ดสีสามารถป้องกัน UVB ได้บ้างแล้ว ดังนั้น SPF มากกว่า 15 และ PA++ ขึ้นไป ก็เพียงพอ
2. ดูที่กิจกรรม ถ้าออกกำลังกลางแจ้ง มีเหงื่อ ว่ายน้ำ ทำงานกลางแดด ต้องใช้ SPF ที่สูงขึ้นและเลือกประเภทที่กันน้ำได้ (Water Proof หรือ Water Resistance)ครีมกันแดดตัว
3. ปริมาณ ควรใช้ปริมานที่ไม่น้อยเกินไป เพราะสารเคมีอาจทำปฏิกิริยากันทำให้ลดคุณภาพลงไป
4. จำนวนครั้งที่ทาต่อวัน ก็สำคัญ ถ้าอยู่ในออฟฟิศ ห้องแอร์ วันละครั้งก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องทำงานกลางแดด โดนลม อาจจะทาเติม ถ้าว่ายน้ำต้องทาทุก 2-3 ชั่วโมง
5. ทาแล้วก็ต้องเลี่ยงแดดด้วย ใส่แว่น ใส่หมวก เนื่องจากครีมกันแดดไม่ได้กันได้ 100 %
6. ยี่ห้อ ราคา ไม่สำคัญ ขอให้มีคุณสมบัติครบ ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง เช่น คัน ผื่น
7. อาหาร อย่าลืมทานอาหารที่มีความสามารถ กำจัดอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน เกลือแร่ ในผักทุกชนิด และผลไม้ด้วยครีมกันแดดตัว.

ครีมกันแดดหน้า ครีมกันแดด ที่ทาแล้วไม่ได้ผล

ครีมกันแดดหน้า ครีมกันแดด ที่ทาแล้วไม่ได้ผล ไม่สามารถป้องกันผิวตามระยะเวลาที่ระบุไว้บนฉลาก เช่น SPF 10 ควรจะสามารถปกป้องผิวหนังจากแดดเผาได้นานเป็นระยะเวลา 10 เท่า เมื่อเทียบกับผิวหนังที่โดนแดดโดยไม่ได้ทาครีมกันแดด ซึ่งโดยทั่วไป ครีมกันแดดหน้า.

ครีมกันแดดหน้า

ครีมกันแดดหน้าผิวคนไทยถ้าไม่ได้ทา ครีมกันแดด เลยและไปยืนตากแดด จะเริ่มเห็นผิวหนังมีสีแดงภายในระยะเวลาเพียง 10-15 นาที ดังนั้นหากทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 10 ควรจะป้องกันผิวหนังจากแดดได้นานถึง 100-150 นาที แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้ผลเช่นนั้น เพราะมีหลายปัจจัย ที่สำคัญคือ
ครีมกันแดดครีมกันแดดหน้า
1. วิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้องและได้ผล

ต้องทาครีมหนาเพื่อปกปิดผิวหนังทุกรูขุมขน ซึ่งเป็นวิธีการที่ผ่านการทดสอบในห้องทดลองจากนักวิทยาศาสตร์ แต่โดยทั่วไปผู้บริโภคมักจะนิยมทาเพียงเบาบาง ทำให้รังสีดวงอาทิตย์สามารถกระทบและทะลุเข้าสู่ผิวหนังได้บางส่วน นักวิชาการจึงแนะนำว่าหากต้องการทาแล้วได้ผลควรทาบ่อยๆ ทุก 1-2 ชั่วโมง

2. ภายหลังจากการทาครีมกันแดดครีมกันแดดหน้า

สภาวะความเป็นจริงคือ ผู้บริโภคมักจะมีกิจกรรมต่างๆ เช่น ออกกำลังกายด้วยการตีกอล์ฟ ว่ายน้ำ วิ่ง เดิน หรืออื่นๆ ทำให้เหงื่อออกทางผิวหนังและแน่นอน ครีมกันแดดจะถูกชะออกโดยง่าย ทำให้ประสิทธิภาพของครีมกันแดดลดลงหรือหมดไปในบางกรณี

3. สารกรองรังสียูวีที่เป็นองค์ประกอบในครีมกันแดดหลายชนิดไม่คงตัว

สลายตัวเมื่อโดนความร้อนทำให้ครีมกันแดดเสื่อมประสิทธิภาพไป สินค้าบางตัวอาจเสื่อมไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้ใช้ก็มี ในกรณีที่ผู้ขายเก็บไว้ในร้านค้าที่ร้อนหรือผู้บริโภคเองซื้อไปเก็บไว้ในที่ร้อน ทำให้สารกันแดดเสื่อมประสิทธิภาพก่อนเปิดใช้ ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือซึ่งสินค้าจะถูกเก็บรักษาในสถานที่ปรับอากาศ และพิจารณาฉลากถึงวันเดือนปีที่ผลิตว่าเก่าเก็บหรือไม่ เพราะนอกจาก ครีมกันแดด จะหมดประสิทธิภาพแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดพิษระคายเคืองต่อผิวหนังได้อีกด้วยกรณีที่ทาครีมกันแดดหมดอายุครีมกันแดดหน้า.

ราคาครีมกันแดด อาจมีสาวๆ หลายท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดมาใช้กัน

ราคาครีมกันแดด อาจมีสาวๆ หลายท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดมาใช้กัน พอหยิบๆ ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาดู หลายๆ คนอาจงงว่า เอ๊ะ! SPF คืออะไร แล้ว PA+++ ล่ะ มีความหายว่าอย่างไร?? แล้วตัวเลขที่ต่อท้าย SPF ไม่ว่าจะเป็น15 30 50 ล่ะ กำลังบอกข้อมูลอะไรกับเราอยู่ จะเดินไปถามพนักงานก็เขิน สรุปก็เลยไม่รู้อยู่ดี… งั้นวันนี้เรามารู้จักค่าเหล่านี้กันนะคะ ราคาครีมกันแดด.

ราคาครีมกันแดด

ราคาครีมกันแดด ครีมกันแดด ทำงานอย่างไร
ส่วนผสมในครีมกันแดดจะทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการดูดซับรังสี ,ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง สำหรับคำแนะนำในการใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด คือครีมกันแดดที่สามารถที่จะป้องกันแสง UV ได้เพียงพอ(ซึ่งอาจจะขึ้นกับความแรงของแสง) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปสู่ที่มีแสงแดด 30 นาที(ส่วนใหญ่มักจะพบคำแนะนำนี้ตามขวดของครีมกันแดดกันนะ)ราคาครีมกันแดด

แล้ว SPF คืออะไรราคาครีมกันแดด
ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB หรือ ก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว ซึ่งโดยปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดได้ประมาณ 20-30 นาที ถ้าครีมกันแดดหรือผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30?30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่กระนั้นการคำนวณอาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากครีมกันแดดที่ทาบนผิวอาจลบเลือนไปเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรทาครีมซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแดดเป็นไปอย่างต่อเนื่องราคาครีมกันแดด.

ครีมกันแดด ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหนัง

ครีมกันแดด ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหนัง เพื่อปกป้องผิวหนังจากรังสียูวี (UV: Ultraviolet light/อุลตราไวโอเลต/อัลตราไวโอเลต) จากแสงแดดจัด ที่มีอยู่ในหลายรูป แบบ เช่น ครีม โลชัน ฯลฯครีมกันแดด
ชนิดของครีมกันแดด แบ่งตามชนิดของสารกรองแดด (UV filter) ที่เป็นส่วนประกอบได้ดังนี้ คือ ครีมกันแดด.

D3K9F7 Woman applying sunscreen on her arm on a beach
ครีมกันแดด สารกรองแดดอนินทรีย์ (Inorganic UV filter) มักเป็นสารทึบแสงที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงที่กระทบมา สามารถกันได้ทั้งรังสีอัลตร้าไวโอเลต/รังสียูวี และแสงที่มองเห็น (Visible light) โดยไม่ก่อปฏิกิริยาเคมีกับผิวหนัง ด้วยคุณสมบัติที่ปกป้อง เหมือนเคลือบผิวไว้ จึงมักเรียกครีมกันแดดในกลุ่มนี้ เป็น ครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์ทางกายภาพ/ออกฤทธิ์ภายนอก (Physical sunscreen)
ข้อดีคือ ดูดซึมเข้าร่างกายได้น้อย ทำให้เกิดการแพ้น้อย
แต่มีข้อเสียคือ ครีมมักข้น เหนียวเหนอะเหนะเมื่อทาผิว
โดยสารกันแดดในกลุ่มนี้ เช่น ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide, ZnO2), ไททาเนียมไดออก ไซด์ (Titanium Dioxide, TiO2)ครีมกันแดด
สารกรองแดดอินทรีย์ (Organic UV filter) เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติดูดซับแสงที่มากระ ทบกับผิวหนัง แล้วเกิดปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ดังนั้นอาจเรียกว่าเป็นครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์ทางเคมี (Chemical sunscreen) มีความสามารถในการกรองแสงแตก ต่างกันตามชนิดของสารกรองแสง ซึ่งมีความสามารถในการป้องกันรังสียูวี เอ (UV- A) และรังสียูวี บี (UV- B) แตกต่างกัน
ข้อเสียที่สำคัญคือ สารกันแดดในกลุ่มนี้มักไม่คงทน (Instability) และสามารถทำให้ผิว หนังเกิดการแพ้ได้ (เช่น คัน ขึ้นผื่น)ครีมกันแดด.

โลชั่นกันแดด ครีมกันแดดคืออะไรและทำหน้าที่อะไร?

โลชั่นกันแดด ครีมกันแดดคืออะไรและทำหน้าที่อะไร? ครีมกันแดด (Sunscreen) คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด โลชั่นกันแดด ด้วยการผสมสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการปกป้องผิวหนังจากรังสี UV หรือแสงอัลตราไวโอเลต ด้วยการดูดซับรังสี ,ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง ซึ่งเจ้ารังสี UV ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ  โลชั่นกันแดด.

โลชั่นกันแดด

โลชั่นกันแดด

1.รังสี UVA สามารถลอดผ่านกระจก และเมฆ เข้าถึงภายในชั้นผิว โดยจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างเมลานิน ทำให้ผิวคล้ำแดด แต่ไม่มีอาการแสบซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น หรือผิวหย่อนยานนั่นเอง
2.รังสี UVB มีพลังงานมากกว่ารังสี UVA ดังนั้นมันจึงสามารถทะลุทะลวงเข้าไปยังชั้นผิวหนังแท้ได้ ทำให้เกิดการเผาไหม้ หรือเรียกกันว่า Sunburn
3.รังสี UVC รังสีชนิดนี้จะเจอน้อย เนื่องจากถูกดูดซับโดยโอโซนในชั้นบรรยากาศไปหมด จึงไม่เกิดผลกระทบกับผิวหนังมากนัก
นอกจากนี้แล้วในครีมกันแดดยังมี ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB หรือ ก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้

ครีมกันแดดโลชั่นกันแดด

หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว ซึ่งโดยปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดได้ประมาณ 20-30 นาที ถ้าครีมกันแดดหรือผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30?30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่กระนั้นการคำนวณอาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากครีมกันแดดที่ทาบนผิวอาจลบเลือนไปเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรทาครีมซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแดดเป็นไปอย่างต่อเนื่องโลชั่นกันแดด.